“Ecological” จากแนวคิดเพื่อความยั่งยืน สู่เครื่องพิมพ์ที่ตอบโจทย์เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า

  • 14K
  •  
  •  
  •  
  •  

[บทความนี้เป็น Advertorial]

นาทีนี้ไม่เรื่องไหนที่ร้อนเท่ากับเรื่องของ “โลกร้อน” อีกแล้ว

เมื่อคนทั้งโลกกำลังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม “ธุรกิจ” ในทุกเซกเตอร์ก็ต่างต้องมุ่งสู่การปรับตัวให้สอดรับกับเทรนด์ที่กำลังกลายเป็นกระแสหลักของโลกในอีกไม่นานนี้ หลายองค์กรจึงให้ความใส่ใจสร้างนวัตกรรมเพื่อโลกที่ยั่งยืน มุ่งหน้าสู่การทำธุรกิจที่ใส่ใจต่อสังคมส่วนรวม

เช่นเดียวกับ Epson แบรนด์เครื่องพิมพ์เจ้าของตลาด ซึ่งมีการนำหลัก Sustainable Development Goals (SDGs) ที่เป็นเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ เข้ามาเป็นหัวใจหลักทางธุรกิจ

หนึ่งกิจกรรมเพื่อโลกที่ยั่งยืนของ Epson ในปีนี้ คือการหมายมั่นปั้นมือที่จะเป็นผู้นำธุรกิจเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทซึ่งให้ประสิทธิภาพเทียบเท่ากับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ แต่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้มากกว่า โดยได้ออกแคมเปญ “The Ecological Choice” หรือความหมายง่ายๆ คือการทำธุรกิจ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ ตอบโจทย์ทางธุรกิจ และให้ประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่สหประชาชาติได้ให้ไว้

จุดเด่นของเครื่องพิมพ์ของเอปสัน ที่ช่วยตอบโจทย์ความต้องการทั้งของธุรกิจและสิ่งแวดล้อม ได้แก่

  1. การใช้พลังงานน้อยกว่าเครื่องพิมพ์เลเซอร์ทั่วไป 85%  ซึ่งช่วยให้ธุรกิจประหยัดค่าใช้จ่าย

ทำการทดสอบโดย Keypoint Intelligence-Buyers Lab ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเอปสัน ทดสอบโดยเปรียบเทียบจากเครื่องพิมพ์เลเซอร์สีแบบมัลติฟังก์ชั่นในรุ่น 65-70 หน้าต่อนาที และทำการทดสอบโดยใช้ค่าเริ่มต้นของอุปกรณ์ซึ่งใช้วิธีการทดสอบตามมาตรฐานการใช้พลังงานของ Keypoint Intelligence-Buyers Lab การคำนวณอ้างอิงจากวันทำงานของการพิมพ์ 2 x 4 ชั่วโมงการพิมพ์ + 16 ชั่วโมงในโหมดพักเครื่อง/สแตนด์บาย และการใช้พลังงานในวันเสาร์อาทิตย์ 48 ชั่วโมงในโหมดพักเครื่อง/สแตนด์บาย รูปแบบการพิมพ์สำหรับการทดสอบงานทั้งหมด 69 หน้าทั้งไฟล์ .doc, .xls, .ppt, .html และ Outlook ถูกพิมพ์ 6 ครั้งในทุกๆ 4 ชั่วโมงของช่วงเวลาการพิมพ์

  1. การเป็นเครื่องพิมพ์ที่ลดการปล่อยก๊าซ CO2 ที่ 85% ซึ่งวัดผลได้จากปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาจากเครื่องพิมพ์เลเซอร์จะต้องใช้ต้นไม้ถึง 8 ต้นเพื่อดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมด ในขณะที่เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทของเอปสัน ใช้ต้นไม้เพียงต้นเดียวเท่านั้น

การคำนวณค่าการปล่อยก๊าซ CO2 รายปี อ้างอิงจาก JEMAI-LCA Pro การคำนวณอัตราดูดซับก๊าซ CO2 ของต้น Cedar อ้างอิงตามมาตรฐานของ Japan Factory Agency คือ CO2 8.8 กิโลกรัม ต่อต้นต่อปี  

  1. การลดการใช้วัสดุสิ้นเปลือง 59% ด้วยการออกแบบตัวเครื่องที่มีประสิทธิภาพ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท จึงใช้ชิ้นส่วนหรือวัสดุสิ้นเปลืองน้อยกว่าเครื่องพิมพ์เลเซอร์

ทำการทดสอบโดย Keypoint Intelligence-Buyers Lab ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเอปสัน ทดสอบเปรียบเทียบจากเครื่องพิมพ์เลเซอร์สีแบบมัลติฟังก์ชั่นในรุ่น 65-70 หน้าต่อนาที โดยการคำนวณอ้างอิงจากความถี่ในการเปลี่ยนและปริมาณของวัสดุสิ้นเปลือง รวมไปถึงชิ้นส่วนอะไหล่ที่ใช้ในการพิมพ์กระดาษ 1 ล้านแผ่น (รูปแบบการทดสอบ ISO/IEC 24712) ในระยะเวลา 5 ปี

นอกจากนี้ เอปสันยังใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อปฏิวัติวงการการพิมพ์ระดับองค์กรด้วยโปรดักส์ไฮไลท์อย่าง Epson WorkForce Enterprise WF-C20590 เครื่องพิมพ์ความเร็วสูง ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีหัวพิมพ์ PrecisionCore ที่ถูกออกแบบให้มีความทนทาน พิมพ์งานได้ละเอียดคมชัด ตอบรับความต้องการการพิมพ์ในระดับองค์กรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สามารถพิมพ์ด้วยความเร็ว สูงถึง 100 แผ่นต่อนาที ซึ่งความเร็วเทียบเท่าหรือเร็วกว่าเครื่องพิมพ์เลเซอร์เลยทีเดียว ในแง่ธุรกิจเครื่องพิมพ์ของเอปสัน จึงตอบโจทย์สิ่งที่ทุกออฟฟิศต้องการ คือ ตัวช่วยในการลดต้นทุน ให้ความคุ้มค่า เนื่องจากเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทของเอปสันสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งหมด ตั้งแต่ ประสิทธิภาพในการพิมพ์งานที่น่าเชื่อถือ รองรับการพิมพ์จำนวนมาก สามารถเป็นได้ทั้ง เครื่องพิมพ์ เครื่องถ่ายเอกสาร และแฟกซ์ แถมยังขึ้นชื่อในเรื่องโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อน ซึ่งนั่นหมายถึงการมีชิ้นส่วนที่ต้องเปลี่ยนน้อยหรือโอกาสที่จะเกิดความเสียหายน้อย จึงไม่ต้องห่วงเรื่องการซ่อมบำรุงมากนัก

ซึ่งหากมองจากมุมค่าใช้จ่ายในการใช้งาน WorkForce Enterprise ของเอปสันก็ยิ่งเหนือกว่าเครื่องพิมพ์เลเซอร์มาก เพราะเครื่องจะไม่สร้างความร้อนในขณะพิมพ์ ใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยกว่าเครื่องพิมพ์เลเซอร์ทั่วไปถึง 75% และมีอุปกรณ์ที่ต้องดูแลน้อยกว่ามาก จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในด้านการบริการ การบำรุงรักษาเครื่อง และช่วยลดเวลาการหยุดใช้งานไปได้มาก

ทั้งนี้แคมเปญ Ecological จึงเป็นหนึ่งในกุญแจในการปรับทิศทางการดำเนินงานทางธุรกิจ ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและการประหยัดพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตอบโจทย์การใช้งานในทุกธุรกิจ บรรลุเป้าหมาย SDGs ได้ถึง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านที่ 7 “พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้”  ด้านที่ 8 “การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ” และ “ด้านที่ 12 แผนการบริโภคการผลิตที่ยั่งยืน”

การใช้เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทของ Epson สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งหมด ตั้งแต่ ประสิทธิภาพในการพิมพ์งานที่น่าเชื่อถือ รองรับการพิมพ์จำนวนมาก สามารถเป็นได้ทั้ง เครื่องพิมพ์ เครื่องถ่ายเอกสาร และแฟกซ์ นอกจากนี้ยังดีต่อสภาพแวดล้อมในที่ทำงานอีกด้วย

เรียกได้ว่าสามารถตอบสนองความสำเร็จทางธุรกิจและให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆกัน

สนใจข้อมูลเพิ่มเติม call center 02-685-9899 หรือ https://www.epson.co.th/เครื่องพิมพ์สำหรับการใช้งานธุรกิจ/c/w110

[บทความนี้เป็น Advertorial]


  • 14K
  •  
  •  
  •  
  •