Nissin หันหัวเรือเตรียมรุกตลาด ‘สหรัฐฯ’ เพิ่มโอกาส premium cup noodles ในช่วง COVID-19

  • 116
  •  
  •  
  •  
  •  

ในชั่วโมงนี้ How to กักตัวอยู่บ้านต่างๆ นานา เป็นเรื่องที่ viral ที่สุดแล้ว สารพัดวิธีสร้างสรรค์เพื่อรับมือและปรับตัว รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆ แชร์กันอย่างบ้าคลั่งในโลกออนไลน์

เช่นเดียวกันกับ ‘การแห่ซื้อสินค้า’ ในหลายๆ ประเทศทั่วโลก อย่างเช่น ญี่ปุ่น, จีน, เกาหลีใต้, และ สหรัฐอเมริกา อย่างที่เราเคยได้ยินข่าวมาก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นทิชชู่ขาดตลาด, หน้ากากอนามัย, เจลล้างมือ หรือ สินค้าจำเป็นอื่นๆ ที่ช่วยเรื่องความสะอาด

ขณะที่ งานวิจัยของ ‘Nissin’ ผู้ผลิตและจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชั้นนำของญี่ปุ่น ระบุว่า ตั้งแต่ที่มีการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 อย่างหนักในญี่ปุ่นตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ยอดขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป Nissin ในญี่ปุ่น ตัวเลขเติบโตขึ้นเป็นเลข 2 หลัก

ทั้งนี้ การสำรวจของ Nikkei POS ชี้ว่า ในเดือน มี.ค. 63 มีจำนวนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบคัพ (cup noodles) ของ Nissin ถูกขายมากถึง 7.19 ล้านถ้วยในญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วอีก 13% โดยตลาดที่เป็นรายได้หลักของ Nissin มาตลอด ก็คือ ‘ญี่ปุ่น’ เพียงแต่ นับตั้งแต่ที่ญี่ปุ่นเข้าสู่สังคมสูงวัยเมื่อหลายปีก่อน ดีมานด์การบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็น้อยลงเรื่อยๆ

โดยมองว่า ประเทศที่กำลังเผชิญหน้ากับ Coronavirus น่าจะมีดีมานด์ที่แข็งแกร่งขึ้นมากสำหรับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อย่าง ‘สหรัฐฯ’ ในฐานะที่เป็นหนึ่งในตลาดกลุ่มเป้าหมายของ Nissin อยู่ก่อนแล้ว (ปัจจุบันรายได้จากตลาดสหรัฐอยู่ที่ 10%) Nissin พยายามปรับกลยุทธ์เพื่อเจาะตลาดใหม่ในต่างประเทศในสัดส่วนที่มากขึ้น รวมถึงตลาดสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน

 

Faizal Ramli

Nissin ปรับราคาสู้คู่แข่งในสหรัฐฯ

ปัจจุบัน cup noodles เป็นที่รู้จักในสหรัฐฯ มากขึ้น ขณะเดียวกันแบรนด์ Nissin ชื่อนี้ก็เริ่มที่จะคุ้นหูชาวอเมริกันมากขึ้นเช่นกัน ดังนั้น กลยุทธ์สำคัญของ Nissin หากต้องการครองใจชาวอเมริกันมากขึ้น ก็ต้องยอมลดราคาสินค้าลงมาเล็กน้อยเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลากหลายขึ้น ซึ่งเป็นไปได้ว่า Nissin อาจจะลดราคาสินค้าลงมาราว 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อชิ้น (ราว 33 บาท)

ทั้งนี้ เมื่อปีก่อน Nissin ได้เปิดตัว cup noodles stir fry นั่นก็คือ ผลิตภัณฑ์สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ จัดว่าเป็นกลุ่มสินค้าพรีเมียมของ Nissin

โดยกลยุทธ์การเจาะกลุ่มลูกค้าในสหรัฐฯ ก็คือ ตัว cup noodles stir fry เพราะชาวอเมริกันนิสัยต่างจากคนญี่ปุ่นอย่างหนึ่ง ก็คือ ชอบกินอาหารเกือบทุกอย่างผ่านไมโครเวฟ ขณะที่คนญี่ปุ่นชอบแค่เติมน้ำร้อนเข้าไปเท่านั้น

 

เจาะลูกค้าผ่าน Walmart

ปัจจุบัน Walmart ยักษ์ค้าปลีกของสหรัฐฯ ได้เริ่มขายก๋วยเตี๋ยวผัดสไตล์ญี่ปุ่นในกว่า 2,800 สาขาทั่วประเทศ ดังนั้น เป้าหมายของ Nissin ก็คือ เพิ่ม cup noodles แบบพรีเมี่ยมในห้าง Walmart มากขึ้นเพื่อให้สัดส่วนยอดจำหน่ายสูงขึ้น จาก 30% เป็น 40-50% ขณะที่ราคาขายในปัจจุบันอยู่ที่ 2 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 65 บาท)

 

 

ทั้งนี้ ยอดขาย Nissin ในสหรัฐฯ ระหว่างเดือน เม.ย. ถึง ธ.ค. 62 เพิ่มขึ้นอีก 5% ดังนั้น Nissin คาดหวังว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสที่รุนแรงขึ้นในสหรัฐฯ ซึ่งมีผู้ติดเชื้อจำนวนสูงสุดในโลก 561,103 คน ครองเป็นอันดับหนึ่ง เทียบกับ สเปน ที่เป็นอันดับ 2 อยู่ที่ 166,831 ราย จะทำให้ดีมานด์ความต้องการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนั่นสูงขึ้น

Photo Credit : wikipedia research

ขณะเดียวกัน ‘นครนิวยอร์ก’ เมืองที่มีผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 มากที่สุด และเป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติที่ค่อนข้างสูงในสหรัฐฯ Nissin จึงมองว่าเป็นโอกาสที่จะทำให้ฐานลูกค้าในสหรัฐฯ นั่นขยายใหญ่ขึ้นได้

ที่สำคัญสถานการณ์ในสหรัฐฯ ไม่ใช่แค่จำนวนผู้ติดเชื้อที่ยังน่าเป็นห่วง แต่อัตราการเลิกจ้างงานก็สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย โดยสัปดาห์ก่อนกระทรวงแรงงานสหรัฐ ยืนยันว่า กว่า 6.6 ล้านคนมายื่นเอกสารคนว่างงาน ท่ามกลางการปิดตัวของหลายๆ ธุรกิจในช่วงที่เกิด COVID-19 ทำให้เพียง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีคนกว่า 16 ล้านคนในสหรัฐฯ ที่ได้ยื่นเอกสารคนว่างงานแล้ว

หนึ่งในคำกล่าวในรายงานของ Nekkei Asian Review ระบุว่า “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขายดีมากขึ้น ตั้งแต่ที่มีคนตกงานจำนวนมากในสหรัฐฯ ดังนั้น หาก Nissin มีราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งอื่นๆ ในตลาด ก็มีโอกาสครองใจคนกลุ่มนี้ด้วยเช่นกัน เพราะปัญหาเรื่องรายได้ที่น้อยลงตาม”

Credit Photo : CRISTOBAL HERRERA/EPA-EFE/Shutterstock

 

ที่มา : nikkei, abcnews


  • 116
  •  
  •  
  •  
  •  
prakai
prakai
'ชีวิต' ต้องมีสีสันหลากหลาย เหมือนกับความรู้ที่มีหลายมิติ ทั้งไลฟ์สไตล์, การตลาด, ดิจิทัล, ประเพณี-วัฒนธรรม