ล้วงความลับ BoomTharis ความท้าทายการทำ VDO Content ปัจจุบันและอนาคต

  • 164
  •  
  •  
  •  
  •  

นาทีนี้ต้องบอกว่าเขาคือชายหนุ่มที่ Hot ที่สุดของวงการ Influencer ซึ่งเป็นใครไม่ได้นอกจากชายที่ชื่อ “บูมธริศ BoomTharis หรือ ธริศร ธรณวิกรัย ซึ่งวันนี้เราได้มีโอกาสมาพูดคุยกับเขาในมุมสบายๆ ถึงเส้นทางชีวิตตั้งแต่ก่อนมาเป็น Youtube Creator ชื่อดัง จนกระทั่งถึงวันนี้ ที่มียอดซัปสไคร์บบน Youtube Channel อยู่ที่ 1.18 ล้านคน และผู้ติดตามใน Facebook 5.9 แสนฟอลโลว์เวอร์ กับภาพลักษณ์ของ “บูมธริศ” กลายเป็นโลโก้ของความ Luxury ไปแล้ว แต่จริงๆ แล้วเขาเป็นคนที่เรียบง่าย สุภาพ ออกจะติดขี้อายนิดๆ ด้วย และที่สำคัญคือมีมุมการทำคอนเทนต์ที่น่าสนใจที่สามารถเป็นข้อแนะนำให้กับทั้ง Influencer และ Brand ได้อีกด้วย มารู้จักตัวตนของ “บูมธริศ” ชายผู้ชักชวนทุกคนมารู้จัก Lifestyle และเรื่องราวรอบตัวของเขานอกเหนือจากความ Luxury

 

เส้นทางเริ่มต้นก่อนเปิด Youtube Channel

บูม เล่าว่า จุดเริ่มต้นของเขามาจากการเป็นช่างภาพที่เว็บไซต์ Think of Living.com ก่อน จากนั้นก็เริ่มมาเป็น Editor Content เขียนคอนเทนต์ให้กับเว็บ ก่อนที่จะปรับจากบทความเป็นรูปแบบวิดีโอ โดยทำให้กับ Think of Living.com อยู่ประมาณ 4-5 ปีก่อนจะมาเป็นชาแนลของตัวเอง

“คือตอนนั้นผมรู้สึกว่าคอนเทนต์ของ Think of Living เขาเน้นเจาะกลุ่มคนหาซื้อบ้านหาซื้อคอนโดทำนองนี้ และเน้นการให้ความรู้ แต่ว่าในขณะที่ความสนใจของผมมีหลายอย่าง แล้วผมรู้สึกว่าอยากจะสื่อสารกับกลุ่มคนที่มันกว้างกว่านั้น แต่เริ่มแรกยังไม่ได้คิดว่าจะตั้งช่องของตัวเอง แต่ว่าเริ่มจากการดูก่อน เสพย์คอนเทนต์ในยูทูปก่อนและเริ่มรู้สึกว่าเออมันมีคอนเทนต์แบบนั้นที่เราอยากทำแบบนี้ที่เราอย่างทำ ก็เลยคิดว่าเราอยากจะลองทำดูเป็นของตัวเองบ้าง ทำชาแนลของตัวเองบ้างนะครับก็เลยเริ่มต้นจากการทำอะไรเล็กๆ น้อ ๆ ทำคลิปแบบเริ่มต้นจากการถ่ายคลิปชีวิตส่วนตัวอะไรอย่างนี้นะครับ ซึ่งตอนนั้นยังไม่ค่อยมีคนดูครับ แต่เริ่มตั่งแต่ยังไม่ได้ออกจากที่เดิมนะครับ ค่อย ๆ ลองดู เรียกว่าเป็นช่วงพีเรียดของการทดลอง”

ซึ่งช่วงเริ่มต้น บูมเล่าว่า ยังทำเองถ่ายเอง ตัดต่อเอง แต่อาจจะมีพี่ๆ น้องๆ คนในครอบครัว มาร่วมแจมบ้างในคลิป แต่ปัจจุบันหลังจากออกมาเปิดช่องของตัวเอง ตอนนี้ก็มีทีมงาน 4-5 คนแล้ว

 

2 คลิปไวรัล เปิดม่านสู่ ชาแนล BoomTharis

สำหรับคลิปที่เรียกได้ว่าสร้างชื่อให้กับชาแนล BoomTharis บูมเล่าว่า คือคลิปมหานคร และซูชิ หัวละ 12,000

“ตอนนั้นผมไปรีวิวตึกมหานครตอนที่เค้าเพิ่งสร้างตึกเสร็จและเขาก็เปิดห้องตัวอย่างให้คนภายนอกดูเป็นครั้งแรก ซึ่งทางมหานครเค้ามีแผนจะทำคอนเทนต์กับ Think of Living อยู่แล้ว ผมเลยขอเข้าไปบอกว่า ขอลองทำคลิปสักอันนึง แต่ว่าขอเอาไปลงช่องของตัวเองนะ บอกว่าอยากทดลองอยากทำอะไรใหม่ เขาก็ยินดีให้ผมทำ ผมก็เลยลองทำขึ้นมา ปรากฏว่าคนดูชอบ มีเสียงตอบรับค่อนข้างดี แล้วมันมีอีกคลิปนึงซึ่งลงต่อกันเลย คือพาไปกินซูชิโอมากาเสะ ซึ่งคลิปนั้นคือผมใช้ชื่อคลิปประมาณว่าซูชิหัวละ 12,000 เขาไปกินอะไรกันอะไรประมาณนี้นะครับคือเหมือนกับเป็นคอนเซ็ปต์ที่ค่อนข้างจะใหม่สำหรับคนไทยในช่วงนั้น แล้วมันก็ค่อนข้างไวรัลมากเลย ทำให้เริ่มมีคนเข้ามารู้จักชาแนลเรามากขึ้น”

ความแตกต่างระหว่างทำงานภายใต้บริษัท กับการเปิดชาแนลตัวเอง

ตอนที่ทำงานอยู่ที่ Think of Living ตอนนั้นธีมของคอนเทนท์หรือธีมของทั้งองค์กรชัดอยู่แล้วว่ามันคือการสร้างองค์ความรู้เพื่อคนที่กำลังจะหาบ้านหาคอนโดซึ่งพอโจทย์มันชัดมากแบบนี้การคิดคอนเทนท์มันง่าย เรารู้ว่าแบบกลุ่มคนดูเราคือใครเราแค่จะสร้างคอนเทนท์ยังไงให้เขาให้มันเกิดประโยชน์เท่านั้นเอง ในขณะที่ตอนทำ BoomTharis ไม่เหมือนกัน core ของ BoomTharis มันคือตัวตนของ BoomTharis สนใจเรื่องอะไรบ้าง

มันเป็นสาเหตุหนึ่งด้วยที่ผมใช้ชื่อชาแนลว่า BoomTharis เพราะตัวคนที่ชื่อ BoomTharis  เนี่ยสมมุติว่าสนใจเรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องแฟชั่น เรื่องสุขภาพ เรื่องท่องเที่ยว เรื่องอะไรพวกนี้ เรื่องกินทั้งหมดนี้มันเป็นประกอบกันเป็นไลฟ์สไตล์ของคนที่ ชื่อ BoomTharis เลยกลายเป็นว่าผมก็เรียกมันว่าเป็นช่องไลฟ์สไตล์ก็ได้ แต่ว่าวิธีคิดมันกลับกันเราไม่ได้คิดจากคนดู แต่เราคิดจากตัวเราว่าเราอยากจะนำเสนออะไร”

สำหรับปัจจุบันชาแนล BoomTharis นอกจากจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับอสังหาฯ บ้าน คอนโดแล้ว ก็มีเรื่องที่พักการท่องเที่ยว รวมไปถึงคอนเทนต์อาหารการกิน และไลฟ์สไตล์ทั่วๆ ไป

“เวลาเราคิดถึงคอนเทนต์ภายในช่อง ผมไม่ได้คิดถึงเรียกว่าไงดีถ้าเป็นวิธีสร้างคอนเทนท์เมื่อก่อนเราอาจจะมีการแบ่งกลุ่มแคตตากอรี่ของคอนเทนท์เอาไว้อย่างชัดเจนว่า แบบอันนี้เป็นกลุ่มท่องเที่ยว อันนี้เป็นกลุ่มอาหาร แต่สำหรับคอนเทนท์ในช่อง BoomTharis มันเป็นคอนเทนท์ที่เราเริ่มต้นจากส่วนที่ย่อยกว่านั้น แบบคลิปนี้เราจะพาคนดูไปดูอะไรแบบ specific ลงไปกว่านั้น ดังนั้น มันเลยไม่ได้บอกว่าคลิปนี้คืออาหารนะ คลิปนี้คือท่องเที่ยวนะ”

สคริปต์ หรือ ด้นสด ?

เราเห็นทุกคลิปของบูม เป็นไปอย่างธรรมชาติ ลื่นไหล และมีสไตล์เป็นของตัวเอง นั่นสะท้อนการทำงานทีเป็นมืออาชีพของ Creator ระดับแถวหน้า ทำให้อดถามไม่ได้ถึงสไตล์ในการทำงาน บูม เปิดเยว่า เป็นคนที่ต้องมีสคริปต์ในการทำงานก่อนไปถ่ายทำจริง

“ผมจะรีเสิร์ชก่อนเยอะมาก บางทีเป็นวันสองวันเลยนั่งอ่านวิกิพีเดีย นั่งอ่านค้นข้อมูลในเว็บไซต์เพื่อที่จะคิดมาก่อนว่าเราจะเล่าอะไรให้คนฟัง เพราะว่าคอนเทนท์ของผมมันหนักและก็เนื้อหาเยอะ แต่ถ้าเราไม่ทำการบ้านไปล่วงหน้าก่อนสคริปต์มันก็จะยาวมาก ก็เลยจะต้องสรุปประเด็นสำคัญๆ ออกมาก่อน อย่างอาจจะต้องจดใส่โน้ตมือถือเอาไว้อะไรอย่างนี้ แล้วก็ไปหน้างานเราจะได้รู้ว่า อ๋อ… ต้องทำตามอะไรบ้าง แต่ถ้าไม่มีสคริปท์ผมจะรู้สึกเครียดเวลาเราไปหน้างานต้องทำอะไรต่อ บางทีทำตัวไม่ถูก แต่ว่าถ้าถามว่าเป็นคนชอบด้นสดไหม ผมเป็นคนไม่ได้ชอบด้นสด แต่ชอบปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ เช่นสมมุติว่าผมรู้แล้วว่าคลิปนี้ผมไม่สามารถสร้างสคริปต์ได้ผมก็จะปล่อยฟรีเลย แล้วไปรอจับรีแอ็คชั่นหน้างาน”

 

Key Success Create Content ของ “บูม ธริศ”

เราถามบูมว่า อะไรที่ทำให้คนดูติดตามดูคลิปเขา ตั้งแต่ต้นจนจบ บูมบอกว่าอันที่จริงไม่ได้มีเคล็ดลับอะไรพิเศษ และรูปแบบการทำคลิปก็มีหลายแบบมาก เช่น บางอันจะเป็นวิธีการจุดประเด็นใหอยากเรียนรู้ต่อ สมมุติเราพาเค้าไปดูสถานที่แห่งหนึ่ง เราอาจจะตั้งคำถามกับคนดูก่อนว่า คุณเคยเห็นสิ่งนี้ไหม สิ่งนี้มันใกล้ตัวคุณมากเลยนะแล้วคุณอยากรู้มากกว่านี้ไหมเราดูไปพร้อมกันอันนี้ก็เป็นวิธีนึงที่ทำให้ดึงคนดูดูจนถึงตอนจบ เหมือนกับทำให้เขาอยากรู้และเราพาเค้าไปดูในสิ่งที่เขาอยากรู้ตั้งแต่แรกจนจบ

กับอีกแบบหนึ่งคือ มันอาจจะไม่ใช่คลิปที่คนอยากรู้ ดังนั้น วิธีการนำเสนอคือเราต้องสร้างบรรยากาศของคลิปให้มันดูสนุกสนาน ทำให้เขาดูแล้วรู้สึกว่ามันสนุก มีความบันเทิงก็จะทำให้เขาดูจนจบเช่นเดียวกัน ดังนั้น วิธีการของการนำเสนอคอนเทนต์จึงขึ้นอยู่กับว่าจุดประสงค์ของคลิปนี้เราทำให้เขาดูเพราะอะไร

 

เคล็ดลับการทำงาน Luxury ให้ทุกกลุ่มเข้าถึงได้

อย่างที่เราเห็นบ่อยๆ ว่าการทำงานของ BoomTharis มักจะมีคอนเทนต์ที่ Luxury แต่ที่น่าสนใจคือ กลับสามารถทำให้ทุกคนเข้าถึงได้ บูมเผยเคล็ดลับของตัวเองว่า มันคือการแตะไปถึงจุดที่ทุกคนอยากรู้เหมือนกัน

“ยกตัวอย่างเรื่องนึงที่ผมใช้บ่อยมาก ก็คือเรื่องของราคา ไม่ว่าสินค้ามันจะเป็นอะไรก็ตามพอราคามันสูงทุกคนจะ เอ๊ะ! หมดทุกคนสงสัยหมดว่าราคาแบบเนี่ยมีดียังไง มันพิเศษตรงไหน มันเลยทำให้ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีเงินหรือไม่มีเงินหรือว่าฐานะอะไรก็แล้วแต่  พเจอตัวเลขมันก็จะรีเลทได้หมด ทำให้สามารถโยงไปถึงกลุ่มคนทุกๆ คนได้ สมมุติว่าผมพาคนดูไปดูคอนโดร้อยล้าน ตัวเลข 100,000,000 สำหรับแต่ละคนความรู้สึกไม่เท่ากัน แต่ว่าแต่ละคนรับรู้ได้ถึงปริมาณนี้ แล้วเรามีหน้าที่อธิบายว่า 100,000,000 มันเป็นอย่างไร”

ความท้าทายการบาลานซ์ระหว่าง Brand และ คนดู

คำถามเรื่องของการทำคอนเทนต์ที่ให้ถูกใจทั้งแบรนด์หรือลูกค้า และผู้ชมในช่องของเรา น่าจะเป็นคำถามที่คนทำคอนเทนต์น่าจะอยากรู้ ซึ่งบูมให้คำตอบที่น่าคิดว่า มาถึงยุคนี้นะ ทุกคนรู้หมดละว่า จะต้องมีโฆษณาหรือสื่อเกือบจะทุกประเภทแล้วกันต้องมีโฆษณาไม่งั้นแล้วไม่มีอะไรมาหล่อเลี้ยง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ทำให้คนดูไม่รู้สึกอึดอัดกับการถูกโฆษณาคือต้องขายยังไงก็ได้ให้จบเร็วๆ

 

“เดี๋ยวนี้คนดูไม่ค่อยบ่นนะ สำหรับคลิปที่มีสปอนเซอร์หรือว่าคลิปที่มีโฆษณา เพราะว่าคนดูส่วนใหญ่รับได้ แต่คนดูจะบ่นก็ต่อเมื่อเราขายนาน ไม่จบสักที และความขายนานนี้มันทำให้รู้สึกคนถูก Interrupt กับสิ่งที่เค้ากำลังจะดูอยู่”

 

สมมุติว่าคลิป 100% เค้าดูโฆษณามาโอ้โห 40% 50% แล้วไม่จบสักทีเค้ารู้สึกว่าทั้งคลิปนี้เค้าได้อะไรน้อยมากเลย แต่สมมุติว่าถ้าเกิดตัวคลิป 80% ถึง 90% มันเป็นเนื้อหาที่เค้าอยากดูแล้วโฆษณามันอยู่แค่ 10% หรือ 20% มันโอเคนะ

เว้นเสียแต่ว่ามันจะมีคอนเทนท์ประเภทนึง คือมันเป็นโฆษณาและคอนเทนท์ไปพร้อมกันเลยทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างเช่นผมรีวิวโทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่อง บางคนอาจจะบอกว่าคลิปนี้ผมขายโทรศัพท์ก็ได้ แต่สิ่งที่คนที่เป็นครีเอเตอร์จะต้องทำคือจะต้องทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองสื่อสารสิ่งที่ตัวเองอยากจะพูด ไม่ใช่แค่แบรนด์อยากจะพูดอย่างเดียว แต่ว่าทำยังไงก็ได้ให้แมสเสจของแบรนด์มันอยู่ในนั้นครบเพื่อที่จะทำให้คนดูเข้าใจว่าเราตั้งใจจะทำคอนเทนท์นี้เพื่อคนดูนะไม่ใช่เพื่อแบรนด์อย่างเดียว

 

ความในใจถึง “ลูกค้าจ๋า” จากครีเอเตอร์

ในฐานะที่เป็น Influencer ที่ทำงานร่วมกับแบรนด์หรือลูกค้ามานาน สิ่งที่เราคิดว่าน่าจะเป็นคำแนะนำที่ดีที่จะบอกให้แบรนด์ได้เข้าใจในการทำงานร่วมกับ Influencer คือ ให้ศึกษาวิธีการเล่าของครีเอเตอร์คนนั้นก่อน ยอมเสียเวลาศึกษาวิธีการเล่าเรื่องของครีเอทเตอร์คนนี้เยอะนิดนึง เพื่อที่จะให้รู้ก่อนว่าตัวเองจะไปแทรกตรงไหนได้บ้าง เพราะว่าครีเอเตอร์ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าจะขายของตรงไหน หรือเขาเตรียมที่จะขายของไว้ตรงไหนบ้าง

“สมมุติว่าเหมือนครีเอเตอร์ตัดถนนสักเส้นหนึ่ง แต่เขาปักป้ายโฆษณาไว้แล้วแต่แบนรด์บางเจ้าอยากจะเอาป้ายไปตั้งเพิ่ม ขอตั้งป้ายตรงนี้เพิ่มได้ไหม คนดูก็เหมือนรถที่กำลังวิ่งอยู่บนถนนเส้นนี้ถ้าเขาเห็นป้ายโฆษณาตลอดทาง เขาไม่เห็นวิวข้างนอกเลยเค้ารู้สึกว่า โอ้โหนี่มันถนนอะไรวะเนี่ยแต่ว่าครีเอเตอร์เค้ารู้อยู่แล้วว่าตรงไหนมันเป็นจุดที่ตั้งป้ายเอาไว้แล้ว แล้วคนดูของเค้าก็รู้อยู่แล้วว่าเดี๋ยวขับรถผ่านตรงนี้จะเจอป้ายผ่าน ดังนั้น เป็นหน้าที่ของแบรนด์ส่วนหนึ่งที่จะต้องเข้าไปศึกษาว่าตรงไหนมีป้าย แล้วเป็นหน้าที่ของครีเอเตอร์ที่ต้องบอกว่าตรงไหนที่เป็นป้ายที่เขาตั้งไว้แล้วจะได้รู้ว่าตรงนี้คนดูของคุณรับได้แล้ว ตรงนี้คุณลงโฆษณาได้นะ”

วิกฤตโควิด-19 ผลักดันความคิดสร้างสรรค์

ช่วงโควิด-19 เรียกว่ากระทบกับทุกธุรกิจ ซึ่งกลุ่มทำคอนเทนต์เช่นเดียวกัน แต่ก็เป็นจังหวะดีสำหรับ “บูม” เพราะว่าทำให้เขาได้ผลิตคอนเทนต์ขึ้นมาใหม่ บูมเล่าว่า จะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่รู้นะ คือช่วงที่โควิดเพิ่งเริ่ม ได้ทำงานของลูกค้าเสร็จไปแล้วส่วนนึง แต่ลูกค้าเจ้าใหม่ก็ยังไม่ได้คอมมิทกันเข้ามา เลยเป็นโอกาสดีที่ทำให้เกิดไอเดียการเปลี่ยนรูปแบบของคอนเทนท์ในช่อง ด้วยความที่ช่วงโควิดทุกคนอยู่บ้านเราเลยทำรายการที่ชื่อว่า “Eat from Home” เป็นรายการกินข้าวอยู่ที่บ้าน เป็นรายการที่นั่งกินข้าวเป็นเพื่อนคนดู ไม่มีเพื่อนกินข้าวเปิดดู บูม ธริศร เดี๋ยวบูม ธริศร กินข้าวเป็นเพื่อน นี่คือคอนเซ็ปท์รายการซึ่งในช่วงนี้สปอนเซอร์ไม่ได้เข้าเยอะ แต่แม้จะไม่มีลูกค้าเข้า ก็เป็นช่วงที่ช่องเติบโตเร็วที่สุดช่วงหนึ่งตั้งแต่เปิดช่องมาเลย

 

BoomTharis ที่ไม่ได้ Luxury อย่างเดียว

จากภาพของคนส่วนใหญ่มักมอง BoomTharis คือตัวแทนของแบรนด์ที่หรูหรา แต่เราก็อยากจะรู้ว่าจริงๆ แล้วเขาอยากให้คนมองตัวเขาเป็นอย่างไรกันแน่ บูมตอบเราอย่างถ่อมตัวว่า “ก่อนอื่นผมรู้สึกขอบคุณมากๆ ที่ทั้งคนดูทั้งแบรนด์ทุกคนๆ ที่มองเข้ามาแบบเวลาพูดถึง BoomTharis  มีความ Luxury อยู่ในนั้น ซึ่งอันนี้ผมดีใจมากและรู้สึกเป็นเกียรติมากจริงๆ แต่สิ่งที่ผมก็คิดเหมือนกัน ผมอยากให้คนอื่นๆ เข้ามามองผมแบบเป็นคนอีกคนนึง ที่เป็นคนแบบนี้ ฐานะแบบนี้ ใช้ชีวิตแบบนี้ สนใจในเรื่องนั้นเรื่องนี้ ผมไม่อยากบอกว่าตัวผมเป็นอย่างไ แต่อยากจะให้ทุกๆ คนดูจากความสนใจในคอนเทนต์ที่เราทำ แล้วทั้งหมดนี้มาประกอบเป็นคนหนึ่งคนมากกว่า อยากจะให้ทุกคนมองผมว่าเป็นคนนึงคนนี่แหละ ที่มีหลายๆ มุม และก็เป็นสาเหตุหนึ่งด้วยที่ทำไมในชาแนลเดียวกันเราถึงมีคอนเทนท์หลายด้าน”

คำแนะนำสำหรับ คนที่อยากจะเป็น Youtube Creator

เมื่อเด็กๆ เริ่มสนใจในการเป็น Youtube Creator บูมมีคำแนะนำอย่างไรสำหรับคนที่อยากเป็น Youtuber Creator ในยุคนี้ บูมมองว่า การเป็น Youtube Creator เป็นอาชีพได้แน่นอน แต่ชีวิตจริงของ Youtube Creator มันไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด มันก็เหมือนกับอาชีพหลายๆ อาชีพ คือจะต้องทำงานเยอะเหมือนกัน

ไม่สบายเหมือนกับที่ออกไปในภาพ ซึ่งมันเป็นแค่ประมาณ 10% ที่คนเห็น แต่ว่าคนไม่เห็นความลำบากของมันว่าจะต้องเตรียมงานยังไง วางแผนยังไง ซึ่งจริงๆ ก็เหมือนกับทุกอาชีพคือเราต้องทำงานหนักเหมือนกัน

“สำหรับคนที่อยากได้เงินครับไม่ต้องมาเป็นยูทูปเบอร์หรอก แต่การเป็น Youtube Creator สำหรับผมมันไม่ใช่แค่เรื่องเงินทอง แต่มันคือโอกาสที่ทำให้เราได้ไปพบเจอสิ่งต่าง ได้ไป experience สิ่งใหม่ๆ และมันเป็นเหมือนกับ life lesson มันหาไม่ได้จากที่อื่นมากกว่า ซึ่งถ้าเราไม่ได้มองเรื่องนี้เป็นหลักมันไม่สามารถทำให้เราเดินบนเส้นทางยูทูปมาได้เรื่อยๆ ซึ่งผมคิดว่าคนที่จะก้าวกระโดดเข้ามาใน Youtube น่าจะต้องมองเรื่องนี้ก่อนเป็นสำคัญเพราะว่ามันจะไดร์ฟให้เราไปไกลได้”

 

Time Machine to BoomTharis

เอาจริงๆ นะ ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเจอคำถามนี้นะครับ แต่ทุกครั้งผมก็จะคิดได้คำตอบอันเดียวกันคือ ผมจะไม่พูดอะไรกับเขาเลย เพราะว่าถ้าผมรู้แบบนี้ในวันนั้น ผมจะไม่ทำแบบนั้น นึกออกไหมครับ ดังนั้น ผมก็เลยรู้สึกว่าถ้าย้อนเวลาได้ผมคงกลับไปดูเขาเฉยๆ แต่ไม่พูดอะไร เพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมันดี”

 


  • 164
  •  
  •  
  •  
  •  
pigabyte
pigabyte
การเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้น มาเรียนรู้และสนุกไปกับบทความ จาก MarketingOops! กันนะคะ แล้วเราจะได้ค้นพบว่าโลกของ Marketing นั้น So Sexy and Cool!