103.58.148.118

[expired]-Strategy

Ξ Leave a comment

เอปสันเปิดประเดิมแคมเปญ ‘Be There’ ออกโปรเจคเตอร์ 11 รุ่น

posted by  559 views

เอปสัน ประเทศไทย ประกาศเป็นผู้นำกลุ่มสินค้าองค์กร ปูพรมกลยุทธ์ทางธุรกิจใหม่ เปิดตัวแคมเปญ “Be There” สะท้อนความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ชูจุดแข็งด้านเทคโนโลยีและการบริการ ตอบรับความต้องการใช้งานในทุกประเภทธุรกิจ ประเดิมแคมเปญแรกด้วยการเปิดตัวโปรเจคเตอร์พร้อมกัน 11 รุ่น

นายนาโอยูกิ ซาเอกิ ประธานบริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปี ที่ผ่านมานับตั้งแต่ก่อตั้งในประเทศไทย เอปสันสามารถตอบรับความต้องการที่แตกต่างทั้งในตลาดคอนซูมเมอร์และตลาดลูกค้าองค์กร ได้เป็นอย่างดี ด้วยการนำเสนอสินค้าที่มีความหลากหลาย ทั้งในแง่ฟังก์ชั่น และเทคโนโลยีที่ตอบสนองการใช้งานให้กับลูกค้าได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นพรินเตอร์ สแกนเนอร์ และโปรเจคเตอร์ โดยในกลุ่มเครื่องพิมพ์ เอปสันไม่ได้มีเพียงแค่อิงค์เจ็ทพรินเตอร์ หรือ ด็อท เมทริกซ์ พรินเตอร์เท่านั้น เอปสันยังมีเครื่องพิมพ์ที่รองรับธุรกิจองค์กร ไม่ว่าจะเป็นเครื่องพิมพ์สลิปใบเสร็จ (TM printer) และเครื่องพิมพ์สมุดธนาคาร (Passbook printer) เป็นต้น”

“นอกจากนี้ยังมีเครื่องสแกนเนอร์ที่สามารถสแกนเอกสาร ภาพถ่าย และฟิลม์ หรือแม้แต่เครื่องแสกนเช็ค โดยเอปสันได้รับการยอมรับจากองค์กรมากมายทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน เช่นเดียวกันกับลูกค้าในกลุ่มคอมซูมเมอร์ ที่ให้การตอบรับแบรนด์เอปสันเป็นอย่างดีและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ด้วยจุดเด่นทางด้านคุณภาพและประสิทธิภาพของเทคโนโลยี นอกจากนี้สินค้าในกลุ่มโปรเจคเตอร์ที่เอปสันได้รับการยอมรับทั่วโลกถึงประสิทธิภาพในการนำเสนองานที่ให้ภาพและสีสันที่คมชัด โดยโปรเจคเตอร์เอปสันมียอดขายเป็นอันดับ 1 ทั่วโลกในกลุ่มสินค้าดาต้า โปรเจคเตอร์ ถึง 7 ปีซ้อน จากบริษัทวิจัยด้านการตลาดชั้นนำของโลก Futuresource เช่นเดียวกับเอปสันประเทศไทยที่มั่นใจว่าจะเป็นอันดับ 1 ในสินค้าโปรเจคเตอร์ภายในปีงบประมาณ 2551 นี้”

นายซาเอกิ กล่าวถึงผลการดำเนินงานของเอปสัน ประเทศไทยในช่วงครึ่งปีผลประกอบการ ปี2551 ว่าเริ่มต้นปีบัญชีเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัทฯ มีรายได้รวมราว 1,300 ล้านบาท โตจากปีที่แล้ว 11 เปอร์เซ็นต์ โดยมีสัดส่วนรายได้มาจากสินค้ากลุ่มองค์กรและกลุ่มสินค้าคอนซูมเมอร์ในอัตราเท่ากัน 50 : 50เปอร์เซ็นต์ ในปีนี้ บริษัทฯ มุ่งขยายตลาดในกลุ่มสินค้าองค์กรให้มากยิ่งขึ้น โดยเน้นจัดกิจกรรมทางการตลาดและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับช่องทางการจัดจำหน่าย โดยบริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมไว้ที่ 2,500 ล้านบาท โดยภายใต้กลยุทธ์ทางการตลาดและการสื่อสารใหม่ ในชื่อแคมเปญ “Be There” ที่สร้างความมั่นใจกับลูกค้าองค์กรว่าเอปสันจะมีทั้งประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และความหลากหลายของผลิตภัณฑ์มอบให้แก่ลูกค้าองค์กร และเชื่อมั่นว่าจะสามารถเข้าถึงความต้องการของกลุ่มลูกค้านี้ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เปิดรับและพร้อมลงทุนกับเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและศักยภาพขององค์กร”

“ปัจจุบัน สินค้าของเอปสันในตลาดนี้มีอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นด็อท เมทริกซ์ พรินเตอร์, บิสิเนส อิงค์เจ็ท พรินเตอร์, บิสิเนส สแกนเนอร์, โปรเจคเตอร์, ระบบพีโอเอส (Point of sale) และเครื่องพิมพ์สลิปใบเสร็จ หรือแม้แต่โปรกราฟิกพรินเตอร์ ซึ่งครอบคลุมความต้องการของกลุ่มลูกค้าองค์กรในหลากหลายธุรกิจ ทั้งธนาคาร สถานศึกษา ร้านขายปลีก สตูดิโอ บริษัทธุรกิจ SMEs หรือ SOHO ซึ่งทางเอปสันเองมองว่ายังมีพื้นที่ทางการตลาดอีกมากที่เอปสันจะเข้าไปทำตลาด”

ทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นแคมเปญที่เกิดขึ้นเฉพาะการณ์ แต่เอปสันได้วางแผนแคมเปญนี้มาเพื่อสอดรับกับนโยบายจากสำนักงานใหญ่ที่ต้องการผลักดันให้เทคโนโลยีหลักของเอปสันเป็นตัวขับเคลื่อนศักยภาพทางการแข่งขันทั้งในตลาดอุตสาหกรรมและตลาดองค์กร ซึ่งเอปสันมั่นใจว่ากลยุทธ์ในแคมเปญ “Be There” นี้จะประสบความสำเร็จไม่ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร” นายซาเอกิ กล่าว

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงแคมเปญ “Be There” ว่า คือ การให้คำมั่นสัญญาและการรับประกันความมั่นใจให้กับลูกค้าของเอปสันว่า ไม่ว่าธุรกิจของลูกค้าจะเป็นอย่างไร เป็นองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ หรือขนาดเล็ก และอยู่ในสถานการณ์ทางธุรกิจแบบใด เอปสันพร้อมที่จะอยู่ที่นั่น เช่นเดียวกับที่สินค้าเอปสันอยู่เคียงข้างลูกค้าในทุกองค์กรเสมอมา โดยเอปสันพร้อมที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จกับลูกค้าด้วยเทคโนโลยีระดับโลกที่สามารถตอบรับทุกความต้องการในทุกระดับการทำงาน

“ภายใต้แคมเปญ “Be There” จะครอบคลุมการสร้างยุทธศาสตร์ทางการตลาด การวางกลยุทธ์สินค้า และการพัฒนาด้านการบริการ รวมถึงการสื่อสารการตลาดเพื่อเข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีองค์ประกอบ 4 ด้าน ได้แก่ เทคโนโลยีด้านผลิตภัณฑ์ ช่องทางการจัดจำหน่าย ศูนย์โซลูชั่นเพื่อสาธิตผลิตภัณฑ์ และเครือข่ายศูนย์บริการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มธุรกิจ โดยเอปสันได้วางงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงการโฆษณาประชาสัมพันธ์แคมเปญดังกล่าว” นายยรรยง กล่าวต่อ

ในส่วนของเทคโนโลยีทางด้านผลิตภัณฑ์ เอปสันถือเป็นแบรนด์ที่ได้ชื่อว่าประสบความสำเร็จในการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีด้านการพิมพ์ ด้วยระบบหัวพิมพ์ไมโคร ปิเอสโซ (Micro Piezo) ที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพสูง ระบบอิงค์เจ็ทที่สามารถพ่นหมึกลงบนวัสดุการพิมพ์ที่แม่นยำและแน่นอน ซึ่งปัจจุบันถูกนำมาใช้เป็นเทคโนโลยีในกลุ่มเครื่องพิมพ์สำหรับผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม เอปสันได้ขยายขีดความสามารถของเทคโนโลยีไมโคร ปิเอสโซ ให้รองรับภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม โดยยังคงให้ทั้งงานพิมพ์คุณภาพ ความเที่ยงตรง และความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ โดยจะมีการพัฒนาแอพลิเคชั่นใหม่ๆ ที่ช่วยเสริมการทำงาน สามารถพิมพ์ได้รวดเร็วมารองรับตลาดธุรกิจองค์กรอีกด้วย ซึ่งจะได้เห็นกันภายในปลายปีนี้ ทั้งในกลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ และกลุ่มโปรกราฟิกพรินเตอร์

เช่นเดียวกับเทคโนโลยีด้านโปรเจคเตอร์ของเอปสัน 3LCD อันเป็นลิขสิทธ์ที่เอปสันที่ได้คิดค้นและพัฒนาขึ้น ซึ่งเป็นการรวมแผง LCD 3 แผงเพื่อให้การฉายภาพที่คมชัด สีสันสดใส ให้ค่าความสว่างที่เหมาะสม ถนอมสายตา นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นที่ประกอบเข้ามา ให้การใช้งานมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อแบบโดยใช้ไวร์เลสแบบพิเศษด้วย USB Key ซึ่งไม่ต้องเสริชหาค่าไอพีเพื่อเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์กับโปรเจคเตอร์ให้ยุ่งยาก นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่น AV Mute Slide ที่ช่วยปิดหน้าจอเวลาพักการนำเสนองาน โดยไม่ต้องปิดเปิดเครื่อง ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและประหยัดไฟอีกด้วย โดยในครั้งนี้ เอปสันได้นำเสนอโปรเจคเตอร์ทั้งหมด 11 รุ่น ซึ่งครบทุกไลน์สินค้า เพื่อรองรับการใช้งานทุกระดับ ได้แก่

กลุ่ม Smart series ประกอบด้วยรุ่น Epson EB-S6, Epson EB-X6 และ Epson EB-W6 (wide screen) ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่ให้ประสิทธิภาพคุ้มค่า โดยมีจุดแข็งที่อัตราความคมชัด (contrast ratio) สูงถึง 2000:1 และใช้ไฟต่ำเพียง 246 วัตต์ นอกจากนี้ยังมีโปรเจคเตอร์ที่เหมาะกับการศึกษา Epson EMP-280 ที่มีระบบป้องกันฝุ่นและมีเลนส์กระจกสามารถทำความสะอาดได้

กลุ่ม Ultra Portable series เป็นโปรเจคเตอร์ที่น้ำหนักเบาเพียง 1.8 กิโลกรัม สะดวกพกพา คล่องตัวช่วยให้นำเสนองานได้อย่างมืออาชีพ ประกอบด้วยรุ่น Epson EB-1725 และ Epson EB-1735W (wide screen) ซึ่งสามารถเชื่อมต่อระบบไวร์เลสด้วย USB Key อีกทั้งให้ค่าความสว่างและความละเอียดสูง

กลุ่ม Evolution series เป็นรุ่นที่มีนวัตกรรมในการนำเสนอที่ครบครัน ประกอบด้วยรุ่น Epson EMP-1825 ที่มีค่าความสว่างสูง ถึง 3500 ANSI Lumens ความละเอียด 786,432 จุดด้วยระบบ XGA สามารถเชื่อมต่อผ่านสาย USB หรือแบบไร้สายได้ อีกทั้งยังมีปุ่ม Quick Setup ใช้งานง่ายภายในปุ่มเดียว ตามมาด้วยรุ่น Epson EMP-6010 และ Epson EMP-6110 ที่นอกจากจะมีความสว่างสูงแล้ว ยังสามารถป้องกันฝุ่นควันและสามารถถอดแผ่นกรองฝุ่นมาทำความสะอาดได้

กลุ่ม Professional series ประกอบด้วยโปรเจคเตอร์ไร้สายประสิทธิภาพสูง 2 รุ่น ได้แก่ Epson EB-G5350 ,Epson EB-G5150 และ โปรเจคเตอร์แบบ wide screen คือ Epson EB-G5200W สำหรับผู้ต้องใช้งานพรีเซนเทชั่นในห้องขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นห้องประชุม-สัมมนา หรือโถงนิทรรศการ Epson EB-G5350 และ Epson EB-G5150 มีความละเอียดระดับ XGA ให้ความสว่าง 5000 และ 4000 ANSI lumens ตามลำดับ ส่วน Epson EB-G5200W มีความละเอียดระดับ WXGA ให้ความสว่าง 4200 ANSI lumens รองรับจอ Wide Screen ของเครื่องพีซี โดยมีจุดเด่นที่ค่าความคมชัด (contrast ratio) ที่สูง Epson EB-G5200W มีค่าความคมชัด (Contrast Ratio) สูงถึง 800:1 ส่วน Epson EB-G5350 และ Epson EB-G5150 มีค่าความคมชัด (Contrast Ratio) สูงถึง 1000:1

“เอปสันเชื่อว่า ด้วยเทคโนโลยีหลักของเอปสันและฟังก์ชั่นที่เหมาะกับธุรกิจองค์กร จะทำให้เอปสันโปรเจคเตอร์ครองตลาดธุรกิจได้ตามเป้าหมาย” นายยรรยง กล่าว

ในด้านเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย หรือที่เรียกว่า EAP (Epson Authorized Partner) ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 134 ราย ทางเอปสันมีแผนที่จะขยายจำนวนเครือข่ายเพิ่มขึ้น เป็น 160 ราย ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2551 นี้ เพื่อให้สามารถรองรับลูกค้าองค์กรในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งบริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์ที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวแทนจำหน่าย โดยเตรียมความพร้อมทั้งในด้านความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ การจัดกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์ และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย

“เมื่อเรามุ่งเน้นที่จะขยายตลาดกลุ่มสินค้าเพื่อองค์กรธุรกิจ เราได้ทุ่มงบประมาณกว่า 17 ล้านบาท พัฒนาศูนย์โซลูชั่น (Solution Center) เพื่อสร้างประสบการณ์จริงให้ลูกค้า โดยศูนย์ใหม่นี้จะรวบรวมสินค้าและนวัตกรรมใหม่ๆ มานำเสนอเป็นโซลูชั่นที่ครบวงจรสามารถปรับประยุกต์ให้สอดคล้องกับความต้องการที่แตกต่างของลูกค้าได้ Solution Center มีกำหนดเปิดปฏิบัติงานภายในปลายปีนี้ นอกจากนี้ในด้านเครือข่ายศูนย์บริการ เอปสันได้เพิ่มความแข็งแกร่งและขยายขอบเขตการให้บริการให้กับกลุ่มเซอร์วิสพาร์ทเนอร์ เพื่อการให้บริการที่รวดเร็ว และเข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น โดยศูนย์บริการนี้จะให้บริการทั้งในด้านการให้คำปรึกษาและการซ่อมแซม” นายยรรยง กล่าวต่อ

“เราเชื่อมั่นว่า “Be There” จะสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าของเอปสัน ด้วยองค์ประกอบ 4 ด้าน อันได้แก่

  • สินค้าที่หลากหลาย มาพร้อมกับเทคโนโลยีเฉพาะ เพื่อการใช้งานที่อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เครือข่ายตัวแทนจำหน่ายที่มีความเชี่ยวชาญเข้าใจความต้องการของธุรกิจแต่ละประเภท
  • ศูนย์โซลูชั่นที่นำเสนอประสิทธิภาพการทำงานของสินค้า โดยปรับประยุกต์ให้เหมาะกับความต้องการทางธุรกิจ
  • เครือข่ายการบริการที่ครอบคลุม ทำให้ลูกค้าวางใจ

เรามุ่งมั่นพัฒนาและพร้อมที่จะสนับสนุนเพื่อความสำเร็จให้กับธุรกิจของลูกค้า เช่นเดียวกับนิยามของคำว่า “Be There” เอปสัน พร้อมทุกที่ เพื่อทุกความสำเร็จ” นายยรรยง กล่าวสรุป

เกี่ยวกับเอปสัน ประเทศไทย
บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด ได้ถูกก่อตั้งขึ้นที่กรุงเทพฯ เพื่อเป็นทางเลือกทางธุรกิจที่มีพื้นฐานบนเทคโนโลยีสารสนเทศในภูมิภาคนี้ โดยทางบริษัทฯ ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานระหว่างผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เอปสันในภูมิภาคนี้กับบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น คือ ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น เพื่อสร้างสรรค์สินค้าและการบริการที่ดีที่สุดให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาคนี้ จากความสำเร็จวันนั้นจนถึงวันนี้ ทำให้บริษัทฯ มั่นใจเป็นอย่างยิ่งที่จะสร้างมาตรฐานผลิตภัณฑ์และการบริการของเอปสันในภูมิภาคนี้ ให้เป็นมาตรฐานเดียวกับ เอปสันทั่วโลก

 

เกี่ยวกับเอปสัน

เอปสัน คือผู้นำในด้านนวัตกรรมภาพดิจิตอลระดับโลก รวมถึงพรินเตอร์ โปรเจ็คเตอร์ และจอแอลซีดี ด้วยวัฒนธรรมของการสร้างสรรค์และคิดค้น เอปสันมุ่งมั่นสร้างสรรค์เหนือจินตนาการ จนได้รับการคาดหวังจากผู้บริโภคทั่วโลกว่ามีผลิตภัณฑ์คุณภาพที่เหนือกว่า ทั้งการออกแบบ ประโยชน์ใช้สอย รวมถึงการประหยัดพลังงาน เอปสันมีเครือข่ายด้วยจำนวนพนักงาน 88,925 คน ใน 109 บริษัททั่วโลก และทั้งหมดร่วมผสานความภาคภูมิใจในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสังคมที่เป็นหนึ่งเดียวกันทั่วโลก ทั้งนี้ ภายใต้การนำโดย ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชัน ซึ่งยอดจำหน่ายทั่วโลกรวมทั้งสิ้นกว่า 4 แสนล้านบาท (1,347 พันล้านเยน) ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 ที่ผ่านมา

 

Source: พีอาร์พีเดีย, บจก.
02-439-3837
E-mail:contact@prpedia.co.th

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

User Name: Marketing Oops! Admin

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


2 + four =

Recent Posts

Facebook