จับตาเมกะเทรนด์ บิวตี้แกดเจ็ต และ Social Commerce! “นู สกิน” หนึ่งในธุรกิจระดับโลกที่สร้างโอกาสบนคลื่นยักษ์ของเทรนด์นี้

  • 4.6K
  •  
  •  
  •  
  •  

[บทความนี้เป็น Advertorial]

 

วันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก บิวตี้แกดเจ็ต ซึ่งเป็นที่นิยมใช้เพิ่มขึ้นอย่างมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่ทุกช่วงวัย ด้วยไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความสะดวกและประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นการดูแลผิวพรรณ แต่น้อยคนจะรู้ว่า นู สกิน คือ แบรนด์ความงามและสุขภาพระดับโลกที่มียอดขายของบิวตี้แกดเจ็ต เป็นอันดับ 1 ของโลก ถึง 4 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 2017 – 2020 จากข้อมูลการวิจัยของ Euromonitor โดย นู สกิน มีบิวตี้แกดเจ็ตสุดล้ำอย่าง กัลวานิค ซิสเต็ม – ช่วยดึงสิ่งสกปรก ผลักสารบำรุงผิวหน้าได้อย่างล้ำลึก และช่วยลดเลือนริ้วรอยให้ดูจางจง, กัลวานิค บอดี้ นิค ซิสเต็ม – ช่วยลดเลือนเซลลูไลท์และกระชับเรือนร่างอย่างตรงจุด, เอจล็อค มี เครื่องจ่ายครีมสูตรเฉพาะบุคคล, เอจล็อค ลูมิสปา – เครื่องทำความสะอาดผิวพรรณอย่างลึกล้ำ และล่าสุดกับ บูสท์ (Boost) เครื่องกระตุ้นผิวให้แลดู ฉ่ำ โกลว์ ที่กำลังมาแรงสุดในตอนนี้ ซึ่งแกดเจ็ตเหล่านี้เปิดตัวและได้รับเสียงตอบรับที่ดีเยี่ยมในเกือบ 50 ประเทศทั่วโลก ที่ นู สกิน ดำเนินธุรกิจอยู่ในปัจจุบัน

คุณวิภาดา ตั้งปกรณ์ ผู้จัดการทั่วไปของ นู สกิน ประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า จากงานวิจัย มีการคาดการณ์เทรนด์ด้านความงามทั่วโลกว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 6.38 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2023 โดยเป็นสัดส่วนการตลาดของบิวตี้แกดเจ็ตกว่า 1.07 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากในอดีตอย่างมาก ในขณะที่ Social Commerce หรือ การซื้อขายสินค้าผ่านโซเชียลมีเดียทั่วโลก ปัจจุบันมีมูลค่ามากถึง 3.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และเทรนด์เหล่านี้ก็สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศไทย นี่จึงเป็น 2 เทรนด์ระดับโลกที่จะกลายเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่มากของคนที่กำลังมองหาธุรกิจสร้างรายได้

 

 

นู สกิน ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ระดับโลกจากประเทศสหรัฐอเมริกา เริ่มดำเนินธุรกิจตั้งแต่ปี ค.ศ.1984 จนในปัจจุบันมีฐานลูกค้าทั่วโลกมากกว่า 1 ล้านคน และบริษัทยังอยู่ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ซึ่งเป็นเครื่องตอกย้ำถึงความมั่นคงและโปร่งใส นู สกิน โดดเด่นด้วยรูปแบบธุรกิจที่ให้คนทั่วไปเป็นพาร์ทเนอร์กับแบรนด์ได้ง่ายๆ และสามารถสร้างรายได้ผ่านการแนะนำลูกค้ามาใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพของบริษัท และด้วยปรัชญาที่ว่า “ลูกค้าคือหัวใจของธุรกิจ” นู สกิน จึงให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นที่หนึ่ง โดยมอบสิทธิพิเศษมากมายไม่ว่าจะเป็นส่วนลดสินค้า ระบบคะแนนสะสมจากการสั่งซื้อเพื่อใช้แทนเงิน ของขวัญในโอกาสพิเศษ และสิทธิพิเศษในการร่วมกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งปี  นอกจากนี้ นู สกิน ยังมีโปรแกรมสั่งซื้อผลิตภัณฑ์แบบต่อเนื่องพร้อมจัดส่งฟรี สอดคล้องกับเทรนด์ Subscription ที่กำลังมาแรงในตอนนี้ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

 

 

ในส่วนของการสนับสนุนพาร์ทเนอร์ในการทำธุรกิจก็ดีเยี่ยมไม่แพ้กัน เพราะ นู สกิน ลงทุนกับ Cloud Technology โดยจับมือกับบริษัทในเครือของ Amazon และ Alibaba ครอบคลุมสองซีกโลก เพื่อให้ระบบออนไลน์มีเสถียรภาพ รวดเร็ว และปลอดภัย  ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญนำไปสู่การสร้างแพลตฟอร์ตออนไลน์ที่ตอบโจทย์คนทำธุรกิจ รองรับเทรนด์ Social Commerce ได้อย่างลงตัว โดย นู สกิน ทุ่มเงินมหาศาลในการอัพเกรดเว็ปไซต์ สร้างเครื่องมือที่ใช้ AI ในการประมวลผล อย่างแอปพลิเคชั่น

VERA สำหรับลูกค้าที่สามารถถ่ายภาพและวิเคราะห์ผิวของตัวเอง ตลอดจนสั่งซื้อสินค้าได้อย่างง่ายดาย และแอปพลิเคชั่น Stela สำหรับพาร์ทเนอร์ธุรกิจใช้ในการติดตามสถานะธุรกิจและดูแลลูกค้าได้เพียงปลายนิ้ว ไม่พอ! ยังมีเว็ปไซต์สำเร็จรูปให้พาร์ทเนอร์มีใช้งานเป็นของตัวเองฟรีอีกด้วย ที่สำคัญที่สุดคือ แพลตฟอร์มของ นู สกิน เหล่านี้สามารถเข้าถึงลูกค้าไม่ใช่เพียงในประเทศไทย แต่เกือบทุกประเทศทั่วโลกที่ นู สกิน เปิดดำเนินธุรกิจ โดยระบบหลังบ้านเป็นลักษณะเดียวกับ Affiliate Marketing และ Dropship Fulfillment ที่พาร์ทเนอร์ไม่จำเป็นต้องสต็อกสินค้า ไม่ต้องแม้กระทั่งกังวลเรื่องการจัดส่ง เพราะ นู สกิน ในประเทศนั้นๆ ทำให้ได้หมด จึงผ่อนแรงการทำธุรกิจของพาร์ทเนอร์ได้เป็นอย่างมาก

ผลิตภัณฑ์ ของ นู สกิน ให้ความสำคัญกับคำว่า “นวัตกรรม” ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นอย่างมาก และนั่นทำให้ นู สกิน ลงทุนแล็ปวิจัยขนาดใหญ่เป็นของตัวเองที่สหรัฐอเมริกา และที่เซี่ยงไฮ้ โดยใช้งบกว่า 152.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ไม่พอยังลงทุนในเทคโนโลยีทางด้านยีนมนุษย์ ครองครองคลังข้อมูลยีนมากกว่า 330 ล้านยีนในปัจจุบัน ซึ่งนี่เองนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ “เอจล็อค” นวัตกรรมที่ช่วยดูแลสุขภาพและความงามอย่างลึกล้ำ นอกจากผลิตภัณฑ์ นู สกิน ยังลงทุนพัฒนา “ไบโอโฟโตนิก สแกนเนอร์” เครื่องตรวจวัดระดับสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ผ่านฝ่ามือโดยไม่ต้องเจาะเลือดที่พัฒนามาจากทฤษฎีที่ได้รับรางวัลโนเบล เพื่อช่วยให้ผู้คนตระหนักถึงปริมาณผักผลไม้ที่ทาน ตลอดจนความสำคัญของการเสริมอาหารได้ง่ายขึ้น

คุณวิภาดา เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ นู สกิน ในประเทศไทยว่า ล่าสุด บิวตี้แกดเจ็ต “บูสท์” พร้อมด้วย เอจล็อค บูสท์ แอคติเวติ้ง ทรีตเมนต์ ที่ใช้คู่กับเครื่องของเราได้รับรางวัลในฐานะ “เครื่องมือความงามที่ดีที่สุด” ในสาขาแบรนด์ความงามที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิงจาก ELLE Thailand Beauty Award 2021 และอีกหนึ่งเรื่องที่น่าตื่นเต้นคือ การเปิดพรีวิวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใหม่ที่ชื่อ “รีเซต” ที่จำหน่ายสินค้าหมดภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง นี่เองแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ของ นู สกิน เป็นที่ต้องการและง่ายในการแนะนำ เพราะแตกต่างโดยนวัตกรรมที่โดดเด่น นู สกิน จะไม่หยุดพัฒนา เห็นได้จากการเปิดตัวสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าถึงความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่ม และนี่ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ช่วยพาร์ทเนอร์ของเราทำการตลาดและขยายธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ในปี 2022 นู สกิน ประเทศไทย กำลังจะเข้าสู่ปีที่ 25 ซึ่งแน่นอนว่า เราได้เตรียมข่าวดีมากมายเพื่อเฉลิมฉลองให้กับลูกค้าและพาร์ทเนอร์ของเราทุกคน

 

 

นอกจากความเป็นผู้นำด้านบิวตี้แกดเจ็ต ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม และแพลตฟอร์มโอกาสธุรกิจระดับโลก นู สกิน ยังให้ความสำคัญเสมอมาในเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม ความยั่งยืนของโลกและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความเท่าเทียมเสมอภาพทางสังคม จนได้รับรางวัลมากมายอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด นู สกิน ประเทศไทย ได้รับรางวัล AMCHAM CSR Excellence Recognition Award 2021 ในระดับ Gold ซึ่งปีนี้นับเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน จากสภาหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย อันเนื่องมาจากความพยายามของ นู สกิน ผ่านโครงการสนับสนุนการผ่าตัดหัวใจเด็กที่มีภาวะหัวใจผิดปกติตั้งแต่กำเนิด (Nu Skin Southeast Asia Children ’s Heart Fund) ทำให้ช่วยเหลือเด็กให้รอดชีวิตมาแล้วมากกว่า 13,500 ราย และในระดับโลก นู สกิน ยังได้รับรางวัล Green Business Award 2021 ของรัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา จากความพยายามในการลดขยะทั่วโลกผ่านการพัฒนาและจัดการบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ นู สกิน และอีกหนึ่งรางวัลจาก Forbes ที่จัดให้ นู สกิน เป็นหนึ่งใน 100 บริษัทชั้นนำของโลกที่เป็นมิตรกับผู้หญิง ผ่านความพยายามในการสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนและขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางเพศในที่ทำงาน นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของรางวัลเกียรติยศทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ นู สกิน ได้รับในปีนี้

 

 

นู สกิน ได้สร้างพาร์ทเนอร์ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจในประเทศไทยมาแล้วมากมาย และส่วนมากสามารถขยายฐานลูกค้าไปยังต่างประเทศได้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของ นู สกิน ด้วยไม่ต้องมีความรู้หรือประสบการณ์ในการนำเข้าส่งออกใดๆ มากกว่าในเรื่องรายได้ นู สกิน ยังมอบประสบการณ์ทริปท่องเที่ยวแบบเอ็กคลูซีฟ สัมมนาที่ช่วยพัฒนาศักยภาพในตัวเอง ตลอดจนมอบคุณค่าในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือสังคมผ่านโครงการมากมาย ที่สำคัญที่สุดคือ การเป็นพาร์ทเนอร์ธุรกิจกับ นู สกิน นั้นไม่มีค่าแรกเข้า ไม่จำกัดเพศ และไม่ต้องการวุฒิศึกษาใดๆ และยังระบบการเรียนรู้และสอนทำธุรกิจอย่างเป็นขั้นตอน พร้อมสื่อทางการตลาดช่วยสนับสนุนมากมาย ข้อมูลของ นู สกิน ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.nuskin.com หรือ เฟซบุ๊ก : Nu Skin Thailand

[บทความนี้เป็น Advertorial]

 


  • 4.6K
  •  
  •  
  •  
  •  
CLOSE
CLOSE