103.58.148.118

Brand Move

Ξ Leave a comment

OLED TV เทคโนโลยีนี้ มีดีที่ความ “ดำสนิท”

posted by  5,170 views

ยุคนี้ต้องยอมรับว่าคือยุคทองของสมาร์ททีวี 4K ที่แท้ทรู เพราะใครๆ ต่างก็ยอมรับคุณสมบัติที่ “เหนือกว่า” จนทำให้สมาร์ททีวี4K สามารถเริ่มยืดพื้นที่ครองทั้งตลาดและครองใจผู้บริโภคมากขึ้นต่อเนื่อง

แต่ปัจจุบันเจ้าสมาร์ททีวี 4K เองก็มีหลากหลายตัวเลือก ไหนจะทั้งจอ LED TV และ OLED TV หลากสารพัดรุ่น หลายคนจึงอาจเกิดคำถามในใจว่า แล้วเราควรจะเลือกอย่างไรหรือแบบไหน ถึงจะแน่ใจได้ว่า “จอ” “สมาร์ททีวี” ที่เราซื้อมานั้นจะให้ภาพคมชัด สมจริงอย่างที่ฝัน

แม้ก่อนหน้านี้ หลายคนอาจจะได้รับฟังข้อมูลมากมายมา ที่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวว่า OLED TV ให้ภาพสมจริงที่เหนือกว่า แต่ก็อยากรู้ว่า ความเหนือกว่าที่ว่าคืออะไร? ที่สำคัญ แล้วหน้าจอทั้งสองแต่ละแบบนี้มันแตกต่างกันอย่างไร? ใครจะเป็นผู้ให้คำตอบได้บ้าง?

งานนี้ด้วยความใจดีของผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมจอภาพมานานปีอย่างแบรนด์ “แอลจี” จึงได้แนะนำเคล็ดลับง่ายๆ ให้กับเรา ถึง 4 จุดเด่นของจอ OLED TV

เชื่อว่าคำตอบที่ได้นี้ จะทำให้ทุกคนกระจ่างใจถึงความแตกต่างของ OLED TV และLED TV ทั่วไปกันในวันนี้แหละ

LG

ดำสนิทจนน่าอิจฉา

เมื่อก่อนใครๆ ก็เกลียด “ความดำ” แต่วันนี้ โลกกำลังกลับตาลปัตรแล้ว เพราะความดำกำลังกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนถวิลหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากยิ่ง “ดำสนิท” ได้ก็ยิ่งดี

ว่ากันว่าเคล็ดลับที่ทำให้ OLED TV ได้รับความนิยมมากขึ้นต่อเนื่อง ก็เพราะความดำสนิทที่ยิ่งกว่านี้เอง

ด้วยเทคโนโลยี OLED ซึ่งมีพิกเซลที่สามารถสร้างและควบคุมแสงสว่างได้ด้วยตัวเอง หรือจะเรียกว่า OLED TV สามารถให้กำเนิดแสงด้วยตนเอง (Self-lighting Pixel) ได้ จึงทำให้ภาพที่ออกมาดำสนิทตามแบบฉบับ Perfect Black โดยไม่ต้องพึ่งหลอดไฟ!

ซึ่งข้อดีของการไม่มีหลอดไฟจึงทำให้จอสามารถสร้างความดำได้สนิทแท้จริงและไม่ต้องเผชิญปัญหาอาการแสงรั่วตามขอบจอเวลาที่เปิดใช้หลอดไฟด้านหลังจออยู่ตลอดเวลาที่สำคัญยังให้ภาพคมชัดจากทุกมุมมอง 180 องศา และมีมิติตื้นลึกได้สมจริงมากกว่า LED TV ทั่วไปที่ใช้หลอดไฟในการกำเนิดภาพเสียอีก

ลืมคำว่า “เพี้ยน”เพราะมีแต่สีสันสมจริง

เชื่อว่าหลายคน เวลาจะเลือกซื้อทีวี ต้องเคยไปยืนดูเปรียบเทียบความแตกต่างของสีจอภาพทีวีแต่ละแบรนด์หรือแต่ละรุ่นนับสิบๆ จอ บ่อยครั้งที่เราพบว่าสีจากจอทีวีบางรุ่นนั้นมักให้สีสันสดใสเจิดจ้าในแบบที่เรียกว่า “เกินจริง” ซึ่งพอดูไปนานๆ ก็เริ่มพาลจะปวดกระบอกตามากกว่าจะสบายตา นั่นเพราะสีสันที่ปรากฏบนจอจะถูกเจือปนด้วยแสงของหลอดไฟทำให้สีสันผิดเพี้ยนไปจากต้นฉบับ

แต่หากเลือกได้ เราคงอยากได้ทีวีที่สีสดใสในแบบ “สมจริง” เป็นธรรมชาติมากกว่า ซึ่งด้วยความโดดเด่นของเทคโนโลยี OLED TV ที่ไม่ต้องอาศัยหลอดไฟกำเนิดภาพตัวการทำสีเพี้ยน ด้วยเหตุนี้ OLED TV จึงสามารถแสดงสีสันได้แม่นยำ สมจริง และให้เฉดสีสดใสตามธรรมชาติ (Lifelike Color) แต่ไม่เจิดจ้าตามแบบฉบับ Perfect Color มากกว่าทีวีชนิดอื่น

Smooth as silk เคลื่อนไหวแค่ไหน ก็ไม่สะดุด

อีกหนึ่งปัญหาน่ารำคาญใจที่คนนั่งชมทีวีต้องเผชิญ นั่นคือในช่วงเวลาที่มีภาพเคลื่อนไหวรวดเร็วกลับพบว่าทีวีบางรุ่นนั้นมีจุดอ่อนรื่องภาพเคลื่อนไหว ทั้งมีอาการเบลอ หรือสะดุดไม่ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ได้รับการแก้ไขแล้วใน OLED TV ซึ่งเป็นทีวีที่มีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีความเร็วในการตอบสนองเหนือกว่า LED TV ทั่วไปถึง 1,000 เท่า และสามารถยกระดับความคมชัดของภาพ UHD ได้ถึง 6 ระดับด้วยเทคโนโลยี 4K Upscaler ผู้ใช้งานจึงรับชมภาพเคลื่อนไหวอย่างคมชัด (Clear Motion) โดยที่ไม่ต้องอารมณ์ค้างกับภาพกระตุกเบลอๆ เหมือนทีวีรุ่นเก่าในอดีตอีกต่อไป

บางแนบสนิท ราวกับผลงานศิลปะบนผนังบ้าน

หมดยุคทีวีเทอะทะอย่างแท้จริง เพราะด้วยความชาญฉลาดของเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าของทีวียุคนี้ จึงสามารถพัฒนาสุดยอดทีวีที่มีนวัตกรรมแห่งความบางได้อย่างเยี่ยมยอด เช่นเดียวกับ OLED TVเมื่อไม่ต้องใช้หลอดไฟการกำเนิดภาพทีวี จึงทำให้เทคโนโลยีล่าสุดนี้ได้รับการออกแบบหน้าจอแบบ Blade Slim ที่มีความบางเฉียบเสมือนไร้ขอบ สิ่งที่ดีงามตามมาก็คือ “ยิ่งบางก็ยิ่งสวย” เดี๋ยวนี้ทีวีจึงสามารถกลายเป็นเสมือนเฟอร์นิเจอร์ประดับบ้านดีๆ ชิ้นหนึ่ง ยิ่งหากลองแขวนทีวีไว้กับฝาผนัง ก็แทบไม่ต่างจากกรอบภาพงานศิลปะที่เคลื่อนไหวได้

เมื่อได้ทราบประสิทธิภาพการแสดงผลภาพที่ล้ำสมัยของหน้าจอ OLED ที่กล่าวไปทั้งหมดนี้แล้ว หลายคนคงสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นสำหรับการเลือกซื้อทีวีเครื่องใหม่ครั้งต่อไปของคุณ ซึ่งด้วยเทคโนโลยี OLED น่าจะเป็นอีกทางเลือกดีที่สุดในวันนี้ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนชื่นชอบการดูหนังด้วยภาพที่มีคุณภาพเทียบเท่าโรงภาพยนตร์ชั้นนำได้อย่างเสมือนจริงที่สุด

เพราะงานนี้ การันตีเคล็ดไม่ลับโดยแอลจี ผู้นำและผู้ริเริ่มตลาด OLED TV ในประเทศไทยที่ครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในปีที่ผ่านมานั่นเอง

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

User Name: Marketing Oops!

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ 7 = sixteen

Recent Posts

Facebook