ถ้าอยากปั้นแบรนด์ให้ปัง! เช็ค 10 เรื่อง(ไม่)ลับ ที่คนทำธุรกิจอาจมองข้าม ในยุคดิจิทัลแข่งเดือด

  • 100
  •  
  •  
  •  
  •  

เทคนิคการสร้างแบรนด์

แน่นอนว่าคนทำธุรกิจล้วนมีเป้าหมายคล้ายกัน นั่นคือ “ประสบความสำเร็จ” และสามารถ “สร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำ” ในใจผู้บริโภค แต่ท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือดในยุคนี้ ไม่ว่าจะทั้งแบรนด์ที่คุ้นหน้าคุ้นตาหรือแบรนด์ใหม่ที่ต้องแข่งขันกัน ล้วนไม่ใช่เรื่องง่ายที่แบรนด์จะแย่งชิงลูกค้ามาได้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก…เพียงแต่จำเป็นต้อง “มีเทคนิค” เพื่อเป็นกลยุทธ์ในการเอาชนะใจลูกค้า

เริ่มต้นจาก “10 เทคนิคมัดใจลูกค้า” เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปปรับใช้ ดึงดูดลูกค้า และปรับตัวให้เข้ากับการแข่งขันในยุคดิจิทัล เช่นนี้…

เข้าใจและรู้จักตัวตนของลูกค้า

ในสมัยนี้หลาย ๆ แบรนด์เน้นการแข่งขันกันที่แผนการตลาด ยิ่งแปลกใหม่เท่าไหร่ยิ่งดี จนบางครั้งอาจทำให้มองข้ามความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าไป ดังนั้นก่อนจะทำแผนการตลาดทางแบรนด์ควรต้องไปศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคให้ดีซะก่อน เพราะการทำความเข้าใจลูกค้าเป็นขั้นตอนแรกที่คุณควรทำ เพื่อที่จะแก้ไขและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด 

สร้างบุคลิกให้แบรนด์

สร้างบุคลิกให้แบรนด์

ตราบใดที่แบรนด์แข็งแรง…ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ธุรกิจของคุณก็ยังคงอยู่ ดังนั้นการสร้างภาพจำให้แบรนด์จึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก คุณต้องสร้างบุคลิกภาพให้แบรนด์เพื่อให้ผู้คนจดจำ เช่น Lyn Around กับแบรนด์ที่มีบุคลิกเป็นผู้หญิง สดใส, MUJI ที่สะท้อนภาพคนเรียบร้อย หรือ Apple แบรนด์เทคโนโลยีล้ำนำเทรนด์ ซึ่งการสร้างภาพจำนั้นสามารถทำได้ตั้งแต่การตั้งชื่อแบรนด์ เลือกสี ไปจนถึงการออกแบบแพ็กเกจจิ้งให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้ภาพจำของแบรนด์แข็งแรง โดดเด่นท่ามกลางสินค้าประเภทเดียวกัน

สร้าง Story ให้แบรนด์

เรื่องราวที่น่าสนใจจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้สินค้าหรือธุรกิจของคุณได้ ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้ลูกค้าไม่ได้ซื้อสินค้าเพราะสินค้ามีคุณภาพเพียงอย่างเดียว แต่ซื้อเพราะเรื่องราวของแบรนด์ ว่ามีประวัติความเป็นมาน่าสนใจ หรือยิ่งใหญ่ แปลกใหม่แค่ไหน ถ้าสังเกตให้ดีคุณจะพบว่าแบรนดังใหญ่ๆ ระดับโลกล้วนมีเรื่องเล่า มีประวัติที่น่าสนใจทั้งนั้น เช่น Louis Vuitton, Apple, Facebook เป็นต้น

สร้างความรู้สึกคุ้มค่า

ลูกค้าจะจ่ายเงินซื้อของกับสิ่งที่จะทำให้เขารู้สึกคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป! โดยสินค้าและบริการเหล่านั้นอาจมีวิธีการนำเสนอที่แตกต่างกัน อยู่ที่ว่าคุณขายอะไร ถ้าคุณขายสินค้าที่ต้องใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ รูปภาพต้องสวย วิดีโอต้องดี แต่ถ้าคุณขายสินค้าที่ต้องใช้เหตุผลในการตัดสินใจ เวลาสื่อสารต้องให้รายละเอียดที่ครบครัน เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความรู้สึกเชื่อถือและคุ้มค่าแก่การซื้อ

สร้าง Story ให้แบรนด์

รวบรวม Big Data ตั้งแต่เริ่มสร้างแบรนด์

การเก็บรวบรวม Big Data นั้นสำคัญมาก เพราะต้นทุนการรักษาลูกค้าเก่านั้นถูกกว่าการหาลูกค้าใหม่ เช่น การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด หรือการเอาใจใส่ลูกค้าในการอวยพรวันเกิด เป็นต้น ที่สำคัญคุณสามารถนำข้อมูลหรือ Big Data ของลูกค้าไปต่อยอดได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค วิเคราะห์แนวโน้มและสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ในหลายมิติ ทำให้มองเห็นโอกาสที่มากกว่า เพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน

ตามเทคโนโลยีดิจิทัลให้ทัน!

การที่คุณมีธุรกิจหรือขายอะไรสักอย่าง คุณต้องรู้เท่านั้นยุคสมัยหรือมีความรู้เรื่องเทคโนโลยีด้วย อย่างตอนนี้เราเข้าสู่ยุคดิจิทัลแบบเต็มตัว เพื่อให้การสื่อสารแบรนด์เป็นไปอย่างตรงจุด คุณจำเป็นต้องมีช่องทางออนไลน์เพื่อติดต่อลูกค้า หรือเป็นช่องทางขายสินค้าด้วย เพราะทุกวันนี้ทุกคนสื่อสารกันผ่านโซเชียลมีเดีย ดังนั้นหากคุณอยากให้ธุรกิจไปได้รอดในยุค 4.0 นี้ จึงไม่มีข้ออ้างที่คุณขายสินค้าโดยวิธีออฟไลน์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป นอกจากนี้คุณต้องมีความรู้ ความเข้าใจขั้นพื้นฐานของการทำคอนเทนท์ หรือ กราฟิกดีไซน์ เพราะสองสิ่งนี้จะช่วยสร้างเอกลักษณ์ ให้คนจดจำ และสร้างเครือข่ายระหว่างแบรนด์ของคุณกับผู้บริโภคได้อีกด้วย

อย่าปล่อยให้ลูกค้ารอนาน

ปัจจุบัน “ความเร็ว” และการ “ตอบกลับแบบทันทีทันใด” จะทำให้ลูกค้ารู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะใครที่ทำธุรกิจออนไลน์ ความเร็วในการตอบกลับความคิดเห็นหรือข้อความของลูกค้านั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะหากคุณปล่อยให้ลูกค้ารอนาน โอกาสในการขายของคุณก็จะลดลงไปด้วย เพราะลูกค้ามีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนใจไปซื้อร้านอื่นที่ตอบไวกว่านั่นเอง

เข้าใจและรู้จักตัวตนของลูกค้า

รับฟังเสียงของลูกค้า

เมื่อรับฟังข้อแนะนำหรือการตำหนิจากลูกค้า แบรนด์ควรรีบนำมาปรับปรุงและแก้ไข แม้จะมีคำตำหนิจากลูกค้าเพียงคนเดียว ก็อาจจะทำให้ลูกค้าคนอื่นรู้สึกไม่ดีต่อแบรนด์ไปด้วย อย่ามองข้ามปัญหาของลูกค้าว่าเป็นเพียงปัญหาเล็ก ๆ เมื่อได้รับข้อเสนอแนะหรือข้อตำหนิจากลูกค้าแล้วก็ควรรีบปรับปรุงทันที เพื่อให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจและไว้วางใจแบรนด์มากขึ้น 

ประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า คือสิ่งสำคัญ

การทำธุรกิจหรือแม้กระทั่งการสร้างแบรนด์ การสื่อสารและการสร้างประสบการณ์ที่ดีระหว่างคุณกับลูกค้า เป็นสิ่งสำคัญเพราะการตัดสินใจว่าแบรนด์นั้นน่าสนใจ หรือเลือกสินค้าแบรนด์นั้นๆ อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับเหตุผลหรืออารมณ์ของลูกค้าเพียงอย่างเดียว ยกตัวอย่างกรณีของ Zappos แบรนด์ขายรองเท้าออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีลูกค้าขอคืนรองเท้าแต่เลยกำหนดเวลาเพราะคุณแม่เสียชีวิต ทาง Zappos จึงส่งรองเท้าคู่ใหม่ไปให้ถึงบ้านแบบฟรี ๆ พร้อมทั้งส่งโน้ตและดอกไม้เพื่อแสดงความเสียใจอีกด้วย สิ่งที่ Zappos ทำแสดงให้เห็นว่าแบรนด์ของเขาเป็นมากกว่าร้านขายรองเท้า แต่ยังเป็นเหมือนเพื่อน คนใกล้ชิด ที่เคียงข้างลูกค้าทุกเวลา

จริงใจต่อลูกค้าดีที่สุด

คงไม่แปลกที่ใคร ๆ ก็ชอบคนจริงใจ ลูกค้าก็เช่นกัน! อาจเป็นเรื่องแปลกที่จะบอกว่า…ให้ยอมรับกับลูกค้าตรง ๆ หรือบอกข้อมูลที่เป็นจริงแก่ลูกค้าเมื่อมีข้อผิดพลาด เรื่องนี้หลายคนอาจมองว่าจะทำให้ดูไม่ดีในสายตาลูกค้า แต่เชื่อเถอะการทำเช่นนี้จะทำให้ลูกค้าไว้วางใจและเข้าถึงแบรนด์คุณได้มากขึ้น ดังนั้นแบรนด์ไหนที่จริงใจ เปิดเผยข้อมูลแบบไม่กั๊กจะทำให้ได้ใจลูกค้ายังไม่พอ ยังได้ความประทับใจที่จะถูกส่งต่อไปยังคนใกล้ชิดของลูกค้าเหล่านั้นทั้งแบบปากต่อปาก หรือผ่านโซเชียลมีเดีย จนทำให้แบรนด์ของคุณถูกรู้จักเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

รับฟังเสียงของลูกค้า

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้เป็นคำแนะนำจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (สถาบัน NEA) ซึ่งได้จัดกิจกรรม “เทคนิคทางรอด SMEs ไทย ปรับตัวอย่างไรในยุค 4.0” ภายใต้หลักสูตร E-Commerce week by NEA กิจกรรมส่งเสริมความรู้เชิงลึกในการประกอบธุรกิจจากผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ตรง ในการเตรียมความพร้อมและพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันทั้งภายในและระหว่างประเทศภายใต้เศรษฐกิจยุคใหม่


  • 100
  •  
  •  
  •  
  •  
Top