103.58.148.118

Biz & Marketing news

Ξ Leave a comment

“Collaboration Strategy” แนวรบใหม่ “อสังหาฯ ไทย” ดึงยักษ์ Developer ต่างชาติบุกไทย

posted by  291 views

Thai-Developer

ความเปลี่ยนแปลงหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ประเทศไทยในช่วง 3 – 5 ปีนี้ และมีแนวโน้มจะมากขึ้นเรื่อยๆ คือ Developer รายใหญ่ในไทย ต่างใช้ยุทธศาสตร์ “Collaboration” ด้วยการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจ ซึ่งนอกจากการจับมือกับบริษัทในประเทศแล้ว ที่น่าจับตามองคือ การผนึกกำลังกับยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์จากต่างประเทศ เพื่อร่วมกันลงทุนพัฒนาโครงการ ไม่ว่าจะเป็นแนวราบ, แนวสูง รวมไปถึง Mixed-use Project ด้วยกัน

หากย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว Developer ไทยที่ดึงกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์จากต่างประเทศ เข้ามาร่วมทุนพัฒนาโครงการ คือ “เอพี (ไทยแลนด์)” ได้ผนึกกำลังกับ “มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป” เพื่อร่วมทุนพัฒนาโครงการแนวสูง ถึงปัจจุบัน “เอพี – มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป” มีคอนโดมิเนียมที่พัฒนาร่วมกันทั้งสิ้น 15 โครงการ มูลค่าโครงการสูงถึง 73,000 ล้านบาท

หรือกรณี “แสนสิริ” ร่วมลงทุนกับ “โตคิวกรุ๊ป” ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจ Infrastructure และอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น และร่วมลงทุนใน 6 บริษัท เพื่อขยายเข้าไปในธุรกิจไลฟ์สไตล์ที่เชื่อมโยงกับธุรกิจที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็น Standard International, Monocle, JustCo, Hostmaker, Farmshelf และแอปพลิเคชัน One Night

ขณะที่รายล่าสุด คือ “พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค” ร่วมทุนกับ “ฮ่องกง แลนด์” ยักษ์ใหญ่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จากฮ่องกง จับมือตั้งบริษัทร่วมทุน “บริษัท เอชเคแอล เพอร์เฟค จำกัด (HKL Perfect Co.,Ltd.) โดย พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ถือหุ้น 51% และอีก 49% ถือหุ้นโดย ฮ่องกง แลนด์

Resize Property Perfect_01

ในเบื้องต้นจะร่วมกันพัฒนา “โครงการบ้านเดี่ยวระดับไฮเอนด์” บนสองทำเล ได้แก่ “แจ้งวัฒนะ” ขนาดพื้นที่ 130 ไร่ ระดับราคา 20 – 45 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 4,290 ล้านบาท และ “โซนตะวันออกของกรุงเทพ” พื้นที่ 200 ไร่ ทั้งสองโครงการมูลค่าโครงการรวมประมาณ 10,000 ล้านบาท และยังมีเป้าหมายที่จะร่วมมือกันในระยะยาว

ลุยโครงการแนวราบจับกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ นำร่อง 2 โครงการแรก ทำเลแจ้งวัฒนะ และกรุงเทพฝั่งตะวันออก รวมมูลค่าโครงการเกือบ 10,000 ล้านบาท พร้อมวางแผนระยะยาวร่วมกันพัฒนาโครงการต่อเนื่อง โดยมีแผนร่วมทุนพัฒนาโครงการต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมองถึงความร่วมมือกันในรูปแบบอื่นๆ เพิ่มเติม

ขณะที่เป้าหมายของ “ฮ่องกง แลนด์” ในการปักหมุดในไทย หลังจากก่อนหน้านี้พัฒนาโครงการในรูปแบบทาวน์ชิพมาแล้วในประเทศจีน อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เพราะต้องการพัฒนาโครงการไฮเอนด์ ทั้งในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการพาณิชย์ และในกลุ่มที่อยู่อาศัย โดยนอกจากจับมือกับ “พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค” แล้ว ยังได้ร่วมทุนกับ Developer ไทยรายอื่น ทั้ง “กลุ่มเซ็นทรัล” พัฒนาโครงการบนที่ดินสถานทูตอังกฤษ, “กลุ่มเกษร” และ “สิงห์ เอสเตท”

Resize Property Perfect_02

ทำไม “อสังหาฯ ไทย” ต้องดึงกลุ่มทุนใหญ่ต่างชาติ ร่วมทุน?!

เหตุผลสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในไทย เปิดรับกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศมากขึ้น ขณะเดียวกันกลุ่มทุนจากต่างชาติ เบนเข็มมาโฟกัสตลาดอาเซียนมากขึ้น นั่นเพราะ

1. ประโยชน์ด้านเงินลงทุน “บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด” ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ ชี้ว่า เวลานี้ผู้พัฒนาโครงการในไทยร่วมทุนกับต่างชาติ เนื่องจากธนาคารไทยมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อในการพัฒนาโครงการใหม่ จึงทำให้ผู้พัฒนาโครงการต่างมองหาเงินลงทุนจากพันธมิตรต่างชาติ การร่วมทุนส่วนใหญ่มักเป็นการร่วมทุนรายโครงการกับนักลงทุนจากญี่ปุ่นในการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม

นอกจากนี้ยังมีนักลงทุนจากชาติอื่นด้วย เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และจีน ถึงแม้ว่าการร่วมทุนที่ผ่านมาจะเริ่มต้นจากโครงการคอนโดมิเนียม แต่ “ซีบีอาร์อี” คาดว่าการลงทุนใหม่ๆ จะมีทั้งคอนโดมิเนียมและอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างรายได้อื่นๆ

CBRE Real Estate Trend 2018

Credit : บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด

2. แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ – ความเชี่ยวชาญ และ กลุ่มทุนต่างชาติ เล็งสร้างการเติบโตในตลาดอาเซียน หนึ่งในวัตถุประสงค์หลักที่บริษัทผู้พัฒนาโครงการในไทย ร่วมทุนกับกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างชาติที่อยู่ในตลาดมายาวนาน เพราะต้องการ “Know How” จากพันธมิตร อันเกิดจากประสบการณ์ที่สั่งสม เช่น เทคโนโลยีการก่อสร้าง ด้านการออกแบบ และระบบบริหารจัดการ เพื่อนำมาปรับใช้กับการพัฒนาโครงการในไทย

ขณะที่ในฝั่งบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากต่างชาติ ร่วมทุนกับบริษัทไทย เพราะต้องการขยายอาณาจักรธุรกิจออกสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในอาเซียนที่หลายประเทศในภูมิภาคนี้ยังเป็น Emerging Market ที่เมืองกำลังพัฒนา ทั้งระบบโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ เทคโนโลยี การศึกษาและสังคมของประเทศ หนึ่งในนั้น คือ “ประเทศไทย”

สะท้อนได้จากข้อมูลล่าสุดของ United Nations (UN) รายงานว่า ปัจจุบัน 55% ของประชากรทั่วโลก (กว่า 7,600 ล้านคน) อาศัยอยู่ในเขตเมือง และคาดการณ์ว่าในปี 2050 สัดส่วนประชากรที่อาศัยในเมือง จะเพิ่มขึ้นเป็น 68% ของประชากรทั่วโลก แสดงให้เห็นว่านับวัน “สังคมเมือง” หรือ Urbanization จะเข้าไปแทนที่ “สังคมชนบท” มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย และแอฟริกา

สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันมีประชากร 69.183 ล้านคน โดยสัดส่วนประชากรที่อาศัยในเขตเมือง เพิ่มขึ้นเป็น 49.9% หรือเท่ากับ 34.556 ล้านคน ใกล้เคียงกับประชากรอาศัยในเขตชนบท ซึ่งมีสัดส่วนที่ 50.1% หรือ 34.627 ล้านคน

Property Perfect_03

3. สร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ – ยกระดับสู่อินเตอร์ การสร้างความร่วมมือกับอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถื่อให้กับแบรนด์ พร้อมทั้งยกระดับแบรนด์ และธุรกิจให้เป็นที่รู้จักในตลาดโลก โดยเริ่มจากตลาดเอเชียก่อน

เนื่องจากขณะนี้ Developer รายใหญ่ในไทย ไม่ได้มอง Demand แค่ลูกค้าไทยเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการเจาะลูกค้าต่างประเทศมากขึ้น เพราะเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสำหรับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในไทย ดังนั้นการจับมือกับ Developer ต่างประเทศ เป็นวิธี Short cut ที่ทำให้โครงการอสังหาริมทรัพย์ของ Developer ไทยรายนั้นๆ เป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้าต่างประเทศได้เร็วขึ้น

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

อยู่ในแวดวงนิตยสารธุรกิจการตลาดกว่าสิบปี สนุกและชอบติตตามเทรนด์ ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ และอยากเรียนรู้เพิ่มเติมในแพลตฟอร์มดิจิทัล มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การตลาดและดิจิทัลร่วมกันนะคะ

User Name: WP

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ three = 5

Recent Posts

Facebook