103.58.148.118

[expired]-Strategy

Ξ Leave a comment

กลยุทธ์การตลาดของ ททท.

posted by  4,003 views

tat1ททท. เตรียมปล่อยโฆษณาแบบปูพรมทุกรูปแบบ ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ ออนไลน์ ภาพยนตร์ และ Outdoor  เน้นแคมเปญ เที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก  พร้อม เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนดัง “เบิร์ด-ธงไชย” หวังสร้างบรรยากาศ ชวนคนไทยเที่ยวตลอดปีครบ 87 ล้านคนครั้งตามเป้าหมาย ด้านตลาดต่างประเทศ

นางจุฑาพร เริงรณอาษา  รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า  ททท.ได้เตรียมจัดทำสื่อเอาต์ดอร์และสื่อสิ่งพิมพ์ทุกรูปแบบตามแผนงานที่วางไว้  เช่น ป้ายเอาต์ดอร์ขนาดใหญ่  15 x  50 เมตร บริเวณริมทางด่วนพระราม 9, ป้ายโฆษณา บนรถแท็กซี่ จำนวน 350 คัน ทั่วกรุงเทพ ฯ  และรถไฟฟ้าบีทีเอส  โดยแต่ละป้ายโฆษณาจะมีประโยคสั้น เพื่อชวนคนไทยให้เดินทางท่องเที่ยว  จุดประสงค์การออกโฆษณาในครั้งนี้  เพื่อสร้างการรับรู้และตอกย้ำในแคมเปญ “เที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก” ตลอดปีงบประมาณ 2552  สร้างบรรยากาศให้คนไทยออกมาเดินทางท่องเที่ยวกันมากขึ้น

สื่อโฆษณาที่ใช้

สื่อโฆษณาในรูปแบบอื่นที่จะทยอยออกมาต่อเนื่องตลอดปีงบประมาณ ได้แก่  สปอตวิทยุ สื่อออนไลน์  ข้อความ SMS  โฆษณาและทำกิจกรรมในรายการทีวี เช่น รายการ ข่าวข้นคนข่าว มีการตอบคำถามชิงรางวัล  ,รายการสารคดีท่องเที่ยว ทางสถานีโทรทัศน์ TPBS ทุกวันพฤหัสบดีและวันเสาร์ , การออกโฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์ นิตยสาร หนังสือพิมพ์  เป็นต้น  โดยภาพที่สื่อออกมา ต้องแสดงถึงการท่องเที่ยวที่ทำให้คนไทยได้ครึกครื้นและเป็นการเที่ยวเพื่อช่วยเศรษฐกิจของประเทศ

นางจุฑาพร กล่าวอีกว่า ในสิ้นเดือน ม.ค.ศกนี้  สัญญาจ้างวงโปงลางสะออน จะครบกำหนดแล้ว จากที่เปิดตัวไปเมื่อเดือน พ.ย.2551  ซึ่งผลตอบรับค่อนข้างดี ขณะนี้ในกลุ่มคนไทยเริ่มพูดกันถึงแคมเปญ เที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก กันบ้างแล้ว   และเดือน ก.พ.ก็จะเริ่มเปิดตัว พรีเซ็นเตอร์ใหม่ คือ เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ เป็นเวลาอีก 6 เดือน  เพื่อให้ต่อเนื่องมาจากแคมเปญของวงโปงลางสะออน   พร้อมจัดกิจกรรมประกวดภาพถ่าย ให้นักท่องเที่ยวคนไทยได้ร่วมสนุก  ซึ่งในแคมเปญนี้แกรมมี่จะนำศิลปินในค่ายออกมาทำกิจกรรมสร้างสีสันทางการท่องเที่ยว แยกโปรโมตเป็นรายภูมิภาคอีกด้วย   เพื่อมุ่งหวังให้จำนวนตัวเลขนักท่องเที่ยวภายในประเทศ ประจำปี 2552 ได้ตามที่ตั้งไว้ คือ 87 ล้านคนครั้ง เติบโตจากฐานของปี 2550 ราว 5% ในด้านของจำนวน ส่วนในด้านรายได้จะเติบโต 7%

ด้านตลาดต่างประเทศ

ขณะที่ด้านตลาดต่างประเทศระยะสั้นและให้เห็นผลทันที คือ การจัดแฟมทริป และใช้กลยุทธ์ เซเรพเบอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ให้เดินทางเข้ามาประเทศไทย  โดยมีแผนจัดกิจกรรม พร้อมเชิญคนดังระดับซูเปอร์สตาร์ในแวดวงต่างๆ ให้เดินทางเข้ามา เช่น กลุ่มศิลปิน  ดารา นักร้อง นักแสดง บุคคลสำคัญ

นอกจากนั้น ยังได้จ้างให้บริษัท  พร้อมมิตร โปรดักชั่น จำกัด ของ ม.จ.ชาตรี เฉลิมยุคล จัด ทำภาพยนตร์โฆษณา 10 เรื่อง ความยาวเรื่องละ 5 นาที  ภายใต้ชื่อ เอ็กซ์พรีเรียน ไทยแลนด์ วันส์ อิน อะไลฟ์ ไทม์ ( Experience Thailand Once a Live Times) นำเสนอแหล่งท่องเที่ยว และ วัฒนธรรมประเพณีของประเทศไทยในรูปแบบต่างๆ  โดยจะเป็นภาพยนตร์ 2 ภาษา เพื่อสำหรับโฆษณา ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ

สำหรับตลาดต่างประเทศ ส่วนหนึ่งจะดำเนินการร่วมกับ ทีมไทยแลนด์ โดยมี กระทรวงการต่างประเทศ เป็นเจ้าภาพ  ดูแลเรื่องงบประมาณ ซึ่งได้รับจากงบกระตุ้นกลางปีฉุกเฉินวงเงิน  325 ล้านบาท ตามมติของคณะรัฐมนตรี ที่ผ่านมา  ล่าสุดได้มีการหารือ ว่าสำหรับเรื่องการท่องเที่ยว จะนำเสนอประเทศไทยในรูปแบบใด เบื้องต้น คาดว่าจะใช้สโลแกน  แลนด์ ออฟ สไมล์ ซึ่ง ประโยคดังกล่าว ทางสำนักงานจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB และ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI  ก็เห็นด้วยกับสโลแกนนี้ เพราะตอบโจทย์ ประเทศไทย ในเรื่องของการบริการ และการเป็นจ้าบ้านที่ดี

Source: ASTV ผู้จัดการออนไลน์

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

User Name: Marketing Oops! Admin

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


two + = 4

Recent Posts

Facebook