103.58.148.118

Biz & Marketing news

Ξ Leave a comment

เปิดศึกแดนมังกร เมื่อ 2 มังกรยักษ์ใหญ่เปลี่ยนเมืองไทยเป็นสมรภูมิการค้า สงครามนี้น่าจับตา

posted by  1,239 views

Durian-01

หลังการเข้ามาเยือนประเทศไทยของแจ็ค หม่าเจ้าของ Alibaba ยักษ์ใหญ่ธุรกิจ e-Commerce ในประเทศจีน ส่งผลให้เกิดความตื่นตัวเรื่องการค้าขายในรูปแบบ e-Commerce โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ SME โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่แจ็ค หม่ามองอนาคตของธุรกิจ SME จะกลายเป็นธุรกิจหลักของโลกใบนี้ ไม่เพียงเท่านี้แจ๊ค หม่ายังกล่าวถึงการเปิดประเทศของจีนที่ทำให้ประเทศจีนมีความต้องการสินค้านำเข้ามากมายหลายชนิด

เห็นได้ชัดเจนจากการขายทุเรียนที่เว็บไซต์ Tmall หนึ่งในเครือ Alibaba ที่สร้างปรากฎการณ์ยอดขายทุเรียนกว่า 80,000 ลูกภายใน 1 นาที นั่นเป็นเพราะความนิยมของชาวจีน ขณะที่คู่แข่งรายใหญ๋ของ Alibaba อย่าง JD.com ก็เริ่มลงทุนในประเทศไทยอย่างจริงจังมากขึ้น ซึ่งหากลองคำนวนคร่าวๆ ประชากรจีนทั้งประเทศมีมากกว่า 1,000 ล้านคน ขายสินค้าในสัดส่วนต่ำสุดเพียง 1% ของประชากร อย่างน้อยจะมีลูกค้าชาวจีนราว 10 ล้านคน และหากสินค้าของไทยได้กำไรชิ้นละ 1 บาท จะสามารถสร้างกำไรให้กับสินค้าได้ไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท

 

ทุเรียนไทยราชาแห่งผลไม้

ปูทางสู่ตลาดผลไม้ส่งออก

จากข้อมูลที่แจ็คหม่าเคยกล่าวไว้เมื่อครั้งมาเยือนประเทศไทยว่าคนจีนชอบและนิยมผลไม้ไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งทุเรียนซึ่งถือเป็นราชาแห่งผลไม้ จนนักธุรกิจจีนหลายรายเลือกที่จะเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยเป็นพ่อค้ารับซื้อสินค้าผลไม้หรือที่เรามักจะเรียกกันว่าล้ง” จนส่งผลให้ธุรกิจล้งส่วนใหญ่เป็นของกธุรกิจชาวจีนซึ่งการใช้ e-Commerce ช่วยในการซื้อขายจะช่วยให้เกษตรกรไม่ต้องผ่านล้งซึ่งเปรียบเสมือนพ่อค้าคนกลางที่คอยกดราคาสินค้าการเกษตรของเกษตรกร

นอกจาก Alibaba สนใจนำทุเรียนเข้าไปขายในประเทศจีนแล้วยังมี e-Commerce รายใหญ่อีกเจ้าอย่าง JD.com ก็สนใจนำเข้าทุเรียนจากประเทศไทยด้วยเช่นกันโดยล่าสุด JD Fresh บริษัทในเครือ JD.com ได้เซ็นลงนามเซ็นสัญญาการซื้อขายทุเรียนกับบริษัท ควีน โฟรเซน ฟรุต จำกัด โดยมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทุเรียนถึง 8 อย่างตั้งเป้ากระจายทุเรียนสู่ผู้บริโภคในประเทศจีนสำหรับสินค้าของควีน โฟรเซน ฟรุตจะเน้นไปที่ทุเรียนแช่แข็งเป็นหลักเนื่องจากช่วยให้ยืดอายุของทุเรียนได้ยาวนานขึ้นและยังช่วยให้สามารถขายได้ทุกฤดูกาล

Durian-02

สำหรับทุเรียนส่วนใหญ่ที่ควีน โฟรเซน ฟรุตนำมาแปรรูปและจำหน่ายจะมาจากภาคใต้โดยมีการเจรจาเพื่อรับซื้อทุเรียนจากเกษตรกรรายใหญ่ถึง 50 รายจากจังหวัดยะลาและในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ซึ่งเป็นการสนับสนุนสินค้าการเกษตรในเขตจังหวัดชายแดนใต้อีกด้วยนอกจากนี้ทาง JD.com ยังชี้ว่าคนจีนส่วนใหญ่นิยมผลไม้ไทยนอกจากทุเรียนแล้วยังมีมังคุดและมะพร้าวที่ชาวจีนนิยมเป็นอย่างมากและในอนาคต JD.com ก็จะนำผลไม้ที่ชาวจีนนิยมนอกเหนือจากทุเรียนไปขายในประเทศจีน

 

2 ยักษ์แดนมังกรเปิดแผน

Omni Channel ในตลาดจีน

อย่างที่กล่าวไว้แล้วว่าในประเทศจีนมีผู้เล่น e-Commerce รายใหญ่ถึง 2 รายประกอบไปด้วย Alibaba และ JD.com หากติดตามการทำธุรกิจของทั้ง 2 รายนี้ก็จะพบว่านอกจากมองประเทศไทยเป็นแหล่งวัตถุดิบของสินค้าที่จะนำเข้าไปขายในประเทศจีนแล้วทั้ง2รายยังมองเห็นเส้นทางขนส่งโลจิสติกส์ของประเทศไทยอีกด้วยที่สำคัญทั้ง2รายยังมีแผนในการทำธุรกิจภายใต้กลยุทธ์การขายแบบ OmniChannel

นั่นจึงทำให้ Alibaba ชิงเปิดตัวห้างสรรพสินค้าในจีนโดยมีชื่อว่า Qinchengli มีพื้นที่ใช้สอยกว่า 40,000 ตารางเมตร ซึ่งมีการนำเอาระบบจดจำใบหน้าเพื่อจ่ายเงิน (Facial Recognition Payment) และยังนำระบบ Smart Logistics มาใช้ในการจัดการคลังสินค้าแบบอัตโนมัติแบบไม่ต้องใช้มนุษย์และดูเหมือนจะสามารถใช้จ่ายผ่าน Application แบบไร้เงินสด

Durian-03

ขณะที่ JD.com ก็ไม่น้อยหน้าผุดซูเปอร์มาร์เก็ตในพื้นที่ Xiongan New Area ในช่วงวันหยุดวันแรงงานที่ี่ผ่านมาตามที่ China Daily รายงานห้างแห่งนี้มีพื้นที่ 246 ตารางเมตรพร้อมด้วยเทคโนโลยีทันสมัยอย่างระบบจดจำใบหน้าเพื่อจ่ายเงิน (Facial Recognition Payment)

Durian-04

ปัจจุบันซูเปอร์มาร์เก็ตไร้พนักงานเปิดที่ปักกิ่ง, เทียนจิน, เยียนไถ, ต้าเหลียน, ฉิ่อเจียง, ซีอานและฉางชุน

 

สิ่งที่ทำต้องรับมือ

ภาครัฐควรสนับสนุน

เห็นได้ชัดว่าจีนกำลังมองประเทศไทยเป็น Supplier ทั้งในแง่ของสินค้าการเกษตรและในแง่ของโลจิสติกส์นั่นจึงทำให้หลายธุกิจเริ่มเห็นทิศทางของธุรกิจการค้ากับประเทศจีน ซึ่งหากผู้ประกอบการ SME สามารถผันตัวเองไปสู่การค้าในลักษณะของ Supplier ก็จะช่วยให้เห็นภาพของตลาดขนาดใหญ่ที่มีผู้เล่นจากต่างประเทศน้อยราย

Durian-05

แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการต้องจำไว้การทำตัวเป็น Supplier ในลักษณะ OEM จะไม่ยั่งยืนเท่ากับการทำธุรกิจแบบ Supplier ในลักษณะที่มี Brand เป็นของตัวเองเพราะการทำในลักษณะOEM ความเสี่ยงจะไปอยู่ที่ลูกค้าผู้จ้างผลิตซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ขณะที่การสร้าง Brand เองแม้จะยุ่งยากต้องมีการลงทุนแต่ในระยะยาวแล้วผู้ประกอบการสามารถควบคุมปัจจัยต่างๆ ได้

Durian-06

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าจับตามองคือภาครัฐหากภาครัฐต้องการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเจาะตลาดประเทศจีนได้รัฐบาลก็จำเป็นต้องมีนโยบายในการสนับสนุนการส่งออกอาจจะเป็นเรื่องของภาษีหรือ Refund สำหรับผู้ประกอบการส่งออกเพื่อเป็นแรงจูงใจให้มีการส่งออกไปยังประเทศจีนนอกจากนี้ภาครัฐควรจะต้องมีนโยบายในการควบคุมสินค้าส่งออกไปประเทศจีนยกตัวอย่างเช่นทุเรียนหากเน้นขายไปยังตลาดประเทศจีนก็อาจส่งผลกระทบต่อตลาดประเทศไทยทั้งในเรื่องปริมาณและคุณภาพ

ทั้งที่“คนไทย” อยู่บนประเทศที่เป็นผู้ผลิตเอง

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

ความเร็วอาจไม่ใช่สิ่งสำคัญ ถ้าพิถีพิถันกับความลึก มองมุมต่าง สร้างความคิด สะกิดต่อมอยากรู้

User Name: Watokung

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


9 + = eighteen

Recent Posts

Facebook