103.58.148.118

Insight

Ξ Leave a comment

ปี 2018 เทรนด์ Augmented Humanity มาแน่! เมื่อคนฉลาดขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่เข้าใจมนุษย์

posted by  1,944 views

ปี 2018 เราจะเข้าสู่ยุคของ “Augmented Humanity” ที่คนมีความสามารถมากขึ้นกว่าเดิมด้วยเทคโนโลยีที่ใส่ใจการติดต่อสื่อสารระหว่างคนกับคนได้เป็นธรรมชาติขึ้น เทคโนโลยีจะจัดการงานที่ซ้ำๆซากๆ คนจะได้ใช้เวลาไปกับการคิดสร้างสรรค์และเข้าใจคนอื่นมากขึ้น ส่วนปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence หรือ AI)  ก็จะมาเสริมความฉลาดทางอารมณ์ของคน (Emotional Intelligence)

 

จับภาพหน้าจอ 2560-12-07 เวลา 2.14.50 PM

AI ยังทรงพลังมีความสามารถ แต่อย่างไรคนก็ยังได้เปรียบ  AI  ในเรื่องของความสามารถในการเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของคนด้วยกัน ทำให้มนุษย์จะมีความสามารถทำทุกอย่างได้ดีขึ้นโดยเฉพาะการสื่อสารระหว่างคนด้วยกันและเข้าสู่ยุค “Augmented Humanity”

รายงานจาก Isobar มองว่าความก้าวหน้าของเทคโนโลยีจะส่งเสริมความเป็นมนุนย์ คนจะใช้เสียงสั่งการเทคโนโลยีมากขึ้นและกลายเป็นวิธีหลักที่เราจะสื่อสารกันในโลกที่ร้านค้าต่างๆจำเราได้ ให้สิทธิพิเศษกับเราได้มากขึ้น ทำให้เราซื้อของกับซัพพลายเออร์ได้โดยตรง

ในอนาคตเทคโนโลยีจะทำงานร่วมกับและมนุษย์ ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกจากเอเจนซี่การตลาดดิจิทัลอย่าง Isobar ชี้ว่านี่คือ 5 เทรนด์หลักที่เห็นชัดขึ้นในปี 2018

 

1. Body Talk

ปาก หูและตาที่กลายเป็นตัวอินเตอร์เฟซ (Interface) สั่งงานเทคโนโลยีมากขึ้นแทนนิ้วมือที่สัมผัสหน้าจออยู่ตอนนี้ ระบบจดจำใบหน้า (Facial Recignition) และเสียง (Smart Speaker) จะเป็นจุดเด่นมากกว่าตัวหน้าจอโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมค้าปลีก การทำ SEO และสร้างลูกเล่นให้กับแบรนด์

จับภาพหน้าจอ 2560-12-07 เวลา 2.56.47 PM

เครื่องขาย  Coca-Cola ที่สวีเดนที่เอาระบบการจดจำเสียงมาใช้งาน

 

อุปกรณ์เทคโนโลยีสวมใส่จะกลายเป็นเรื่องปรกติ ปฎิกิริยาของร่างกายทุกอย่างจะกลายเป็นรหัสผ่าน เราจะได้เห็นการผสมผสานเทคโนโลยีระหว่าง Virtual Reality ที่จับความรู้สึกของคนได้ละเอียดขึ้น และ Augmented Reality เพิ่อสร้างประสบการณ์กลายเป็น  Mixed Reality เริ่มจากบนสมาร์ทโฟนที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

 

V-Showroom

V-Showroom ของ Chevrolet เริ่มใช้ Mixed Reality แล้ว แค่ใช้ iPad นั่งจิบกาแฟและสแกนพื้นที่รอบๆ ก็เหมือนกับได้ขับรถจริงๆ 

 

2. Powered by People

ลูกค้าแต่ละคนจะรวมพลังเป็นชุมชนผู้บริโภคและจะเติบโตเร็วขึ้นในยุคเศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy) แบรนด์จะเป็นอย่างไรจะไม่ได้มาจากปากของเจ้าของธุรกิจแต่จะมาจากลูกค้าในชุมชน ลูกค้าไว้ใจลูกค้าด้วยกันมากกว่าตัวธุรกิจเอง บล็อกเชน (Blockchain) ก็จะมีบทบาทในการสร้างชุมชนด้วย ทำให้โมเดลธุรกิจการเป็นสมาชิกได้รับความนิยมมากขึ้น ใครที่เป็นสมาชิกก็จะได้รับสิทธิพิเศษ

 

จับภาพหน้าจอ 2560-12-07 เวลา 3.31.50 PM

Lemonade บริษัทประกันใช้  AI สนับสนุนเมื่อมีคนลงทะเบียน บริษัทฯจะให้เลือกมูลนิธิที่ต้องการสนับสนุน เป็นการสร้างชุมชนอีกวิธีหนึ่ง

 

นอกจากนั้นเศรษฐกิจและความสัมพันธ์แบบ Peer-to-Peer จัดการการเช่าการยืมของกันก็เติบโตขึ้นเช่นกัน

 

3. The Economy of Me

พลังของ AI จะตอบโจทย์รายบุคคลได้ดีขึ้นเรื่อยๆไม่ว่าจะเป็นตัวดีไซน์สินค้า ราคาแม้แต่สถานที่ที่มีสินค้า ข้อมูลออนไลน์มีบทบาทกับโลกออฟไลน์มากขึ้น ธุรกิจค้าปลีกก็ตื่นตัวเอา Machiene Learning มามีปฎิสัมพันธ์กับคนมากขึ้นเพื่อแนะนำสินค้าที่เหมาะสมเที่แตกต่างกันเฉพาะคนและให้บริการส่วนตัว และร้านก็สามารถกำหนดราคาก็ต่างกันในแต่ละช่วงของวันได้

 

จับภาพหน้าจอ 2560-12-07 เวลา 3.53.33 PM

Paypal Bae เอา Facebook Messeger Bot บริการลูกค้าชาวออสเตรเลีย ช่วยเลือกสินค้าแฟชั่นได้ทั่วทุกมุมโลก

 

ส่วนพนักงานในร้านค้าปลีก หาก AI เข้ามาก็ไม่ได้หมายความว่าต้องตกงาน AI สามารถทำงานที่ยากและน่าเบื่อซ้ำซากได้ เช่นการตอบคำถามลูกค้าออนไลน์ ส่วนงานไหนที่ต้องใช้อารมณ์ความรู้สึก ก็ให้พนักงานไปทำงานในจุดนั้น ตรงนี้แหละที่เป็นความท้าทายว่าอารมณ์แบบไหนที่ธุรกิจอยากให้ลูกค้ารู้สึกแต่ละช่วงของการซื้อของ

 

kfc

KFC เริ่มมีร้านที่สามารถใช้เสียงสั่งอาหารกับหุ่นยนต์ได้แล้ว และหุ่นยนต์สามารถแนะนำอาหารตามอายุ เพศและสีหน้าอารมณ์ของลูกค้าได้

 

4. The Ethical Algorithm

อัลกอริธึ่มที่ส่งเสริมจรรยาบรรณจะมาท้าทายเทคโนโลยีในยุคของข่าวปลอมรวมถึงอคติต่อ AI ที่จะมาแย่งงาน คนจะถามหาสามัญสำนึกในตัวอัลกอริธึ่มมากขึ้น ที่เห็นได้ชัดคือรถยนต์ไร้คนขับซึ่งตัวสมองกลอาจจะรวนถ้าเกิดให้เลือกระหว่างความปลอดภัยของคนขับกับความปลอดภัยของคนเดินถนน ทุกคนคาดหวังว่าหุ่นยนต์จะทำงานแบบไม่มีอคติกับคน แต่กลับตรงกันข้าม มันขึ้นอยู่ว่าเราป้อนข้อมูลหรือไปสอน AI ไว้ว่าอย่างไร หุ่นยนต์อาจเป็นแพะรับบาปและข้ออ้างที่คนจะใช้ชีวิตอย่างประมาทหรือทำเรื่องไม่ดีก็ได้

 

The Robot Lawyer

The Robot Lawyer เป็น Chatbot ช่วยผู้ลี้ภัยเข้าถึงคำแนะนำทางด้านกฎหมาย

 

5. The Makers and the Machines

เราจะได้เห็นผลงานศิลปะใหม่ๆอย่างที่เราคาดไม่ถึงจากฝืมือระหว่างมนุษย์กะสมองกล นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Rutgers  และฝ่ายวิจัย AI  Facebook  ได้ร่วมมือสอนให้ AI สร้างผลงานศิลปะที่เคยมีในประวิติศาสตร์ได้เอง จนแทบแยกกันไม่ออกว่าผลงานชิ้นไหนเป็นของจริง ชิ้นไหนเป็นของ AI ส่วนฝั่งของคนทำข่าว เดี่ยวนี้ AI  สามารถเขียนบทความธรรมดาได้เองแล้ว อย่าง Wordsmith Software ที่อ้างว่าใช้ระบบอัตโนมัติพิมพ์ข่าวได้ถึง 1.5 พันล้านบทความในปี 2015

Virtual Video

Virtual Video กล้องที่มีความสามารถทำมิวสิควีดีโอแบบ Virtual Reality ได้ คาดว่าเปิดต้วต้นปี 2018 

 

ในปี  2018 อารมณ์ความรู้สึกทุกจุดสัมผัสมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ คนที่ใช้เทคโนโลยีต้องไม่มานั่งถามว่า “เทคโนโลยีตัวนี้มันทำงานอย่างไร?” แต่ต้องใส่ใจอารมณ์ของตัวเองและหันมาถามว่า “ใช้เทคโนโลยีตัวนี้แล้วเรารู้สึกอย่างไร?”

 

แหล่งที่มา

รายงานเทรนด์ปี 2018 จาก Isobar เอเจนซี่การตลาดดิจิทัล สามารถดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ที่นี่

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

เจาะลึกจิตวิทยาการตลาด และธุรกิจสตาร์ทอัพจากคนในวงการ พร้อมเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน สามารถติชมหรืออยากให้เจาะลึกเรื่องไหนเป็นพิเศษ ส่งเมลมาเลยที่ contact@oopsnetwork.co.th

User Name: Oops Hardcore

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


eight + 1 =

Recent Posts

Facebook