PRIMA รีแบรนด์ขยายฐานสู่คนรุ่นใหม่ ชูจุดเด่น 3 แบรนด์รวมเป็นหนึ่ง

  • 1
  •  
  •  
  •  
  •  

PRIMA

“ทองคำ” แร่ที่มีค่ามากที่สุดชนิดหนึ่ง มักจะถูกนำไปใช้ในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเลคทรอนิกส์ แต่ทองคำมักจะถูกมองว่าเป็นเครื่องประดับที่มีคุณค่า ด้วยสีเหลืองอร่ามผสานกับค่านิยมที่ทองหมายถึงผู้ที่มีฐานะร่ำรวยและเป็นชนชั้นสูงในสังคมที่มีมาแต่โบราณ ทำให้ทองกลายเป็นเครื่องประดับที่หลายคนอยากจะมีไว้ในครอบครอง ทั้งเพื่อความสวยงามและบ่งบอกความเป็นตัวตน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เรามักจะคุ้นหูกับชื่อ “PRIMA GOLD” นั่นเพราะแบรนด์ PRIMA เป็นผู้จำหน่ายเครื่องประดับประเภททองคำ ที่มีจุดเด่นในเรื่องของลวดลายที่สวยงามและความเป็นทองคำบริสุทธิ์ 99.9% (24K) ส่งผลให้เมื่อนึกถึงเครื่องประดับทองในรูปแบบต่างๆ ที่สวยงามวิจิตรบรรจง หลายคนมักจะนึกถึงแบรนด์ PRIMA GOLD เป็นหลัก

ผลิตภัณฑ์ พรีม่า2

ทว่าในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ทองคำไม่ใช่เครื่องประดับเดียวที่หลายคนต้องการ หากแต่ยังมีอัญมณีอย่าง “เพชร (Diamond)” ก็เป็นอัญมณีทรงคุณค่าไม่ต่างไปจากทอง นั่นจึงทำให้ PRIMA GOLD แตกไลน์ธุรกิจสู่การจำหน่ายเครื่องประดับเพชรในแบรนด์ PRIMA DIAMOND ไม่เพียงเท่านี้งานศิลปะเชิงหัตถกรรมที่ทรงคุณค่าก็เป็นเครื่องประดับที่หลายคนสนใจ จนนำไปสู่การขยายไลน์ธุรกิจแบรนด์ PRIMA ART

ตลอดระยะเวลากว่า 27 ปี ที่มีการสั่งสมประการณ์และชื่อเสียง อีกทั้งเมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไปกลุ่มลูกค้าก็มีอายุเติบโตขึ้นตามไปด้วย จนเกิดช่องว่างให้กับกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนรุุ่นใหม่ ด้วยเหตุนี้จึงมีการวางกลยุทธ์ Re-Branding ซึ่งนอกจากจะช่วยให้สามารถขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่แล้ว การ Re-Branding ครั้งนี้ยังช่วยให้กลุ่มลูกค้าสามารถให้บริการทั้ง 3 แบรนด์ภายใต้การดูแลของแบรนด์ “PRIMA” เพียงแบรนด์เดียว

Chanat
นายชนัตถ์ สรไกรกิติกูล กรรมการ บริษัท พรีม่าโกลด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

นายชนัตถ์ สรไกรกิติกูล กรรมการ บริษัท พรีม่าโกลด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ชี้ว่า PRIMA ถือเป็นผู้นำในด้านธุรกิจทองคำรูปพรรณ 99.9% เครื่องประดับเพชร และหัตถศิลป์ทองคำ 99.9% ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน ด้วยคุณภาพสินค้าที่มีมาตรฐานสูง รวมถึงทีมดีไซน์เนอร์และช่างฝีมือที่มีความเชี่ยวชาญ จึงทำให้ได้รับความไว้วางใจและการยอมรับตลอดระยะเวลา 27 ปีที่ผ่านมา

ปัจจุบัน PRIMA มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ 71 สาขา (รวมทั้ง PRIMA GOLD, PRIMA DIAMOND, PRIMA ART) แต่ด้วยเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลงและการเกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ประกอบกับความต้องการของผู้บริโภคหลากหลายมากยิ่งขึ้น บริษัทฯ จึงตัดสินใจ Re-Branding พร้อมทั้งยังคว้าผู้บริหารใหม่ นายชาญวิทย์ เขียวนาวาวงศ์ษา ที่เคยสร้างแบรนด์ Huawei ให้เป็นที่รู้จักในไทยมาเข้าร่วมทีม

นอกจากนี้ยังเตรียมงบการตลาดกว่า 50 ล้านบาท เพื่อปรับให้ PRIMA มีความทันสมัย สร้างการจดจำและสร้างความผูกพันระหว่างแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมายที่จะมีการขยายมากขึ้น นอกจากนี้ยังเปิดตัว “เบลล่า ราณี แคมเปน” เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ PRIMA ที่จะมาช่วยตอบโจทย์ภาพลักษณ์ของผู้หญิงยุคใหม่ มีความมั่นใจและประสบความสำเร็จ

Chanvit
นายชาญวิทย์ เขียวนาวาวงศ์ษา กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีม่าโกลด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

ด้าน นายชาญวิทย์ เขียวนาวาวงศ์ษา กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีม่าโกลด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ชี้ว่า ตลาดรวมของ Fine Jewelry หรือเครื่องประดับที่ผลิตจากอัญมณีแท้มีมูลค่ากว่า 72,300 ล้านบาท เฉพาะร้านขายเครื่องประดับทองและเพชรในห้างสรรพสินค้าของไทยมีมูลค่าราว 5,200 ล้านบาท โดย PRIMA มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 15%-20% และมีอัตราเติบโตเฉลี่ย 4.4% ซึ่งเครื่องประดับควรจะเป็นของขวัญสำหรับทุกช่วงเวลาสำคัญ (Precious Moment) แห่งความทรงจำที่ประทับใจ

นอกจากนี้ PRIMA ยังเตรียมไว้ถึง 3 กลยุทธ์ในการเจาะตลาดประกอบด้วย ความเป็นเลิศทางด้านสินค้า ซึ่ง PRIMA มีดีไซเนอร์และช่างที่มีความชำนาญในการสร้างสรรค์ลวดลายที่สวยงาม รวมไปถึงการเป็นบริษัทในเครือของ บริษัท แพรนด้า จิวเวลลี่ จำกัด (มหาชน) บริษัทที่รับออกแบบและผลิตเครื่องประดับชั้นนำระดับโลก ยิ่งช่วยตอกย้ำความเชี่ยวชาญและความสวยงามที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลก

Snoopy

 

ไม่เพียงเท่านี้ PRIMA ยังตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ด้วยการผลิตสินค้าในกลุ่ม Mono Chic ที่เป็นผลิตภัณฑ์ทองคำขนาดเล็กที่เริ่มต้นเพียง 5,000 บาท และผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม License ที่ PRIMA ได้ลิขสิทธิ์ในการทำลวดลายการ์ตูนน่ารักๆ อย่าง Kitty และ Snoopy

กลยุทธ์ความเป็นเลิศด้านการให้บริการ โดย PRIMA จะเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์ที่ดีในการเข้ามาในร้านของ PRIMA ที่มีอยู่ 71 ร้านค้าทั่วประเทศไทย ที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น ซึ่งจากเดิมที่ธุรกิจ PRIMA แบ่งออกเป็น 3 ธุรกิจทั้ง PRIMA GOLD, PRIMA DIAMOND, PRIMA ART โดยการ Re-Branding ครั้งนี้จะรวมทั้ง 3 ธุรกิจเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ชื่อ “PRIMA” เพียงชื่อเดียว และจะมีการปรับรุงร้านค้าทั้ง 71 แห่งให้สามารถจำหน่ายทั้งเครื่องประดับทอง เครื่องประดับเพชรและงานศิลปะในร้านเดียว ปัจจุบันดำเนินปรับเปลี่ยนไปแล้ว 19 ร้านค้า โดยตั้งเป้าปีนี้เปลี่ยนแปลงให้ได้ 50 ร้านค้า

Prima

กลยุทธ์ความเป็นเลิศด้านบริการหลังการขาย เนื่องจากสินค้าเครื่องประดับมีราคาที่สูง ดังนั้นลูกค้าจึงควรได้รับบริการที่ดีที่สุด โดย PRIMA พร้อมให้บริการล้างเครื่องประดับและซ่อมเครื่องประดับฟรี รวมไปถึงการรับซื้อคืนในอัตราที่สูงกว่าที่อื่น

จากการสำรวจพบว่ากลุ่มลูกค้าอายุ 20-25 ปีมีสัดส่วนที่โตขึ้น นั่นจึงทำให้ PRIMA จะเน้นการสื่อสารผ่านรูปแบบออนไลน์ ซึ่งจะมีการใช้ KOL ในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย Younger โดยตั้งเป้าหมายปีนี้จะมีรายได้แตะ 900 ล้านบาทและมองว่า 3 ปีข้างหน้าจะมีรายได้รวมแตะ 2,000 ล้านบาท และจะทำให้อัตราการเติบโตของ PRIMA แตะ 10%

ผลิตภัณฑ์ พรีม่า1

สำหรับชุดเครื่องประดับไฮไลท์ของปีนี้ ประกอบด้วย เครื่องประดับทองคำ 99.9% จำนวน 4 ชุด คือ Mono Chic, Siam Panarai, Vandeae, Queen Cattleya เครื่องประดับเพชรจำนวน 3 ชุด คือ Twist, The Love Facets, Elite และหัตถศิลป์ทองคำ 99.9% จำนวน 3 ชุด คือ Luxe Collection, Noble Collection, Deluxe Collection


  • 1
  •  
  •  
  •  
  •  
Gigalo
Gigalo
เมื่อเทคโนโลยีอยู่ใกล้กับชีวิตทุกคน มารู้เท่าทันเทคโนโลยีเพื่อใช้มัน แต่อย่าให้เทคโนโลยีมันใช้เรา