103.58.148.118

Biz & Marketing news

Ξ Leave a comment

ส่องตลาด ‘สนีกเกอร์ไทย’ เหตุใดถึงเนื้อหอม

posted by  1,977 views

เคยสงสัยหรือไม่ว่า จากตลาดที่เคยถูกมองข้าม ทำไมช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาตลาดสนีกเกอร์ในไทยถึงพีคขึ้นมาได้ จนเจ้าของแบรนด์ และร้านสนีกเกอร์มัลติแบรนด์นานาสัญชาติแห่เข้ามาเปิดสาขากันเต็มไปหมด

sneaker

 

ย้อนกลับไปเมื่อ 8-9 ปีก่อนหน้านี้ ตลาดสนีกเกอร์ในบ้านเรา ถูกมองเป็น Emerging Markets หรือตลาดเกิดใหม่ แม้กระแสจะดี แต่มูลค่าตลาดยังเล็ก เพราะกลุ่มผู้ซื้อยังจำกัดเฉพาะในกลุ่ม Sneakerhead หรือผู้ที่ศึกษาและคลั่งไคล้สนีกเกอร์ที่เวลานั้นมีอยู่ไม่มากนัก ทำให้ไม่ได้รับความสนใจจากแบรนด์สนีกเกอร์ต่าง ๆ นัก

จนเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา สปอตไลท์ได้ถูกส่องมาที่ไทย และให้ความสนใจเป็นอันดับต้น ๆ และบางแบรนด์ให้เป็นตลาดที่มีความสำคัญเป็นอันดับ 2 รองจากออสเตรเลีย ซึ่งในเอเชีย ออสเตรเลียเป็นรองเพียงญี่ปุ่น ที่เป็นตลาดอันดับ 1 เท่านั้น

อนุพงศ์ คุตติกุล ผู้ก่อตั้ง Carnival และหนึ่งใน Sneakerhead คนดัง ฉายภาพให้ฟังถึงสาเหตุที่ไทยกลายเป็นตลาดที่เนื้อหอมสำหรับสนีกเกอร์ ก็เพราะมีการเติบโตรวดเร็ว เฉลี่ยปีละ 15-20 % และบางปีขึ้นไปถึงกว่า 30%

IMG_2627

ที่สำคัญ เศรษฐกิจไม่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ ขึ้นอยู่กับความพอใจล้วน ๆ หากรุ่นไหนดัง รุ่นไหนหายาก ไม่ว่าราคาจะหลักหมื่น หลักแสน หรือบางคู่มีราคาระดับหลักล้านบาท และหายากยิ่งกว่าทอง ลูกค้าคนไทยก็พร้อมจะจ่าย

เทรนด์โลก+ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค บูมตลาดโต

สำหรับปัจจัยที่ทำให้ตลาดสนีกเกอร์ในไทยบูมขึ้นมา หลัก ๆ ได้แก่

1. เป็นไปตามเทรนด์ของโลกในเรื่องแฟชั่น จากการที่บรรดาแบรนด์สินค้ากีฬารายใหญ่ได้พัฒนาคอลเลคชั่นด้วยการนำ ‘แฟชั่น’ ผสมผสานเข้าไป ขณะที่แบรนด์แฟชั่น ได้นำเรื่องของ ‘กีฬา’ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์โปรดักท์

จนทุกวันนี้เทรนด์ดังกล่าวผนวกเป็นเนื้อเดียวกัน และได้กลายเป็นกระแสหลักที่มาแรง ซึ่งไม่ว่าแบรนด์ระดับใดก็มีการออกสินค้าสนีกเกอร์กันอย่างคึกคัก ไม่เว้นกระทั่งไฮแบรนด์ระดับท็อปเกือบทุกแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton , Balenciaga และอีกมากมาย ที่มีการลอนช์คอลเลคชั่นสินค้ากลุ่มนี้ยาวไปถึงสิ้นปีแล้ว

2. ในประเทศไทยเองก็มีการสร้างกระแสอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากเหล่า Sneakerhead และเจ้าของแบรนด์สินค้าเอง เมื่อรวมกับเทรนด์โลกที่เป็นแรงหนุน บวกกับพฤติกรรมของผู้บริโภคไทยที่ไม่ยอมตกเทรนด์ ทำให้ตลาดสนีกเกอร์จาก ‘นีช’ กลายเป็น ‘เมนสตรีม’ ที่ทุกเพศทุกวัยต้องมีไว้ในครอบครอง และส่วนใหญ่จะมีมากกว่า 2 คู่

3. ระดับของร้านสนีกเกอร์ในไทยที่มีการพัฒนา เรียกได้ว่า ไม่แพ้ประเทศชั้นนำอื่น ๆ โดยเฉพาะร้าน ‘Carnival’ ที่คว้าสิทธิ์ Consortium จากอาดิดาส ให้สามารถขายคอลเลคชั่นสูงสุดของสายแฟชั่นได้ ซึ่งร้านที่ได้สิทธิ์นี้ปัจจุบันมีอยู่ 100 แห่งทั่วโลกเท่านั้น

“ภาพซอมบี้ไทยที่แย่งกันซื้อ หรือการตั้งเต็นท์รอซื้อรองเท้าเพียงคู่เดียวแบบข้ามวันคืน ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ไม่มีภาพนี้ให้เห็น และบางคู่ราคาแพง อย่างตอนนี้จ่าย 1-2 หมื่นบาทสำหรับสนีกเกอร์คู่นึงเป็นเรื่องปกติ แต่จริง ๆ สนีกเกอร์ขายดีทุกราคาตั้งแต่ระดับพันบาท ไปถึง 2-3 แสนบาท หลักล้านก็ยังมีในรุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น ที่ต้องประมูลสู้ราคากัน คนไทยก็พร้อมซื้อ ทำให้เห็นกระแสสนีกเกอร์ฟีเวอร์ในบ้านเราได้เป็นอย่างดี” อนุพงศ์ กล่าว

รายใหม่เตรียมตบเท้าบุกไทยอีกเพียบ

ภาพเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นการเติบโตและความพร้อม ทำให้ไทยเปลี่ยนจาก ‘ตลาดที่ถูกมองข้าม’ มาเป็น ‘ตลาดฮอต’ จึงไม่น่าแปลกใจที่เจ้าของแบรนด์ และร้านสนีกเกอร์มัลติแบรนด์นานาสัญชาติ จะวางให้ไทยเป็นตลาดสนีกเกอร์ที่น่าสนใจอันดับต้น ๆ ของเอเชีย ณ ขณะนี้

ไม่ว่าจะเป็น การเปิดตัว ‘Adidas Brand Center’ ช้อปใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิคและอาเซียน เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา บริเวณชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด มีพื้นที่กว่า 1,100 ตารางเมตร ซึ่งช้อปนี้เป็นช้อปลำดับที่ 9 ของโลก หลังทยอยเปิดตามเมืองใหญ่ของโลก อาทิ ปารีส ฮ่องกง เกาหลี และจีน เป็นต้น

IMG_1309

ตลอดจนการเข้ามาเปิดสาขาเป็นแห่งแรกในไทยที่สยามสแควร์ของ ‘24 Kilates’ ร้านสนีกเกอร์มัลติแบรนด์จากสเปน และ ‘atmos’ เชนสตรีทแวร์และสนีกเกอร์ดังจากญี่ปุ่น ที่ทาง ‘แพรพรรณ ธรรมวัฒนะ’ ได้ซื้อสิทธิ์แฟรนไชส์ ก็เตรียมเปิดสาขาแรกในไทย ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด ในวันที่ 27 เมษายนนี้

นอกจากนี้ยังมีข่าวแว่ว ๆ ว่า มีสนีกเกอร์อีกหลายแบรนด์ที่จะลงทุนเปิดแฟลกชิพสโตร์ในไทย ขณะที่ร้านสนีกเกอร์มัลติแบรนด์ชื่อดังหลายราย ก็เตรียมตบเท้าเข้ามาปักธงธุรกิจในบ้านเราเช่นเดียวกัน

“ตลาดสนีกเกอร์ไทยเติบโตดี คอนซูเมอร์ก็พร้อมจ่าย หลายแบรนด์ถึงสนใจเข้ามาและลงทุนเพิ่ม อย่างนิวบาลานซ์เอง ปีนี้จะเปิดคอนเซปต์สโตร์ใหม่ 1 แห่ง ชื่อว่า เมทัลโปลิแทน ที่ใช้ทั่วโลก มีพื้นที่ 100 ตร.ม.ที่เซ็นทรัลเวิลด์” วรฉัตร ธรรมขจัดภัยกุล ผู้จัดการแบรนด์ นิวบาลานซ์ บริษัท ซีอาร์ซี สปอร์ต จำกัดแสดงความคิดเห็น

ไนกี้-อาดิดาสครองตำแหน่ง 2 ผู้เล่นรายหลัก

เมื่อตลาดบูม และมีผู้เล่นที่มากขึ้น แน่นอนว่า การแข่งขันก็สูงตามไปด้วย โดยการออกสินค้ารุ่น ลิมิเต็ด เอดิชั่น และคอลเลคชั่น collaboration ที่มีจำนวนจำกัดยังเป็น 1 ในกลยุทธ์แม่เหล็กที่แต่ละแบรนด์ให้ความสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นหลัก ๆ ในไทย ยังเป็น 2 แบรนด์ยักษ์ใหญ่ อย่าง ‘อาดิดาส’ และ ‘ไนกี้’ ที่ครองมาร์เก็ตแชร์ส่วนใหญ่ของตลาดสนีกเกอร์ในไทยอยู่ เหตุผลเพราะว่า คนไทยติดแบรนด์ และไม่ยอมตกเทรนด์

โดยปีนี้ทั้งสองแบรนด์น่าจะสู้กันมันส์หยดและเป็นไปอย่างสูสี ซึ่งโปรดักท์ไฮไลท์ของอาดิดาส ยังคงเป็นสินค้าตระกูล NMD และ Yeezy ที่เราเห็นทยอยออกสู่ตลาด ส่วนไนกี้ ก็มีโปรดักท์เด็ด ๆ ที่น่าสนใจหลายตัวที่เตรียมออกมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ Nike Air Max เป็นต้น

IMG_2648

ขณะที่แบรนด์อื่น ๆ ก็ไม่ยอมน้อยหน้า เตรียมส่งสินค้าที่เป็นพระเอกของตนเองออกสู่ตลาดเพื่อเรียกเงินจากกระเป๋ากลุ่มบรรดาแฟน ๆ

อาทิ นิวบาลานช์ กับการเปิดตัว รุ่น 574 Classic “Legacy of Grey” ในโอกาสครบรอบ 30 ปีของรุ่น 574 ส่วนช่วงครึ่งปีหลัง มีแผนเปิดตัวรุ่น made in USA โปรดักท์ที่เป็นไฮไลท์ของนิวบาลานช์อย่างน้อย 2 รุ่น

ฝันตลาดสนีกเกอร์ไทยโตเทียบเท่าออสเตรเลีย

ด้วยปัจจัยหนุนหลาย ๆ อย่าง ทำให้ อนุพงศ์ เชื่อว่า ในอนาคตตลาดสนีกเกอร์ในไทย อาจมีการเติบโตเท่ากับตลาดออสเตรเลีย เพราะนอกจากกระแสโลกจะเป็นตัวส่งแล้ว เวลาคนไทยคลั่งไคล้อะไร ก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก

อย่างเหตุการณ์ซอมบี้ไทยแย่งชิงรองเท้ารุ่นฮิตหลาย ๆ รุ่นที่มีภาพให้เห็นก่อนหน้านี้ และไม่ได้เกิดกับรองเท้าเพียงรุ่นเดียว แต่ภาพนี้ยังมีให้เห็นต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

“อีกกี่ปีจะโตเท่าออสเตรเลียผมบอกไม่ได้ แต่เชื่อว่าอนาคตจะเทียบเท่า อย่างเมื่อก่อนไทยไม่ได้รับความสนใจมาก เพราะมีประเทศที่ตลาดใหญ่กว่า แต่ตอนนี้สินค้าที่ไม่เคยเข้าไทย เข้าไทยแล้ว และการที่เราได้รับสิทธิ์ Consortium จากอาดิดาส หมายถึงการเติบโตและความพร้อมของไทยในเรื่องนี้”

สำหรับภาพรวมของสนีกเกอร์ ขณะนี้ถือว่า กระแส‘แรง’ และ ‘ฮอต’ มาก เห็นได้จากที่ทุกแบรนด์ในทุกระดับมีการออกไลน์สินค้าสนีกเกอร์ต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปีนี้ ขณะที่ภาพในอนาคต หลายคนก็เชื่อว่า กระแสยังคงอยู่ไปเรื่อย ๆ อาจมีแรงบ้าง แผ่วบ้าง สลับกันไป แต่จะไม่หายไปจากตลาดแน่นอน

ส่วนจะพีคไปถึงขั้นไหน ขึ้นอยู่กับว่า ทำสินค้าโดนใจลูกค้าแค่ไหน และปลุกกระแสขึ้นมาได้หรือไม่ ซึ่งสำหรับผู้บริโภคไทยแล้ว ชอบสินค้าในกระแส ใส่แล้วคนรู้จัก ใส่แล้วเท่ห์และคนพูดถึง ยิ่งหายาก ยิ่งพยายามเสาะหามาครอบครองไม่ว่าจะแพงแค่ไหน โดยเฉพาะรุ่น ลิมิเต็ด อิดิชั่น และคอลเลคชั่น collaboration ที่ในปีนี้กระแสยังแรงดีเหมือนเดิม

IMG_2651

Copyright© MarketingOops.com

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

User Name: Lupang

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


4 + = eleven

Recent Posts

Facebook