Texica เป้าหมาย ‘Perfect 20 – Italian Wine Journey’ ฉลอง 16 ปี นำเข้าไวน์พรีเมียมครบ 20 แคว้นอิตาลี พร้อมส่งต่อเสน่ห์ Italian Art of Living สู่คนไทย


Texica จากเป้าหมายที่วางไว้ตั้งแต่วันแรก สู่ ‘Perfect 20 – Italian Wine Journey’ ฉลอง 16 ปี นำเข้าไวน์พรีเมียมครบ 20 แคว้นอิตาลี พร้อมส่งต่อเสน่ห์ Italian Art of Living สู่คนไทย

Texica ผู้นำเข้าไวน์และสินค้าพรีเมียม ฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญในโอกาสครบรอบ 16 ปีของการดำเนินธุรกิจ ผ่านการจัดงาน ‘Perfect 20 – Italian Wine Journey’ งานชิมไวน์อิตาลีที่รวบรวมไวน์คุณภาพกว่า 100 ฉลาก จากผู้ผลิตที่ครอบคลุมครบทั้ง 20 แคว้นของประเทศอิตาลีไว้ในงานเดียว นับเป็นหมุดหมายสำคัญของ Texica ในการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่วันแรกของการดำเนินธุรกิจ พร้อมเดินหน้าถ่ายทอดความหลากหลายและเสน่ห์ของไวน์อิตาลีสู่ตลาดไทยอย่างต่อเนื่อง

จากบทวิเคราะห์ของ LH Bank Business Research พบว่า ตลาดไวน์ไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากหลายปัจจัย ทั้งการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตไวน์ที่มีผลตั้งแต่ปี 2567 การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และพฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสนใจไวน์มากขึ้น ขณะเดียวกัน ในปี 2569 กระทรวงการคลังได้ปรับหลักเกณฑ์การนำเข้า โดยยกเว้นข้อกำหนดการมีตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว หรือ Sole Agent สำหรับไวน์และสปาร์กลิงไวน์ที่ทำจากองุ่น เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการมากกว่าหนึ่งรายสามารถนำเข้าสินค้าแบรนด์เดียวกันได้

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดไวน์ไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากกรมศุลกากรระบุว่า ในปี 2568 ประเทศไทยนำเข้าไวน์และสปาร์กลิงไวน์รวม 20.2 ล้านลิตร มูลค่า 4,720 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 290 ล้านบาท หรือ 6.5% จากปีก่อน โดยมีแหล่งนำเข้าหลัก 3 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย และอิตาลี ตามลำดับ ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยนไป โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ในเขตเมืองที่ให้ความสนใจไวน์ในฐานะเครื่องดื่มที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ การสังสรรค์ และการรับประทานอาหารมากขึ้น

ท่ามกลางการเติบโตของตลาดไวน์ไทย และการที่อิตาลีเป็นหนึ่งในแหล่งนำเข้าไวน์หลักของประเทศ จึงเปิดโอกาสให้ไวน์อิตาลีเข้ามามีบทบาทในตลาดไทยมากขึ้น โดย Texica มุ่งเน้นการนำเข้าไวน์จากอิตาลีมาตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจ และใช้เวลากว่า 16 ปีในการรวบรวมไวน์ให้ครอบคลุมครบทั้ง 20 แคว้น จนเกิดเป็นงาน Perfect 20

นายอนุสร โลหะพันธกิจ ผู้ก่อตั้ง Texica กล่าวว่า “การจัดงาน Perfect 20 – Italian Wine Journey สะท้อนถึงการเติบโตและความสำเร็จของ Texica ในสิ่งที่เราตั้งเป้าไว้ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำธุรกิจว่า เราอยากทำไวน์อิตาลีอย่างจริงจัง และอยากมีไวน์อิตาลีให้ครบทั้ง 20 แคว้น เราใช้เวลาเดินทางยาวนานถึง 16 ปี โดยยึดมั่นในปณิธานเดิมไม่เคยเปลี่ยน จนกระทั่งสามารถทำให้เป้าหมายนี้กลายเป็นจริงได้สำเร็จในวันนี้”

เส้นทางสู่ความเชี่ยวชาญด้านไวน์อิตาลีของ Texica มีจุดเริ่มต้นจากความหลงใหลของนายอนุสร ซึ่งมีโอกาสเดินทางไปประเทศอิตาลีอยู่บ่อยครั้ง และได้สัมผัสถึงเสน่ห์ ความสนุก และความหลากหลายของไวน์จากแต่ละพื้นที่ ขณะเดียวกัน ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ ผู้บริโภคชาวไทยยังคุ้นเคยกับอิตาลีผ่านสินค้าแฟชั่นและรถยนต์เป็นหลัก ส่วนตลาดไวน์อิตาลีในไทยยังมีตัวเลือกไม่มากนัก

แม้ผู้ขายหลายรายในเวลานั้นจะมองว่า ความหลากหลายของสายพันธุ์องุ่นและแหล่งผลิตต่าง ๆ ในอิตาลีเป็นความซับซ้อนที่ทำให้ไวน์ขายยาก แต่ Texica กลับมองเห็นโอกาสจากความหลากหลายดังกล่าว เพราะจากประสบการณ์ของบริษัท นักดื่มไวน์มักเปิดรับการเปลี่ยนสไตล์ เปลี่ยนแหล่งผลิต หรือทดลองสายพันธุ์องุ่นใหม่ ๆ ความหลากหลายของไวน์อิตาลีจึงทำให้ Texica มีตัวเลือกในการนำเสนอประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง

ความหลากหลายของไวน์จากแต่ละแคว้นยังถ่ายทอดแนวคิด Italian Art of Living ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตและคาแรกเตอร์ของคนอิตาเลียนที่ผูกพันกับถิ่นฐานบ้านเกิด ให้คุณค่ากับภูมิปัญญาและวัฒนธรรมที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมรักษาเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นเอาไว้

Texica จึงเลือกเน้นทำงานร่วมกับไร่ไวน์ขนาดเล็กแบบธุรกิจครอบครัว (Family-owned Winery) และ Boutique Winery ซึ่งสามารถให้ความสำคัญกับรายละเอียดในการผลิตได้ดีกว่า เปรียบได้กับเชฟที่ปรุงอาหารทีละจานและสามารถดูแลรายละเอียดของแต่ละจานได้อย่างใกล้ชิด โดยบริษัทให้ความสำคัญกับผู้ผลิตที่มีแนวทางชัดเจนและสามารถถ่ายทอดลักษณะเฉพาะของพื้นที่ผ่านไวน์ของตนเอง

ขณะเดียวกัน Texica ยังให้ความสำคัญกับการศึกษาแหล่งผลิตอย่างลึกซึ้ง เพื่อคัดเลือกไวน์ที่สามารถถ่ายทอดลักษณะเฉพาะของสภาพแวดล้อมแต่ละแห่ง หรือ Terroir โดยให้น้ำหนักกับเอกลักษณ์ของไวน์และแหล่งกำเนิด มากกว่าการเลือกจากความชอบส่วนตัวเพียงอย่างเดียว

จากการคัดเลือกไวน์ให้ครอบคลุมทั้ง 20 แคว้น ทำให้ Texica สามารถถ่ายทอดความหลากหลายของอิตาลีผ่านไวน์ที่สะท้อนทั้งพันธุ์องุ่น ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และวัฒนธรรมการผลิตของแต่ละท้องถิ่น โดยมีตัวอย่างที่แสดงให้เห็นแนวคิดดังกล่าวได้อย่างชัดเจน ได้แก่

 

Piemonte — เมื่อรายละเอียดของพื้นที่สร้างบุคลิกที่ต่างกัน

Piemonte ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิตาลี เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างองุ่นกับแหล่งกำเนิดได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะ Nebbiolo องุ่นสำคัญที่อยู่เบื้องหลังทั้ง Barolo และ Barbaresco ซึ่งตามข้อกำหนดผลิตจาก Nebbiolo 100% เช่นเดียวกัน แต่ด้วยพื้นที่ผลิต สภาพแวดล้อม และข้อกำหนดด้านการบ่มที่แตกต่างกัน ทำให้ไวน์ทั้งสองสามารถแสดงบุคลิก โครงสร้าง และพัฒนาการเมื่อบ่มในแบบของตัวเอง

เสน่ห์ของ Piemonte ยังไม่ได้จำกัดอยู่เพียง Nebbiolo เพราะแคว้นนี้มีทั้ง Barbera และองุ่นท้องถิ่นอีกหลากหลายสายพันธุ์ ทำให้การเดินทางจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง หรือการเปลี่ยนพันธุ์องุ่น สามารถเปิดให้เห็นบุคลิกของไวน์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน สำหรับ Texica ความน่าสนใจของ Piemonte จึงไม่ได้อยู่เพียงชื่อเสียงของ Barolo หรือ Barbaresco แต่คือการได้ลงลึกไปถึงรายละเอียดของแต่ละพื้นที่ และค้นหาไวน์ที่สามารถถ่ายทอดเอกลักษณ์ของแหล่งกำเนิดออกมาได้

POCK

Tuscany — Sangiovese องุ่นหนึ่งสายพันธุ์ที่เล่าเรื่องได้หลายแบบ

Tuscany หรือ Toscana เป็นอีกหนึ่งแคว้นที่แสดงให้เห็นว่า การรู้ชื่อพันธุ์องุ่นเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะเข้าใจไวน์ เพราะแม้ Sangiovese จะเป็นองุ่นสำคัญของพื้นที่ แต่เมื่อเติบโตในแหล่งกำเนิดที่ต่างกัน ก็สามารถถ่ายทอดตัวตนของไวน์ออกมาได้หลากหลายรูปแบบ

ใน Chianti Classico พื้นที่ประวัติศาสตร์ระหว่าง Florence และ Siena ไวน์ประเภท Annata และ Riserva ต้องมี Sangiovese อย่างน้อย 80% และสามารถผลิตจาก Sangiovese 100% ได้ ภายในพื้นที่ยังมีความหลากหลายทั้งด้านระดับความสูง ลักษณะของดิน และสภาพแวดล้อมของไร่องุ่น จนนำไปสู่การกำหนดพื้นที่ย่อย Unità Geografiche Aggiuntive หรือ UGA จำนวน 11 แห่ง เพื่อสื่อสารแหล่งกำเนิดให้ละเอียดมากขึ้น โดยปัจจุบันสามารถใช้ชื่อ UGA บนฉลากไวน์ประเภท Gran Selezione ตามข้อกำหนดของ Chianti Classico

 

Sicily — เกาะเดียวที่รวมโลกของไวน์ไว้หลากหลายรูปแบบ

Sicily ทางตอนใต้ของอิตาลีสะท้อนความหลากหลายในอีกมิติหนึ่ง เพราะภายในเกาะเดียวมีทั้งพื้นที่ชายฝั่ง ที่ราบ พื้นที่สูง และภูเขาไฟ ประกอบกับพันธุ์องุ่นท้องถิ่นจำนวนมาก ตั้งแต่ Nero d’Avola หนึ่งในองุ่นแดงสำคัญของ Sicily ไปจนถึง Grillo องุ่นขาวที่มีบทบาทมายาวนานในวัฒนธรรมไวน์ของเกาะ

หนึ่งในพื้นที่ที่แสดงตัวตนของ Sicily ได้อย่างโดดเด่นคือ Etna บริเวณภูเขาไฟทางตะวันออกของเกาะ ซึ่งมีทั้งดินภูเขาไฟ ระดับความสูง และทิศทางของลาดเขาที่หลากหลาย ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ไร่องุ่นในแต่ละบริเวณสามารถให้ไวน์ที่มีบุคลิกเฉพาะของตัวเอง แม้จะอยู่บนภูเขาลูกเดียวกัน

POCK

ความแตกต่างของ Piemonte, Tuscany และ Sicily สะท้อนแนวทางการคัดเลือกไวน์ของ Texica ที่ไม่ได้พิจารณาเพียงชื่อเสียงของแหล่งผลิตหรือพันธุ์องุ่น แต่ให้ความสำคัญกับ เอกลักษณ์ของพื้นที่และความสามารถของไวน์ในการถ่ายทอดเรื่องราวของแหล่งกำเนิด เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสความหลากหลายของอิตาลีในมิติที่ลึกกว่าการรู้จักไวน์เพียงชื่อหรือแคว้นที่ผลิต

นอกจากการคัดสรรไวน์จากแหล่งผลิตที่มีเอกลักษณ์แล้ว Texica ยังให้ความสำคัญกับการรักษาคุณภาพระหว่างการขนส่ง ด้วยการใช้ระบบ Cold Chain Logistics โดยควบคุมอุณหภูมิในกระบวนการขนส่งและจัดเก็บ ตั้งแต่การรับไวน์จากไร่ในอิตาลี การขนส่งเข้าสู่คลังสินค้า ไปจนถึงการส่งมอบให้ลูกค้าในประเทศไทย แม้ว่ากระบวนการดังกล่าวจะมีต้นทุนสูงกว่าการขนส่งด้วยระบบทั่วไป

นายอนุสร กล่าวเสริมว่า “กว่าจะได้ไวน์คุณภาพดีหนึ่งขวด ผู้ผลิตต้องใช้ทั้งเวลา ความรู้ และความทุ่มเท ตั้งแต่การดูแลดิน การตัดแต่งกิ่ง การดูแลผลองุ่นตลอดฤดูกาล ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว และสำหรับไวน์บางประเภท ยังต้องใช้เวลาบ่มต่ออีกหลายเดือนหรือหลายปี ดังนั้น การลดต้นทุนด้วยการเลือกใช้ระบบขนส่งที่ไม่มีการควบคุมอุณหภูมิ อาจส่งผลต่อคุณภาพของไวน์และทำให้ความทุ่มเทของผู้ผลิตสูญเปล่า Texica จึงเลือกลงทุนกับการควบคุมอุณหภูมิตลอดเส้นทาง ควบคู่กับการเดินทางไปคัดสรรไวน์จากพื้นที่จริงด้วยตนเอง เพื่อรักษาคุณภาพของไวน์ให้ใกล้เคียงกับต้นทางมากที่สุด”

ด้วยความเชี่ยวชาญด้านไวน์อิตาลีและความใส่ใจในคุณภาพ Texica จึงเติบโตจากจุดเริ่มต้นที่มุ่งเจาะกลุ่มร้านอาหารอิตาเลียนและร้านอาหารระดับ Fine Dining ในกรุงเทพฯ โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากเจ้าของร้านชาวอิตาเลียนที่ต้องการไวน์จากพื้นที่บ้านเกิด ก่อนจะขยายฐานลูกค้าไปยังร้านอาหารไทยและร้านอาหารนานาชาติระดับพรีเมียมในช่วง 4–5 ปีที่ผ่านมา หลังจากไวน์อิตาลีได้รับความนิยมในตลาดไทยมากขึ้น

สำหรับก้าวต่อไป หลังจากบรรลุเป้าหมายในการนำเข้าไวน์ครบทั้ง 20 แคว้นแล้ว Texica เตรียมขยายความหลากหลายของพันธุ์องุ่นจากแหล่งผลิตเดิม โดยข้อมูลจากทะเบียนพันธุ์องุ่นแห่งชาติของอิตาลี (Registro Nazionale delle Varietà e dei cloni di Vite: RNVV) ระบุว่า อิตาลีมีพันธุ์องุ่นสำหรับทำไวน์ขึ้นทะเบียน 461 พันธุ์ ขณะที่ปัจจุบัน Texica นำเข้าไวน์ที่ผลิตจากองุ่นแล้วประมาณ 70 สายพันธุ์ เป้าหมายต่อไปจึงเป็นการค้นหาไวน์จากพันธุ์องุ่นที่ยังไม่เป็นที่รู้จักในตลาดไทยจากทั้ง 20 แคว้น เพื่อสะท้อนความหลากหลายของไวน์อิตาลี และต่อยอดความเชี่ยวชาญของ Texica ในการคัดสรรไวน์จากแหล่งผลิตที่มีเอกลักษณ์