‘KAMU KAMU’ ก้าวสู่ปีที่ 15 ยอดขายโต 30% เตรียมปักธง 3 ปี ตั้งเป้ากวาดรายได้พันล้านบาท พร้อมขยายแตะ 300 สาขา

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

 

แบรนด์เครื่องดื่มชาสไตล์ญี่ปุ่นสัญชาติไทยอย่าง KAMU KAMU (คามุ คามุ) ก้าวเข้าสู่ปีที่ 15 ด้วยการเติบโตถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมเดินหน้าประกาศเป้าหมายใหญ่ในการทำรายได้ 1,000 ล้านบาท และขยายสาขาสู่ 300 แห่ง ภายในปี 2572

แรงส่งจากการรีแบรนด์ และกลยุทธ์ Affordable Indulgence นายทินกฤต สินทัตตโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คามุ คามุ จำกัด เปิดเผยว่า การเติบโตอย่างต่อเนื่องในไตรมาสแรกนี้เป็นผลมาจากแรงส่งของการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ให้ทันสมัยและเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ได้มากขึ้น

 

ยึดมั่น ‘แบรนด์ชาที่เข้าถึงง่าย’

 

แม้ผู้บริโภคจะระมัดระวังการใช้จ่ายจากภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย แต่กลุ่มเครื่องดื่มยังคงตอบโจทย์ในฐานะ “Affordable Indulgence” หรือความสุขเล็กๆ ที่เข้าถึงได้ในชีวิตประจำวัน โดยในไตรมาสแรก กลุ่มเครื่องดื่มชาของแบรนด์มีอัตราการเติบโตสูงถึง 40% (สูงกว่าภาพรวมเครื่องดื่มของแบรนด์ที่โต 10%) 

ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้ายังระบุว่า มีความถี่ในการบริโภคเฉลี่ย 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ และมียอดใช้จ่ายต่อบิลเฉลี่ยอยู่ที่ 80 บาท ดัน “ชา” เป็นแกนหลักขับเคลื่อนธุรกิจ ปัจจุบัน KAMU KAMU มีโครงสร้างรายได้หลักมาจากกลุ่มชานมไข่มุกถึง 60% ตามด้วยกลุ่มชาอื่นๆ (เช่น ชาไทย มัทฉะ) 20% และกลุ่มเครื่องดื่มอื่นๆ อีก 20% แบรนด์จึงประกาศจุดยืนในการใช้ “ชา” เป็นแกนหลักของการเติบโตในอนาคต เพื่อตอบโจทย์ฐานลูกค้าหลักกว่า 80% ซึ่งเป็นกลุ่มวัยทำงานและคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความพรีเมียม

ล่าสุด แบรนด์ได้เปิดตัวเมนูใหม่ “Oolong Peach” ที่ผสานความหอมละมุนของชาอู่หลงกับความสดชื่นของพีช ควบคู่ไปกับการใช้ “Kamu & Friends” คาแรกเตอร์ทั้ง 6 ตัว มาช่วยสร้าง Brand Engagement และเพิ่มการจดจำผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียและแพ็กเกจจิ้ง

 

โรดแมป 3 ปี สู่ 300 สาขา

 

เพื่อพิชิตเป้าหมายรายได้ 1,000 ล้านบาท และ 300 สาขา ภายในระยะเวลา 3 ปี KAMU KAMU ได้วางกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน ได้แก่

 

  1. ขยายสาขาด้วยรูปแบบร้านที่คล่องตัว: เน้นขนาดพื้นที่เฉลี่ย 23 ตารางเมตร เพื่อให้สามารถเข้าถึงทำเลที่หลากหลายได้มากขึ้น
  2. พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างสม่ำเสมอ: วางแผนเปิดตัวเมนูใหม่เฉลี่ยทุกๆ 2 เดือน เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้ทันกับพฤติกรรมผู้บริโภค
  3. สร้างแบรนด์ผ่านประสบการณ์: สื่อสารบุคลิกของแบรนด์ให้ชัดเจน ทันสมัย เพื่อให้อยู่ในใจผู้บริโภคในระยะยาว

 

การก้าวเข้าสู่ปีที่ 15 ภายใต้แนวคิด “Station of Happiness” จึงไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลอง แต่คือการเปิดแชปเตอร์ใหม่ของ KAMU KAMU ที่พร้อมเติบโตอย่างมั่นคง และมุ่งมั่นที่จะเป็นพื้นที่มอบรสชาติแห่งความสุขให้ผู้บริโภคไทยในทุกๆ วัน


  •  
  •  
  •  
  •  
  •