ถอดกลยุทธ์ Beyond connectivity ของ ดีแทค ดีชัวรันส์ กับโจทย์ ‘เป็นมากกว่าธุรกิจโทรคมฯ’

  • 4.6K
  •  
  •  
  •  
  •  

 

ข้อดีจากสถานการณ์โรคระบาด คือการทำให้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพและดูแลตนเองมากขึ้น จนส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะการประกันภัย ที่นอกจากจะเติบโตอย่างมหาศาล ก็ยังสามารถขยายฐานลูกค้าได้ครั้งใหญ่ เพราะคนจำนวนไม่น้อยที่ได้มีประสบการณ์เลือกซื้อประกันเป็นกรมธรรม์แรกในชีวิตก็คือประกัน COVID-19

แม้คนจำนวนไม่น้อยจะมีประสบการณ์เข้าถึงประกันมากขึ้น ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่ Insight การเลือกซื้อประกันของคนไทยสะท้อนว่ายังมีข้อจำกัดหลายเรื่องด้วยกัน และเมื่อเรื่องนี้ยังมีโอกาสอีกมากที่รออยู่ เราจึงได้เห็นหลายต่อหลายไอเดีย และสีสันการขายประกันในยุคนี้ ทั้งการขายออนไลน์ คอนเซปต์โฆษณาแบบปัง ๆ หรือแม้แต่การบันเดิลประกันเข้ากับสินค้าบริการต่าง ๆ โดยเฉพาะไอเดียล่าสุดที่โอเปอเรเตอร์อย่างดีแทค ประกาศตัวเป็นศูนย์รวมบริการประกันภัยออนไลน์ ผ่านบริการ dtac dSurance (ดีแทค ดีชัวรันส์)

 

ทำไม ดีแทคต้อง Cross Industry Collaboration มาจับมือกับธุรกิจประกัน ?

หากวิเคราะห์ประเด็นนี้ น่าจะเป็นการต่อยอดกลยุทธ์ Beyond connectivity ตามเป้าหมายที่ ดีแทค เคยประกาศไว้ เพราะนอกจากวิสัยทัศน์ Fast forward digital ผลักดันให้คนไทยได้เข้าถึงดิจิทัล ที่ ดีแทคย้ำอยู่ตลอด การเป็นมากกว่าผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม ก็เป็นอีกประเด็นที่ ดีแทค ขับเคลื่อนออกมาอย่างต่อเนื่องในระยะหลัง

 

 

โดยอีเวนท์เปิดตัว dtac dSurance คุณฮาว ริเร็น รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด ดีแทค ก็ย้ำอยู่หลายครั้งว่า “ดีแทค มุ่งมั่นที่จะผลักดันการใช้งานดิจิทัลของคนไทย ภายใต้เป้าหมาย Fast forward digital เพื่อให้คนไทยได้ใช้ชีวิตที่ใช่ในแบบที่ชอบ”

 

Go Digital ต้องเริ่มจาก Digitizing the Core

ต้องเล่าแบบย้อนความเดิมว่า…เพราะธุรกิจของ ดีแทค เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวผู้บริโภคและง่ายต่อการสร้างประสบการณ์ดิจิทัลอยู่แล้ว ดังนั้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ดีแทค จึงผลักดันประเด็น Digitizing the Core มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการทำให้ธุรกิจหลักกลายเป็นดิจิทัลอย่างสมบูรณ์ ทั้งการพัฒนาแอป dtac one เป็นช่องทางให้พนักงานและพาร์ทเนอร์ร้านค้าเพื่องานบริการลูกค้า เปลี่ยนการดำเนินงานในร้าน ดีแทค เป็นบริการแบบ Paperless 100% หรือแม้แต่คอนเซปต์การพยายามเปลี่ยน dtac app ในมือถือลูกค้าให้กลายเป็น ซูเปอร์แอป ให้ใช้งานได้คล่องตัวทุกไลฟ์สไตล์ทั้งลูกค้าและคนทั่วไป

โดย คุณฮาว ริเร็น เคยกล่าวไว้ว่า มีเป้าหมายที่มาพร้อมกับการทำซูเปอร์แอป คือ เพิ่มยอดผู้ใช้งาน dtac app เป็น 10 ล้านคนต่อเดือน และเพิ่มยอดลูกค้าใหม่ผ่านช่องทางดิจิทัล 5 เท่า

ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวจึงไม่ใช่เรื่องยากเกินกว่าจะเกิดขึ้นได้ เพราะดีแทค ใช้ 4 กลยุทธ์ ได้แก่

Be Inclusive: สร้างการเข้าถึงอย่างเท่าเทียมด้วยการเปิดตัว dtac app lite ซึ่ง ดีแทคเคลมว่าเป็นโอเปอเรเตอร์รายแรกในไทยที่มอบประสบการณ์การใช้งานแอปโดยไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลด แต่ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างครอบคลุมและใช้งานได้ผ่านมือถือทุกรุ่น ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 300,000 คน

Be Fun & Engaging: สร้างความรู้สึกสนุกในการใช้งานดิจิทัล และเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นดิจิทัลด้วยการมอบสิทธิพิเศษผ่าน dtac reward coins จนทำให้ปีที่ผ่านมามียอดการใช้งานดิจิทัลเพิ่มขึ้น 3 เท่า ในกลุ่มลูกค้าเติมเงิน

Be Smart: บริการที่ตอบสนองความต้องการลูกค้าอย่างแท้จริง โดยนำ AI และการวิเคราะห์ข้อมูลเข้ามาใช้งาน ซึ่งมากกว่า 50% ของยอดขายโปรโมชันเสริมในปัจจุบันก็มาจากการใช้ AI

Be There: อยู่ในทุกช่องทางที่ใช่สำหรับลูกค้า เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า พร้อมกับยกระดับให้เป็น Digitizing the Core และเร่งสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าบนช่องทางดิจิทัล

 

โลกหมุนไว แบรนด์ต้องเสิร์ฟ Beyond connectivity

มาถึงเรื่อง Beyond connectivity ที่เกริ่นเอาไว้ว่าเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้ ดีแทคตัดสินใจคลอด dtac dSurance ออกมา ซึ่งก่อนหน้านี้แบรนด์ได้ปล่อยหมัดใหม่ ๆ ออกมาแล้ว 2 ครั้ง กับการพา ดีแทค เข้าไปหาลูกค้า โดยจับจากไลฟ์สไตล์และปัญหาจริง! ที่พบจากการใช้ชีวิตในปัจจุบัน ได้แก่

บริการ Gaming Nation ที่ร่วมกับพาร์ทเนอร์เกมชั้นนำระดับโลก นำเสนอไอเทมเกมบนแอปที่ดีที่สุด เพื่อตอบโจทย์คนไทยกลุ่มใหญ่ที่ชื่นชอบความบันเทิงจากการเล่นเกม

บริการใจดี มีวงเงินให้ยืม ซึ่งร่วมกับ LINE BK และ KBTG เพื่อให้ลูกค้าได้เข้าถึงบริการสินเชื่อที่มีคุณภาพผ่านออนไลน์ อนุมัติเร็ว ไม่ยุ่งยากเหมือนกระบวนการกู้สินเชื่อแบบเดิม

ดังนั้น dtac dSurance กับไอเดียศูนย์รวมบริการประกันภัยออนไลน์ จึงเกิดขึ้นเป็นบริการที่ 3 ตามความต้องการของตลาดประกันของไทยยังไม่ใช่บริการที่คนไทยสามารถเข้าถึงได้อย่างครอบคลุม เพราะในปี 2564 คนไทยมีอัตราการเข้าถึงประกันภัยเพียง 5% เมื่อเปรียบเทียบกับ GDP ขณะที่ ฮ่องกงอยู่ที่ 20% สหรัฐอเมริกา 12% และสิงคโปร์ 9%

 

 

dtac dSurance ถือเป็น Cross Industry Collaboration ระหว่างประกันภัยและโทรคมนาคมอย่างแท้จริง เพราะเราต้องการลดอุปสรรคต่าง ๆ ให้คนไทยได้เข้าถึงบริการประกันภัยที่เข้าใจง่าย คุ้มค่า ในราคาที่เข้าถึงได้ และมีความน่าเชื่อถือ โดยการนำจุดแข็งของ ดีแทคและพาร์ทเนอร์ มาสร้างจุดเปลี่ยนให้กับลูกค้าได้ใช้ชีวิตในแบบที่ใช่ในแบบที่ชอบ มีความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” คุณฮาว ริเร็น กล่าว

 

ภารกิจคนกลาง เคลียร์ Pain Point คนไทยกับประกันภัย

รายละเอียดของ dtac dSurance ไม่ได้น่าสนใจแค่คอนเซปต์ที่เข้ามาลบ Pain Point ของผู้คน แต่ยังรวมถึงการที่ ดีแทคได้เป็นพาร์ทเนอร์กับ Bolttech หนึ่งในบริษัท InsurTech ระดับโลกที่เติบโตเร็วที่สุด และบริษัทประกันชั้นนำอีก 10 แห่ง ได้แก่ FWD, AXA, กรุงเทพประกันภัย, ทิพยประกันภัย, ไทยศรีประกันภัย, ธนชาตประกันภัย, ทูนประกันภัย, MSIG, ซันเดย์ และ howden Maxi เพื่อเป็นศูนย์รวมบริการประกันภัยแบบครบวงจรแห่งใหม่เพื่อคนไทยผ่าน dtac app

แถมยังมีประกันให้เลือกครอบคลุมหลากหลาย ได้แก่ ประกันรถยนต์, ประกันมอเตอร์ไซค์, ประกันสุขภาพ, ประกันอุบัติเหตุ, ประกัน COVID-19, ประกันการเดินทาง, ประกันโรคร้ายแรง, ประกันสัตว์เลี้ยง รวมถึง พ.ร.บ. รถยนต์ และมอเตอร์ไซค์ ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ได้มีดีแค่ครอบคลุมความต้องการแต่ยังมีราคาที่ดีที่สุด ให้เลือกได้ตามความพึงพอใจอีกด้วย

อย่างไรก็ตามดีแทค ได้ศึกษาผลวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับความรู้สึกของลูกค้าที่มีต่อประกันภัย ซึ่งพบว่าคนไทยมีความรู้สึกต่อประกัน 4 เรื่อง คือ

ประกันภัยมีข้อเสนอมากมาย จนลูกค้าไม่รู้ว่าอะไรจะเหมาะสมกับพวกเขา

ลูกค้าไม่แน่ใจแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ไม่รู้ว่าจะปรึกษาใครโดยเฉพาะผู้คนต่างจังหวัด

เบี้ยประกันภัยมีราคาสูง ไม่มั่นใจว่าจะสามารถจ่ายเบี้ยได้ และรู้สึกไม่มั่นใจเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่จะได้รับหรือจะได้รับเมื่อไหร่

– จากการเจาะตลาดบัตรเครดิตที่ยังคงจำกัดในคนหมู่มาก ทำให้ลูกค้าไม่มีตัวเลือกในการชำระเงินที่สะดวก

นอกจากประเด็นเหล่านี้จะเป็นความรู้สึก ความคิด และความท้าทาย ซึ่งเป็นอุปสรรคที่จำกัดคนไทยในการเข้าถึงบริการประกันภัยที่มีคุณภาพแล้ว ก็ยังเป็นความท้าทายของ dtac dSurance เช่นกัน แต่เมื่อ ดีแทค มีเป้าหมายในการ เป็นมากกว่าโอเปอเรเตอร์ นี่จึงกลายเป็นการพลิกเกม และทำให้ dtac dSurance กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่จะสนับสนุนการเติบโตให้ ดีแทค

โดย คุณฮาว ริเร็น อธิบายแนวคิด dtac dSurance ว่า การซื้อประกันจะกลายเป็นเรื่องง่าย ไม่ต้องเลือกไม่ต้องสับสน ราคาโดนใจ และยืดหยุ่น dtac dSurance จะช่วยลดความยุ่งยากให้การซื้อประกันเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น ปลดล็อกความยุ่งยากในการหาข้อมูลแผนประกัน การเปรียบเทียบราคา และการสั่งซื้อประกันออนไลน์ กับตัวเลือกที่ดีที่สุดซึ่งเราเลือกมาแล้ว พร้อมให้บริการจากทีมงานมืออาชีพที่จะให้คำแนะนำตลอด 24×7 ค่าเบี้ยประกันภัยก็สามารถเลือกได้ทั้งแบบรายปีและรายเดือน ทั้งยังมีสิทธิพิเศษแบบต่าง ๆ พร้อมบริการ Pay via dtac ที่ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ก็สามารถซื้อประกันภัยได้และได้รับความคุ้มครองในแบบเดียวกัน”

 

เปิดกว้างลูกค้า…แม้จะไม่ได้อยู่ในเครือข่าย ดีแทค

หากมองว่าเกมนี้เป็นเพียงการ Cross Industry Collaboration คงต้องบอกให้คิดใหม่ เพราะนอกจากความเป็นดิจิทัลไลฟ์สไตล์ที่ dtac dSurance เสิร์ฟให้ผู้บริโภคเข้าถึงง่ายแล้ว ความเป็นมิตรของ dtac app ที่ใช้งานง่ายและเป็นแอปที่ลูกค้า ดีแทคต้องมีติดมือถือ ก็ยิ่งเป็นประตูที่เปิดกว้างสำหรับโอกาสให้ไอเดีย Beyond connectivity ครั้งนี้ฉายแววความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม สอดคล้องกับเป้าหมายที่ คุณฮาว ริเร็น ประกาศไว้ว่า

จากลูกค้า 19.3 ล้านคน ดีแทคตั้งเป้าหมายให้ลูกค้าได้เข้าถึงบริการประกันภัยมากที่สุดโดยช่วงแรกคาดหวังจะได้ลูกค้าบุคคลเป็นกลุ่มหลัก แต่เราก็สนใจขยายไปสู่กลุ่มลูกค้าองค์กรด้วยเช่นกัน

เพราะ dtac dSurance เปิดกว้างแพลตฟอร์มให้ลูกค้า ดีแทคสามารถซื้อประกันผ่าน dtac app ได้โดยตรง แต่ขณะเดียวกัน ก็พร้อมบริการผู้บริโภคทั่วไปที่ไม่ได้เป็นลูกค้า ให้สามารถซื้อประกันผ่านเว็บไซต์ ได้เช่นกัน แสดงถึงวิสัยทัศน์ที่ดีแทค มองไกลมากกว่าแค่พัฒนาบริการเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าของตนเอง แต่เป็นไปตามเป้าหมาย Fast forward digital ด้วยนั่นเอง

 

 

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาหรือสนใจซื้อประกันภัยออนไลน์ผ่าน dtac dSurance สามารถดำเนินการแค่ 5 ขั้นตอน เพื่อรับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ที่ต้องการ คือ

  1. เลือกประเภทประกันที่สนใจ
  2. เลือกประกันที่สนใจ ซึ่งสามารถเปรียบเทียบความคุ้มครอง และค่าเบี้ยประกัน ได้ด้วย
  3. กรอกข้อมูลส่วนตัว และรายละเอียดผู้รับผลประโยชน์
  4. เลือกช่องทางชำระเงิน ซึ่งมีทั้ง Pay via dtac / บัตรเครดิต / โอนจ่ายโดยตรงแก่บริษัทประกันภัย
  5. จากนั้น ก็ทำการทบทวนข้อมูลทั้งหมด และกดยืนยัน

ซึ่ง dtac dSurance ยังได้มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้า dtac เป็นส่วนลด 15% สำหรับการซื้อประกันภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2564 อีกด้วย

และที่พิเศษยิ่งกว่านั้น คือ dtac dSurance จะเป็นศูนย์รวมบริการประกันภัยออนไลน์อย่างแท้จริง โดยไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงช่องทางเข้าถึงการซื้อ แต่ยังเป็น ตัวกลางที่เชื่อมโยงผู้บริโภคและบริษัทประกัน ที่สามารถวางใจได้ เพราะ ดีแทครับหน้าที่ประสานงานให้ในกรณีที่ลูกค้าต้องการทำเรื่องเคลมประกัน โดยสามารถโทร 1678 เพื่อขอความช่วยเหลือในการติดต่อกับบริษัทประกันภัยได้ด้วย

 


  • 4.6K
  •  
  •  
  •  
  •