ส่อง 3 โรงเรียนตัวเต็งแชมป์ MasterChef Junior Thailand Season 2

  • 804
  •  
  •  
  •  
  •  

ท่ามกลางรายการแข่งขันทำอาหารที่มีอยู่มากมาย “MasterChef Junior Thailand” เป็นรายการอาหารที่มาแรงแซงโค้ง และขึ้นแท่นรายการที่ครองเรตติ้งสูงสุดในวันอาทิตย์ช่วงเย็น โดยในซีซั่น 2 ยังคงคอนเซปต์รูปแบบรายการ Reality Show ที่นำเด็กอายุ 8-13 ปี มาแข่งขันเพื่อหาสุดยอดแชมป์ของประเทศไทย ซึ่งมีน้องๆ จากทั่วประเทศสมัครเข้ามามากกว่า 2,000 คน

นับตั้งแต่ Episode แรกที่ออนแอร์ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทางรายการได้คัดผู้เข้าแข่งขันลงเรื่อยๆจนเหลือ 3 คนสุดท้ายที่จะต้องชิงในรอบไฟนอลในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ นั่นคือ น้องคีตา น้องวี และน้องแมนต้า 

นอกจากพรสวรรค์และความสามารถส่วนตัวของน้องๆแล้ว โรงเรียนก็ถือว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างนึงที่มีส่วนบ่มเพาะ สนับสนุน และส่งเสริมทักษะต่างๆไม่ว่าจะเป็นด้านความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นผู้นำ และความสามารถในการแก้ไขปัญหาต่างๆเฉพาะหน้า ซึ่งโรงเรียนของน้องๆสามคนนี้ก็ถือว่าต่างเป็นสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงระดับแถวหน้าของประเทศไทย ไปทำความรู้จักโรงเรียนของน้องๆ กันค่ะ

น้องคีตา สาวน้อยอินดี้ ไอเดียสุดสร้างสรรค์ จากโรงเรียนนานาชาติบางกอกเพรพ (Bangkok Prep)

เริ่มจากคนแรก น้องคีตา คีตกานท์ สาวน้อยวัย 12 ปี ผู้มีพรสวรรค์ด้านการทำอาหาร และการมองโลกในด้านบวกอยู่เสมอ ทำให้มีแฟนคลับทางบ้านเทใจให้มากมาย นอกจากเก่งเรื่องการทำอาหารแล้ว น้องคีตายังสนใจการร้องเพลง ถ่ายรูป เต้นรำ และเป็นนักกิจกรรมตัวยงของโรงเรียนโดยที่ผ่านมาเคยไปออดิชั่น และได้ร่วมแสดงในโปรดักชั่นละคร Broadway ของโรงเรียนมาแล้ว

ปัจจุบันสาวน้อยรายนี้ศึกษาอยู่ที่ โรงเรียนนานาชาติ Bangkok Prep ก่อตั้งเมื่อปี พศ 2546 เดิมทีเป็นโรงเรียนนานาชาติระดับประถมเพื่อรองรับบุตรหลานชาวต่างชาติในละแวกสุขุมวิท และต่อมาได้มีการเติบโตและขยายจนถึงจบชั้นมัธยม ปัจจุบันแบ่งเป็น 2 วิทยาเขตประถมตั้งอยู่ที่ซอยไปดีมาดี ทองหล่อ และวิทยาเขตมัธยมอยู่ที่สุขุมวิท77

จากวิสัยทัศน์ของโรงเรียน “To be an outstanding learning community that is internationally-minded, inspiring all members to achieve their potential.” ที่ต้องการเสริมศักยภาพของนักเรียนทุกคนให้ถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นด้านใดก็ตาม โดยโรงเรียนได้สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการเรียนรู้ที่เป็นเลิศในทุกๆ ด้าน เพื่อให้นักเรียนมีแรงบันดาลใจเพื่อค้นหาความถนัดและทักษะของตัวเอง ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม

โรงเรียนนานาชาติ Bangkok Prep ยังให้ความสำคัญกับการเรียนอย่างมีความสุข และการเติบโตเป็นคนที่ สมบูรณ์แบบผ่าน Life Values 11 ข้อ อาทิ ความซื่อสัตย์ เข้าอกเข้าใจผู้อื่น รู้จักแก้ไขปัญหา นอกจากความโดดเด่นด้านวิชาการซึ่งเป็นไปตามหลักสูตรการศึกษาแห่งชาติของอังกฤษแล้ว ยังให้ความสำคัญด้านดนตรี กีฬา ศิลปะ การเป็นผู้นำ การเตรียมพร้อมสำหรับมหาวิทยาลัย รวมถึงการการทำกิจกรรมเพื่อสังคม สร้างจิตสำนึกให้นักเรียนเป็น Responsible Citizen ผ่านโครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่สำคัญเด็กยังมีส่วนร่วมในทุกกิจกรรม และผลลัพธ์สุดท้ายที่เด็กได้รับคือ การเติบโตไปเป็นคนดีมีคุณภาพ และมีความรับผิดชอบต่อสังคมรอบตัว

น้องวี น้องเล็กเทคนิคล้ำ จากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม

คนที่สอง น้องวี วีรวิน หนุ่มน้อยวัย 9 ขวบ เจ้าของวลี ‘อายุไม่ใช่ตัวเลข’ ที่มาพร้อมกับความสามารถคับแก้วและท่ายักคิ้วอันเป็นเอกลักษณ์ เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้ รู้ไหมว่าน้องวีเป็นกัปตันทีมฟุตบอล  และยังได้รับโล่นักกีฬาเสียสละ รวมถึงเกียรติบัตรนักกีฬาที่ทำชื่อเสียงให้โรงเรียน

ปัจจุบันน้องวีศึกษาอยู่ที่ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม ที่จัดตั้งโดยคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2501 โดยศาสตราจารย์ท่านผู้หญิงพูนทรัพย์ นพวงศ์ ณ อยุธยา เพื่อให้เป็นสถานฝึกปฏิบัติ การทางการศึกษาและเป็นสถานที่ฝึกการปฏิบัติงานครูของคณะครุศาสตร์ก่อนที่นิสิตจะจบการศึกษา ปัจจุบันแบ่งเป็น 2 ฝ่ายคือ ฝ่ายประถมและฝ่ายมัธยม

โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ เคยได้รับรางวัลสถานศึกษารางวัลพระราชทานมาแล้วหลายปี มีเอกลักษณ์เด่นเรื่องความรู้วิชาการในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ในหลักสูตรที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เรียนรู้เรื่องวิชาการผสมผสานกับความสนุกสนาน ทางโรงเรียนได้ส่งเสริมให้นักเรียนมีอิสระทางความคิด เรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเอง เรียนรู้ที่จะล้มเหลว เพื่อที่จะประสบความสำเร็จในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของโรงเรียนที่ว่า “เป็นสถาบันการศึกษามาตรฐานสากล มุ่งพัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรม และงานบริการ เพื่อเพิ่มพูนศักยภาพของนักเรียน อาจารย์ และบุคลากรให้ก้าวไกลสู่สังคมโลก และเป็นแหล่งเรียนรู้อ้างอิงในด้านการจัดการศึกษาที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง”

ไม่เพียงแต่ความรู้ด้านวิชาการเท่านั้น โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ยังเป็นโรงเรียนแห่งนวัตกรรม ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ทดลอง และสร้างสรรค์สิ่งผลิตนวัตกรรมที่ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ทำให้นักเรียนได้รู้จักกระบวนการคิด รู้จักการคิดวิเคราะห์ การวางแผน การทำงานเป็นทีม ซึ่งจะส่งผลดีเมื่อนักเรียนต้องก้าวออกจากรั้วโรงเรียน และดำเนินชีวิตในสังคมต่อไป

เมื่อเทียบอายุของผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด น้องวีถือว่าอยู่ในกลุ่มน้องเล็ก แต่ไม่ต้องห่วงว่าน้องจะสู้พี่ๆ คนอื่นไม่ได้ แม้จะมีอายุเพียงแค่ 9 ขวบ แต่น้องวีก็สามารถบริหารจัดการทีมได้อย่างลงตัว แสดงความเป็นผู้นำจนพาทีมชนะภารกิจได้ เรียกเสียงคะแนนไม่น้อยจากผู้ชมทางบ้าน

น้องแมนต้า พี่ใหญ่ของรายการ จากโรงเรียนบางกอกพัฒนา

มาถึงคนสุดท้าย น้องแมนต้า พริมา สาวน้อยวัย 12 ปี พี่ใหญ่ในรายการที่มาพร้อมกับพรสวรรค์ด้านการทำอาหารอย่างเต็มเปี่ยมและความพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่อง ตอนนี้น้องแมนต้ากำลังศึกษาอยู่ที่ โรงเรียนบางกอกพัฒนา ก่อตั้งในปี พ.ศ.2500 โดยแรกเริ่มนั้นมีจุดประสงค์เพื่อสอนหนังสือให้แก่บุตรหลานเจ้าหน้าที่สถานทูตจากสหราชอาณาจักรที่มาอาศัยอยู่ในประเทศไทย ปัจจุบันตั้งอยู่ในซอยลาซาล เขตบางนา โดยเปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับมัธยม ปัจจุบันเปิดสอนมามากกว่า 60 ปี และใช้หลักสูตรของอังกฤษ โดยให้ความสำคัญทั้งเรื่องวิชาการ ศิลปะ และกีฬา หลายคนอาจไม่รู้ว่า น้องแมนต้าเป็นสายนักกีฬาตัวจริง ชอบยิงธนูและดำน้ำไม่แพ้การทำอาหารเลยทีเดียว

แนวคิดการดำเนินงานของโรงเรียนบางกอกพัฒนาให้ความสำคัญกับทุกจุด ไม่มองข้ามสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เพื่อบ่มเพาะให้นักเรียนเติบโตเป็นพลเมืองที่ดี มีความรับผิดชอบ รู้จักจัดการตัวเอง แม้จะเป็นโรงเรียนนานาชาติ แต่ก็ให้ความสำคัญกับความเป็นไทย วัฒนธรรมไทย ส่งเสริมให้นักเรียนมีสัมมาคารวะและอ่อนน้อมถ่อมตนภายใต้การดำเนินงานของโรงเรียนเป็นไปตามวิสัยทัศน์ที่ว่า “We develop global citizens who shape their world through independence, empathy, creativity and critical thinking.” ที่ต้องการให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีความเป็นพลเมืองโลกที่มีคุณภาพ เห็นอกเห็นใจผู้อื่น เข้าใจวัฒนธรรมที่แตกต่าง มีความคิดสร้างสรรค์ และรู้จักคิดเชิงวิเคราะห์

สำหรับหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียน เป็นหลักสูตรแบบอังกฤษและเวลส์ เน้นให้เด็กทำกิจกรรมเป็นกลุ่ม มีการเรียนรู้นอกชั้นเรียน เรียนรู้ในสถานที่จริง ตลอดจนจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่หลากหลาย เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะ ความรู้ โดยตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งแวดล้อมและสังคม

จากที่ได้กล่าวมา สิ่งที่คล้ายคลึงกันของทั้งสามโรงเรียนนั่นคือ การเรียนอย่างมีความสุข การให้ความสำคัญที่ไม่ใช่เพียงแต่ว่าต้องเก่งในตำราอย่างเดียว การสอนให้นักเรียนรู้จักคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา เปิดโอกาสให้เด็กแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ เปรียบกับเกมส์รายการ MasterChef Junior ที่พรสวรรค์อย่างเดียวอาจไม่พอ แต่ยังต้องใช้ทักษะเหล่านี้ที่ได้บ่มเพาะมา และสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดในการแข่งขันคือ การความสามารถในการฟื้นตัว เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่กดดัน ตึงเครียด หรือ ผิดหวัง โดยมีทัศนคติที่เป็นบวกที่จะฟื้นตัวฟื้นใจกลับมาได้ (Resilience) ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือกุญแจสู่ความสำเร็จในโลกยุคศตวรรษที่ 21 ที่แท้จริง

ขอแสดงความยินดีกับน้องๆทั้งสามที่ผ่านมาถึงจุดนี้ได้ และขอให้โชคดีในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ค่ะ

มาร่วมลุ้นและติดตาม MasterChef Junior Thailand Season 2 รอบชิงชนะเลิศได้ในวันที่ 15 ธันวาคม 2562


  • 804
  •  
  •  
  •  
  •