‘สุกี้ตี๋น้อย’ แตกแบรนด์ใหม่ ‘นายพรานหมูกระทะ’ ชิงตลาด 9 พันล้าน วางกลยุทธ์ป่าล้อมเมือง ปักหมุดต่างจังหวัด ตั้งเป้าเป็น New S-Curve ใหม่

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

หลังสร้างชื่อจากการเป็นแบรนด์บุฟเฟต์สุกี้ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ล่าสุด “สุกี้ตี๋น้อย” กำลังเดินเกมใหม่อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ “นายพรานหมูกระทะ” เพื่อเข้าสู่ตลาดหมูกระทะบุฟเฟต์อย่างเต็มตัว

การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนแบรนด์ในพอร์ตธุรกิจ แต่สะท้อนความพยายามของ BNN Restaurant Group ในการสร้างแหล่งรายได้ใหม่ และลดการพึ่งพารายได้จากแบรนด์หลัก (สุกี้ตี๋น้อย) เพียงแบรนด์เดียว

 

จากสุกี้สู่หมูกระทะ เมื่อแบรนด์มองเห็นช่องว่างของตลาด

“เฟิร์น-นัทธมน พิศาลกิจวนิช” ผู้บริหารและเจ้าของแบรนด์สุกี้ตี๋น้อย บอกว่า แม้ตลาดสุกี้จะมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท  ขณะที่ตลาดหมูกระทะมีมูลค่าราว 9 พันล้านบาท แต่บริษัทมองว่าตลาดหมูกระทะยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่นิยมรับประทานอาหารร่วมกันในบรรยากาศสบายๆ และสามารถเข้าถึงได้บ่อยในชีวิตประจำวัน

นายพรานหมูกระทะ” จึงถูกพัฒนาขึ้นในฐานะแบรนด์ที่แตกต่างจาก Teenoi BBQ ซึ่งเป็นธุรกิจปิ้งย่างเดิมของกลุ่ม โดยเลือกนำเสนอประสบการณ์หมูกระทะในแบบที่คนไทยคุ้นเคยมากกว่า ทั้งหมูหมักสไตล์ดั้งเดิม น้ำจิ้มรสจัดจ้าน และการเพิ่มเมนูอาหารอีสานเข้ามาเป็นองค์ประกอบหลัก

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือโซนส้มตำและยำที่ลูกค้าสามารถเลือกปรุงเองได้ รวมถึงเมนูทานเล่น ข้าวเหนียว ขนมจีน ของหวาน และซอฟต์เสิร์ฟที่ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์การเป็นร้านบุฟเฟต์แบบครบมื้อ

ราคา 299 บาทสุทธิ กลยุทธ์เข้าถึง Mass Market

อีกจุดที่น่าสนใจคือการตั้งราคาแบบ Net Price ที่ 299 บาทต่อคน รวมอาหาร เครื่องดื่ม และของหวาน โดยไม่มีการบวกเพิ่มภายหลัง

แนวทางดังกล่าวสะท้อนบทเรียนที่บริษัทได้รับจากเสียงสะท้อนของลูกค้าเกี่ยวกับความซับซ้อนของราคาในร้านอาหารบุฟเฟต์หลายแห่ง และยังช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

เมื่อเทียบกับ Teenoi BBQ ที่มีราคาสูงกว่า การวางตำแหน่งราคาของ “นายพรานหมูกระทะ” จึงดูเหมือนจะถูกออกแบบมาเพื่อจับกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ (Mass Customer) และสร้างความถี่ในการเข้ามาใช้บริการมากกว่าการเป็นร้านสำหรับโอกาสพิเศษ

เปิดเกมป่าล้อมเมือง หวังสร้างฐานลูกค้ารอบใหม่

สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ตัวแบรนด์ คือยุทธศาสตร์การขยายสาขา แทนที่จะเริ่มจากกรุงเทพฯ เหมือนหลายแบรนด์ คุณเฟิร์นกลับเลือกเปิดตลาดในจังหวัดต่างๆ ก่อน โดยสาขาแรกอยู่ที่ออน ติวานนท์ ก่อนจะตามด้วย ขอนแก่น สกลนคร นครปฐม และอุดรธานี รวม 5 สาขา ในปีนี้

การเลือกหัวเมืองและจังหวัดรองเหล่านี้สะท้อนมุมมองที่ว่าตลาดต่างจังหวัดยังมีช่องว่างสำหรับร้านหมูกระทะบุฟเฟต์ขนาดใหญ่ที่มีมาตรฐานด้านคุณภาพและการบริหารจัดการแบบเชนร้านอาหารสมัยใหม่

พร้อมกันนี้ บริษัทยังเตรียมงบลงทุนรวมกว่า 125 ล้านบาท สำหรับการเปิด 5 สาขาแรกภายในปีนี้ (สาขาละประมาณ 20-25 ล้านบาท)

อาณาจักรที่ใหญ่ขึ้น และไม่ได้มีแค่ “ตี๋น้อย” อีกต่อไป

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สุกี้ตี๋น้อยค่อยๆ ขยายตัวจากร้านสุกี้เพียงแบรนด์เดียว สู่การสร้างพอร์ตธุรกิจที่มีทั้ง Teenoi Plus+, Teenoi Gold และ Teenoi BBQ

การมาของ “นายพรานหมูกระทะ” จึงเป็นอีกหมากสำคัญที่ช่วยเติมเต็มเซ็กเมนต์อาหารบุฟเฟต์ให้ครอบคลุมมากขึ้น และเปิดโอกาสให้บริษัทเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่โดยไม่ต้องแย่งลูกค้ากับแบรนด์เดิมของตัวเองโดยตรง

หากมองในภาพใหญ่ นี่คือการเปลี่ยนผ่านจากการเป็น “แบรนด์ร้านสุกี้” ไปสู่การเป็น “กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร” อย่างเต็มรูปแบบ

การเปิดตัว “นายพรานหมูกระทะ” น่าสนใจตรงที่สุกี้ตี๋น้อยไม่ได้เลือกสร้างแบรนด์ใหม่ในตลาดที่กำลังเป็นกระแส แต่เลือกเข้าไปเล่นในตลาดที่คนไทยคุ้นเคยอยู่แล้วอย่างหมูกระทะ ดังนั้น โจทย์จึงไม่ใช่การสร้างพฤติกรรมใหม่ให้ผู้บริโภค แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์เดิมด้วยมาตรฐานแบบเชนร้านอาหารขนาดใหญ่ ทั้งเรื่องความสะอาด คุณภาพวัตถุดิบ ราคา และเวลาการให้บริการ

อีกด้านหนึ่ง การเลือกขยายสาขาไปยังต่างจังหวัดก่อนกรุงเทพฯ ยังสะท้อนว่าบริษัทกำลังมองหาโอกาสเติบโตจากพื้นที่ที่การแข่งขันยังไม่รุนแรงเท่าตลาดเมืองหลวง

ทว่า คำถามต่อจากนี้คือ “นายพรานหมูกระทะ” จะสามารถสร้างปรากฏการณ์ซ้ำรอยความสำเร็จของสุกี้ตี๋น้อยได้หรือไม่ และจะกลายเป็น New S-Curve ตัวสำคัญที่ช่วยผลักดันกลุ่มธุรกิจสู่เป้าหมายรายได้ระดับหมื่นล้านบาทได้มากน้อยแค่ไหน


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
pigabyte
การเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้น มาเรียนรู้และสนุกไปกับบทความ จาก MarketingOops! กันนะคะ แล้วเราจะได้ค้นพบว่าโลกของ Marketing นั้น So Sexy and Cool!
CLOSE
CLOSE