โฉมใหม่!! พื้นที่ชีวิตแนวตั้งที่เลือกเองได้ “เอพี” จับอินไซต์คนเมือง ลุยตลาดบ้านทาวน์โฮม ส่ง 29 โครงการ 20 โมเดลใหม่ บนแนวคิด “Unlock Vertical Life” พลิกทุกข้อจำกัดรองรับชีวิตครบทุกมิติ

  • 2.5K
  •  
  •  
  •  
  •  

 

เข้าสู่ครึ่งปีหลัง 2565 หนึ่งในอุตสาหกรรมที่ทยอยปรับฟื้นตัวที่น่าจับตามอง คงหนีไม่พ้นธุรกิจอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัย โดยเฉพาะสินค้าบ้านแนวราบ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝดและทาวน์โฮมในทำเลเมืองและปริมณฑล ที่ยังคงได้รับการตอบรับจากลูกค้าต่อเนื่อง เนื่องจากกลุ่มลูกค้าเป็นเรียลดีมานด์ ตลอดจนบ้านแนวราบสามารถรองรับเทรนด์พฤติกรรมการอยู่อาศัย-ใช้ชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป รวมไปถึงการขยายเส้นทางระบบรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ ที่ทำให้การเดินทางเชื่อมต่อโซนกรุงเทพฯ รอบนอกเข้าสู่ใจกลางเมืองมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

 

MarketingOops! ชวนมาดูยุทธศาสตร์การพัฒนาบ้านทาวน์โฮมมิติใหม่ที่จะมาเขย่าตลาดต่อจากนี้ จะมีความน่าตื่นเต้นอย่างไร ?!?

เมื่อวิถีชีวิตการอยู่อาศัยในบ้านเปลี่ยน การดีไซน์สเปซฟังก์ชันต่างๆ ภายในบ้านยังจำเป็นต้องเหมือนเดิมต่อไปหรือไม่ จากคำถามตั้งต้นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทุก Developer ในวันนี้ต้องปรับตัวให้ไวเป็นอย่างมาก หากต้องการไปต่อเพื่อให้เป็นแบรนด์อันดับต้นในใจลูกค้า “บมจ. เอพี ไทยแลนด์” (AP Thailand) คือหนึ่งตัวอย่างองค์กรที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการเฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลง เรียนรู้จากการฟังเสียงการใช้ชีวิตจริงของลูกค้า และนำมาถอดรหัสตีความหาอินไซต์การอยู่อาศัยจริงที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงไม่น่าแปลกใจที่ทำให้วันนี้เอพี ติด Top องค์กรผู้พัฒนาอสังหาฯ ชั้นนำของประเทศ รวมไปถึงการครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งเจ้าตลาดทาวน์โฮม 3 ชั้นด้วยยอดขายสูงที่สุดมายาวนานและต่อเนื่อง

 

ประกาศแนวรุกใหม่ เจาะอินไซต์คนเมืองทุกเซกเมนต์

ล่าสุดกลุ่มธุรกิจทาวน์โฮมเครือเอพี ภายใต้การบริหารงานโดยคุณเมธา รักธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ ได้เล่าถึงโรดแมปครั้งสำคัญที่จะสร้าง Big Impact ในวงการทาวน์โฮมยุคใหม่ต่อจากนี้ ภายใต้ทิศทางการพัฒนา Unlock Vertical Life พื้นที่ชีวิตแนวตั้งที่เลือกเองได้” ที่จะเข้ามาพลิกทุกข้อจำกัดนำเสนอความเป็นที่สุดในทุกมิติ ผสานสุนทรียะเข้ากับการใช้ชีวิตวิถีใหม่อย่างสมบูรณ์ มุ่งสู่เป้าหมายทาวน์โฮมเอพี ตัวเลือกแรกที่ดีที่สุด ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ในระดับราคาที่คุ้มค่าที่สุด ตอบรับดีมานด์จริง บนสุดยอดทำเลทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล  

 

 

ด้วยแผนการเปิดโครงการทาวน์โฮมในจำนวนที่สูงที่สุดในอุตสาหกรรม 29 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวม 25,200 ล้านบาท หรือมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่าจากปีก่อนหน้า ที่พร้อมเดินเกมส์สร้างความได้เปรียบ ทั้งการทลายข้อจำกัดของการอยู่อาศัยทาวน์โฮมและบ้านแฝดแบบเดิมๆ ไปสู่การนำเสนอสินค้าที่โดดเด่นและแตกต่าง เป็นบ้านตอบมิติใหม่ครั้งแรกในไทย ทั้งจำนวนโครงการใหม่-มูลค่าโครงการรวมที่มากที่สุดขนาดนี้ ถ้าระบบหลังบ้านไม่พร้อมก็ยากที่จะเป็นจริงได้ ซึ่งตลอด 2 ปีของการเผชิญวิกฤติได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของทีมเอพี ซึ่งเป็นผลมาจากการจัดโครงสร้างองค์กรภายในให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว โดยนอกจากจะเป็นการเปิดใหม่เพิ่มทดแทนโครงการเก่าที่ปิดการขายไปจำนวนมากนั้น ยังเป็นการสร้างความได้เปรียบที่มากขึ้น ด้วยการขยายสินค้าไปยังตลาดใหม่ๆ อีกด้วย

 

 

“ตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ” ดาวเด่นอสังหาฯ ไทย

EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ คาดการณ์สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยทั่วประเทศในปี 2565 เริ่มกลับมาฟื้นตัว หลังชะลอตัวต่อเนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยตลาด “ที่อยู่อาศัยแนวราบ” ยังคงเป็นกลุ่มที่นำตลาด ขณะที่ตลาดคอนโดเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัว

– ทาวน์โฮม: เริ่มฟื้นตัวได้มากขึ้น ตามความนิยมของผู้ซื้อส่วนใหญ่ที่ต้องการที่อยู่อาศัยแนวราบ และตอบโจทย์กำลังซื้อในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยทาวน์เฮาส์/ทาวน์โฮมในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นกลางถึงชั้นนอกที่ราคาไม่สูง และอยู่ไม่ไกลแนวรถไฟฟ้าหรือทางด่วนมากนัก มีแนวโน้มได้รับความนิยมมากขึ้น

– บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด: เติบโตได้ต่อเนื่องตามความต้องการของกลุ่ม Real Demand โดยเฉพาะกลุ่มตลาดกลางถึงบนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจไม่มาก และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคจากผลกระทบของ COVID-19 ที่ส่งผลให้ความต้องการพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มบ้านแฝดยังคงได้รับความนิยม โดยเฉพาะในกลุ่มกำลังซื้อปานกลาง ทั้งในด้านความคุ้มค่าของราคา ฟังก์ชัน และพื้นที่ใช้สอย

อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวจะชัดเจนมากขึ้นในระยะกลาง หลังจากหน่วยเหลือขายสะสมเริ่มลดลง โครงการใหม่ขนาดใหญ่ที่กลับมาเริ่มก่อสร้างในปัจจุบันเริ่มทยอยสร้างเสร็จ และการเปิดให้บริการของรถไฟฟ้าสายใหม่ ๆ

 

 

เพราะผู้บริโภคต้องการ Space การใช้ชีวิตและการพักผ่อนมากขึ้น นี่จึงทำให้ “ที่อยู่อาศัยแนวราบ” เป็น Solution ตอบโจทย์ความต้องการการอยู่อาศัยยุคNow Normal ทั้งด้านพื้นที่ใช้สอย, การออกแบบฟังก์ชันของบ้านได้มากกว่า โดยปัจจุบันพบว่าคนรุ่นใหม่พิจารณาเลือก “ทาวน์โฮม” และ “บ้านแฝด” เป็นบ้านหลังแรกของตัวเองมากขึ้น

 

พื้นที่ชีวิตแนวตั้งที่เลือกเองได้

“เอพี ไทยแลนด์” เปิดตัวทาวน์โฮมบ้านแฝด 29 โครงการ 20 โมเดล ปลดล็อกข้อจำกัดที่อยู่อาศัยแบบเดิมๆ

หลังจากปีที่แล้ว “เอพี ไทยแลนด์” เปิดตัวทาวน์โฮม และบ้านแฝด 8 โครงการ มาปีนี้เพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภคที่มองหาที่อยู่อาศัยแนวราบมากขึ้น จึงได้วาง Roadmap เปิดตัวทาวน์โฮม และบ้านแฝดมากถึง 29 โครงการ มากกว่า 20 โมเดล ภายใต้ 6 แบรนด์ ครอบคลุมตั้งแต่ Luxury Segment จนถึง Economy Segment มูลค่ารวม 25,200 ล้านบาท

ทุกโครงการพัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ Unlock Vertical Life พื้นที่ชีวิตแนวตั้งที่เลือกเองได้” มาจากการศึกษาและทำความเข้าใจ Consumer Insight และ Pain Point การอยู่อาศัยทาวน์โฮม และบ้านแฝดที่มีอยู่ในตลาด พบข้อจำกัดมากมาย เช่น พื้นที่ใช้สอยน้อย เมื่อเทียบกับบ้านเดี่ยว, ปัญหาความเป็นส่วนตัว เนื่องจากบ้านแต่ละหลังอยู่ติดกัน, การออกแบบฟังก์ชันในบ้าน ยังไม่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ หรือรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกบ้านได้อย่างแท้จริง

 

 

“เอพี ไทยแลนด์” จึงได้ออกแบบทาวน์โฮม และบ้านแฝดรูปแบบใหม่ ที่ตอบโจทย์ทั้งทำเล, ฟังก์ชันของบ้าน, พื้นที่ใช้สอย, สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่ส่วนกลาง และมีให้เลือกหลายระดับราคา เพื่อให้ผู้บริโภคทุกเซกเมนต์เข้าถึงได้ พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนาทาวน์โฮม ภายใต้ 3 กลยุทธ์หลักคือ 

 

 

กลยุทธ์ 1 ปลดล็อกทาวน์โฮมบ้านแฝดรูปแบบเดิมๆ สู่การพัฒนามากถึง 20 โมเดล ครอบคลุม 6 แบรนด์ ให้ลูกบ้านเลือกตามไลฟ์สไตล์และความต้องการ เช่น

“บ้านกลางเมือง CLASSE” การกลับมาทำตลาดอีกครั้งของทาวน์โฮมหรูใจกลางเมือง (A Segment) ในรอบ 7 ปี เตรียมเปิดโครงการที่สุขุมวิท 77 ไตรมาส 3 ปีนี้

จุดเริ่มต้นโครงการนี้มาจากศึกษา Insight ของผู้บริโภคและตลาดพบว่าผู้บริโภคอยากอยู่ทาวน์โฮมมีพื้นที่ใหญ่ขึ้นในทำเลใจกลางเมือง ดูโปร่งโล่งสบาย และมีความเป็นส่วนตัว จึงออกแบบเป็น “ทาวน์โฮมดีไซน์เล่นระดับ” มีทั้ง 3.5 ชั้น และ 3 ชั้น หน้ากว้าง 8 เมตร จอดรถได้ 3 คัน มีพื้นที่ใช้สอย 259 ตารางเมตร เพื่อให้ลูกบ้านวิวมุมมองกว้างขึ้น ทั้งหน้าบ้าน และด้านข้าง จะไม่ได้ติดกับข้างบ้าน เพื่อให้ความเป็นส่วนตัว

 

 

ส่วนชั้น 2 และ 3 ออกแบบให้โปร่งโล่ง ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านเดี่ยว โดยพื้นที่พักผ่อนชั้น 2 ดีไซน์เพดานแบบ Double-volume Living สูงกว่า 6 เมตรจากพื้น เพื่อให้ลูกบ้านรู้สึกโปร่งโล่ง ขณะที่ชั้น 3ออกแบบเป็น Luxury Penthouse ทั้งชั้น ให้เจ้าของบ้านสามารถใช้สอยพื้นที่ได้อย่างเต็มที่

 

 

“บ้านกลางเมือง” แบรนด์ทาวน์โฮม 3 ชั้นในเมืองอันดับ 1 ของตลาด สร้างความแตกต่างด้วยการนำเสนอ ในปีนี้ “เอพี ไทยแลนด์” ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดทาวน์โฮม 3 ชั้น สร้างความแตกต่างจากตลาด ด้วยการนำเสนอแบบฟังก์ชันในบ้านที่ให้ลูกค้าสามารถเลือกได้ ถือเป็นครั้งแรกของตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ เพื่อให้กับลูกค้าได้บ้านที่ตรงกับความต้องการของแต่ละครอบครัวอย่างแท้จริง

ชั้น 1 มี 4 ฟังก์ชัน ได้แก่ แบบที่ 1 Multipurpose, แบบที่ 2 working & living, แบบที่ 3 Bedroom + Living Room และแบบที่ 4 Double Bedroom ลูกค้าสามารถเลือกได้ตามความต้องการ

เช่น บางครอบครัวมีผู้สูงอายุ ก็สามารถเลือกแบบที่ 3 หรือ 4 ขณะที่บางคนเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ SME ใช้ทาวน์โฮมเป็นออฟฟิศ สามารถเลือกแบบที่ 1 เพื่อให้มีพื้นที่ใช้สอยได้หลากหลาย

 

 

ชั้น 2 เป็นพื้นที่ส่วนพักผ่อน รับประทานอาหารและครัวขนาดใหญ่ นำ Living & Dining ไปอยู่ชั้นนี้ เนื่องจากเอพี ศึกษา Insight ผู้บริโภคที่อยู่ทาวน์โฮมพบว่า การใช้ชีวิตในบ้านส่วนใหญ่สมาชิกในบ้านจะใช้เวลาในโซนนั่งเล่น และรับประทานอาหารเป็นหลัก ซึ่งฟังก์ชันทาวน์โฮมแบบเดิม เมื่อลูกบ้านจอดรถ เปิดประตูมาจะเจอโซน Living และ Dining แต่กลับพบว่าหลายคนรู้สึกไม่ค่อยเป็นส่วนตัว

ดังนั้นการออกแบบโครงการบ้านกลางเมืองใหม่นี้ จึงนำ Living Room & Dining ขึ้นไปอยู่ชั้น 2 เพื่อตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัว ทำให้เป็นพื้นที่ที่สมาชิกในบ้านได้นั่ง Enjoy ทั้งวัน นับเป็นครั้งแรกของตลาดทาวน์โฮมในไทยที่นำเสนอฟังก์ชันรูปแบบนี้

ชั้น 3 ออกแบบฟังก์ชันห้องนอนให้เลือก 2 แบบคือ แบบที่ 1 Double Bedroom 2 ห้องนอน และแบบที่ 2 Penthouse Bedroom ทั้งชั้น  

เตรียมเปิดตัว บ้านกลางเมือง พหลโยธิน – วิภาวดี ราคาเริ่มต้น 4.99 – 9 ล้านบาท และบ้านกลางเมือง ลาดพร้าว 101 สเตชั่น ราคาเริ่ม 5.99 ล้านบาท

 

 

“Pleno” อีกหนึ่ง Fighting Brand ของเอพี ไทยแลนด์ในการเจาะตลาด C+ Segment ราคา 3 – 5 ล้านบาท เตรียมเปิดตัว 8 โครงการใหม่ในปีนี้ ซึ่งไฮไลต์อยู่ตรงการออกแบบใหม่ด้วยคอนเซ็ปต์“Beaming Model” ขยายพื้นที่เป็น 25 ตารางวา หน้ากว้าง 7 เมตร มากกว่าทาวน์โฮมทั่วไปส่วนใหญ่ที่มีพื้นที่โดยเฉลี่ย 18 – 20 ตารางวา เนื่องจากต้องการสร้างบ้านทาวน์โฮมให้เหมือนบ้านเดี่ยว โปร่งโล่งสบาย มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น

 

 

กลยุทธ์ที่ 2 ปั้นแบรนด์ใหม่ เจาะทำเล “กรุงเทพฯ รอบนอก – ปริมณฑล”

จากจุดแข็งโครงการทาวน์โฮมของ “เอพี” โดดเด่นทำเลโซนในเมืองมายาวนาน ล่าสุดได้รุกขยายโครงการไปยังทำเลกรุงเทพฯ รอบนอก และปริมณฑลมากขึ้น เพราะสังคมเมืองขยาย และการเกิดของรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ ทำให้ตลาดที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะแนวราบ กระจายไปยังรอบนอกกรุงเทพฯ มากขึ้น

ประกอบกับจากการสำรวจตลาดพบว่าแบบบ้านทาวน์โฮมที่เสนอขายในทุกวันนี้ ไม่สอดคล้องกับความต้องการและกำลังซื้อของผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหา “บ้านหลังแรก” ในราคาเข้าถึงง่าย

“เอพี” เล็งเห็น Demand และศักยภาพทำเลโซนรอบนอกเมืองที่ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก จึงได้ปั้นทาวน์โฮมแบรนด์ใหม่ “Pleno Town” ภายใต้จุดขาย “พื้นที่ความสุขทั้งชีวิต” ด้วยบ้านหน้ากว้าง 5 เมตร พื้นที่ใช้สอย 107 ตารางเมตร เน้นฟังก์ชันครบ การออกแบบที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย และสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นที่ส่วนกลางมาตรฐานเดียวกับ AP ทุกโครงการ เพื่อส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกค้า ในราคาเริ่มต้น 1.99 – 3 ล้านบาท เตรียมเปิด 6 โครงการในปีนี้

เจาะทำเลศักยภาพใกล้เมือง เช่น โซนกรุงเทพฯ ตะวันออก – บางนา เทพารักษ์ โซนกรุงเทพฯ ตะวันตก – ปิ่นเกล้า พุทธมณฑล สาย 5 นนทบุรี และโซนกรุงเทพฯ ตอนเหนือ – ลำลูกกา และรังสิตคลอง 5 เพื่อให้โครงการ “Pleno Town” เป็นบ้านหลังแรกของใครๆ ก็สามารถเป็นเจ้าของได้

 

 

กลยุทธ์ที่ 3 ลุยตลาดบ้านแฝด รับเทรนด์เติบโต

EIC รายงานว่าตลาดบ้านแฝด (Twin Home) ปี 2565 ยังคงเติบโตต่อเนื่องจากปี 2564 เนื่องจากความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะจุดเด่นของบ้านแฝดคือ ความคุ้มค่าคุ้มราคา ฟังก์ชัน พื้นที่ใช้สอยในบ้าน และให้ความเป็นส่วนตัวใกล้เคียงกับบ้านเดี่ยว

สอดคล้องกับการสำรวจตลาดของเอพีพบแนวโน้มตลาดบ้านแฝดในเมือง ยังขยายตัวตลอด 2 ปีที่ผ่านมา (2563 – 2564) มีอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ย 29% จากกลุ่มลูกค้าที่ต้องการบ้านมีพื้นที่ใช้สอยใหญ่ขึ้น ทำเลในเมือง ราคาคุ้มค่า

เพื่อรับ Demand ของผู้บริโภค “เอพี” เปิดตัวโครงการบ้านแฝด 2 แบรนด์ ทั้งแบบ 3 ชั้น และ 2 ชั้นคือ

“บ้านกลางเมือง The Edition” อันดับ 1 ของตลาดบ้านแฝด 3 ชั้นในเมือง หน้ากว้าง 9.8 เมตร พื้นที่ใช้สอย 218 ตารางเมตร

“Grand Pleno” บ้านแฝดดีไซน์ใหม่ 2 ชั้น หน้ากว้าง 11.4 เมตร พื้นที่ใช้สอย 145 ตารางเมตร

โดยจะขยายจำนวนโครงการและบุกเพิ่มเข้าไปในทำเลใหม่ๆ นำร่อง 4 ทำเลแรก ปิ่นเกล้า – บรมราชชนนี – ศาลายา – บางนา และพหลโยธิน – วิภาวดี

 

 

จาก 3 กลยุทธ์เอพีรุกตลาดทาวน์โฮม และบ้านแฝด ภายใต้แนวคิดUnlock Vertical Life พื้นที่ชีวิตแนวตั้งที่เลือกเองได้”

สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นBrand Dynamic” คือ แบรนด์ที่พร้อมปรับเปลี่ยนให้ก้าวทันเทรนด์และยุคสมัยอยู่เสมอ ด้วยการทำความเข้าใจ Insight และพฤติกรรมผู้บริโภค นำมาพัฒนาสินค้าให้ตรงใจผู้บริโภคในแต่ละเซกเมนต์ และ Breakthrough ตลาดที่อยู่อาศัยในไทยในมิติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น

 

 

1. การพัฒนาที่อยู่อาศัยในทุกวันนี้ ไม่มี One Size Fits All อีกแล้ว แต่ต้องมีดีไซน์ และฟังก์ชันหลากหลาย เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกตรงกับไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมการอยู่อาศัยของแต่ละครอบครัว

อย่างการออกแบบโครงการทาวน์โฮม และบ้านแฝดเอพีในปีนี้ ที่นำเสนอมากถึง 20 โมเดล เช่น  “บ้านกลางเมือง CLASSE” เป็นทาวน์โฮมเล่นระดับที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว และความโปร่งโล่งสบาย และ “บ้านกลางเมือง” ที่มีแบบฟังก์ชันชั้น 1 ให้เลือกถึง 4 แบบ และเอา Living Room & Dining ไปไว้ชั้น 2 เพื่อให้สมาชิกทุกคนในครอบครัว Enjoy กับพื้นที่การพักผ่อนได้เต็มที่และรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัว

2. ทลายข้อจำกัดขนาดพื้นที่ของทาวน์โฮม ในขณะที่จุดเด่นของทาวน์โฮมคือ ความคุ้มค่า ฟังก์ชัน และโลเคชัน โดยบางโครงการอยู่ในทำเลเดินทางสะดวก แต่ข้อจำกัดหนึ่งของทาวน์โฮมที่มีมาตลอดคือ “ขนาดพื้นที่” โดยทั่วไปมีพื้นที่เฉลี่ย 18 – 20 ตารางวา แต่เอพีตัดสินใจขยายพื้นที่ทาวน์โฮมในโครงการ Pleno ให้ใหญ่ขึ้นเป็น 25 ตารางวา เพื่อให้ลูกบ้านมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น

 3. ปั้น Brand Portfolio เจาะทำเลที่มีศักยภาพ รองรับการขยายตัวของเมือง

เพื่อให้ผู้บริโภคทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัย หัวใจสำคัญคือ การสร้าง Brand Portfolio ให้มีหลายแบรนด์ หลายโปรดักต์​เพื่อให้แต่ละแบรนด์​ แต่ละโปรดักต์เข้าไปทำตลาดกับผู้บริโภคแต่ละเซกเมนต์​ ซึ่งนอกจากเอพีมีฐานแข็งแกร่งในตลาดพรีเมียม และระดับกลางแล้ว ยังได้สร้างแบรนด์สำหรับตลาด Mass ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของไทย และขยายไปยังทำเลกรุงเทพฯ รอบนอก – ปริมณฑล เพื่อรองรับการเติบโตของความเป็นเมือง

อย่างการสร้างแบรนด์ “Pleno Town” ทาวน์โฮมตอบโจทย์ความคุ้มค่าคุ้มราคา เน้นเจาะทำเลศักยภาพใกล้เมือง สำหรับเป็นบ้านหลังแรกในราคาเข้าถึงง่าย

ในส่วนของครึ่งปีหลัง AP Thailand ยังคงมองตลาดอสังหาฯแนวราบยังเป็นตลาดที่ได้รับความนิยม และยังมีแนวโน้มการเติบโตได้อีกในอนาคต อิงจากผลตอบรับด้านยอดขายที่แข็งแกร่งจากโครงการแนวราบเครือเอพี 5 เดือน ที่ผ่านมา มูลค่า 16,810 ล้านบาท เติบโตขึ้น 23% จากปีก่อนหน้า และคิดเป็น 45% ของเป้ายอดขายแนวราบทั้งปี (38,000 ล้านบาท) สะท้อนถึงดีมานต์ของกลุ่มลูกค้าที่มองหาบ้านหลังใหม่ท่ามกลางตลาดที่ท้าทายอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งในปี 2022 จะเป็นก้าวใหม่และเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในแวดวงอสังหาฯ และของ AP Thailand โดยเฉพาะการเปิดพรีเซลโครงการใหม่แบบบิ๊กล็อต ที่จะเข้ามากระตุ้นบรรยากาศการซื้อขายบ้านให้มีความคึกคักมากยิ่งขึ้น และยังเป็นการนำเสนอตัวเลือกแรกที่ดีที่สุดให้กับลูกค้ากลุ่มครอบครัวในเมืองที่กำลังมองหาบ้านแนวราบหลังใหม่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ทุกทำเลทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลอย่างแน่นอน

 

 

นอกจากนี้ “เอพี” ยังได้สร้างการรับรู้แนวคิด “Unlock Vertical Life พื้นที่ชีวิตแนวตั้งที่เลือกเองได้”ผ่านหนังโฆษณาตอกย้ำจุดเด่นของ 6 แบรนด์ทาวน์โฮมที่ลูกค้าสามารถออกแบบฟังก์ชันในบ้านได้เอง เช่น ย้าย Dining Room มาอยู่ชั้น 2, เพดานสูงโปร่งโล่ง, ความเป็นส่วนตัวภายในบ้าน แต่ยังสามารถมองเห็นพื้นที่เปิดกว้างนอกบ้าน

 

 

หากใครสนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://bit.ly/3nFYmVL

#APTHAI #APTOWNHOME #ชีวิตดีๆที่เลือกเองได้

 


  • 2.5K
  •  
  •  
  •  
  •  
CLOSE
CLOSE