
ตลาดสัตว์เลี้ยงเติบโตขึ้นอย่างมาก เพราะผู้คนมองว่าสัตว์เลี้ยงคือสมาชิกในครอบครัว หรือเป็นเหมือนลูกของตัวเอง ในงาน AssetWise presents MarketingOops! Summit2026 “คุณจารุวัฒน์ เลาหวิศิษฏ์ กรรมการบริหาร บริษัท เพ็ท โพรเทคท์ ฟู้ด จำกัด และบริษัท เพ็ท โพรเทคท์ จำกัด” ได้แชร์อินไซต์ตลาดสัตว์เลี้ยงที่เปลี่ยนจาก Pet Ownership สู่ Pet Parent พร้อมกลยุทธ์แบรนด์ “Kaniva” (คานิว่า) ในหัวข้อ “Cat Economy in Action How Kaniva Turns Cat Lovers’ Insight into Brand Growth Kaniva เปลี่ยน Insight ทาสแมวสู่การเติบโตของแบรนด์”
เจาะตลาดแสนล้าน สู่ยุคที่ “สัตว์เลี้ยงคือลูกรัก”
ข้อมูลจาก ttb analytics รายงานตลาดสัตว์เลี้ยงมีมูลค่า 92,000 ล้านบาท (โต 13.2% YoY) และคาดการณ์ว่ามูลค่าแตะ 100,000 ล้านบาทในปี 2027 โดยถือเป็น New Sunrise Industry
อย่างไรก็ตามปัจจุบันสิ่งที่เติบโตเร็วกว่าจำนวนประชากน้องหมา-น้องแมว คือ จำนวนแบรนด์อาหารสัตว์ (Pet Food) ทำให้อตุสาหกรรมนี้กลายเป็น “Red Ocean” โดยมี Supply มากกว่า Demand
ข้อมูลจาก Morgan Stanley ชี้ว่า
- 69% ของผู้เลี้ยงรักสัตว์เหมือนคนในครอบครัว
- 47% รักเหมือนลูก
- 37% ยอมเป็นหนี้ค่ารักษาพยาบาล
สะท้อนให้เห็นว่ายุคนี้เปลี่ยนจากแค่ Pet Ownership สู่ “Pet Parent” ดังนั้นการตัดสินใจซื้อสินค้าเพื่อลูกของตัวเอง จึงไม่ได้มาจากเพียงประโยชน์ใช้สอย (Functional Benefit) แต่มาจากการตอบสนองทางอารมณ์ (Emotional Benefit) เพื่อซื้อความสุข ความสบายใจ และความรู้สึกที่ได้มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนที่พวกเขารัก

จากทาสแมว สู่ธุรกิจ Pet Food – หา White Space ที่ยังไม่มีใครทำในตลาด
การที่แบรนด์จะโดดเด่นและอยู่รอดในตลาด Red Ocean ได้นั้น สำหรับ Kaniva เริ่มต้นจาก “ความรัก” และ “การมองเห็นปัญหา”
- Pain Point: จุดเริ่มต้นของแบรนด์ Kaniva มาจากประสบการณ์ตรงของคุณจารุวัฒน์ในวัย 19 ปี กับแมวตัวแรกชื่อ “เบคอน” เมื่อเข้าร้าน Pet Shop เพื่อเลือกอาหาร กลับได้รับคำแนะนำว่า “อาหารแมวไหนแพงก็หยิบเลย ดีหมด” สิ่งนี้จุดคำถามสำคัญว่า อาหารที่ดีจำเป็นต้องแพงเสมอไปหรือไม่
ประกอบกับแมวของคุณจารุวัฒน์ แพ้ข้าวโพดและกลูเตน ซึ่งในเวลานั้นยังไม่มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ Pain Point นี้ได้ “Kaniva” มองเห็น White Space ในตลาด และตั้งโจทย์มุ่งพัฒนาอาหารแมวคุณภาพดี ไม่มีส่วนผสมของข้าวโพดและกลูเตน ในราคาเข้าถึงได้
- Don’t Scale Product, Scale Solutions: Kaniva เลือกแนวทางธุรกิจ “Don’t Scale Product, Scale Solutions” โดยโฟกัสการแก้ปัญหาให้กับลูกค้า มากกว่าการเพิ่ม SKUs จำนวนมาก อย่างล่าสุดเปิดตัว “Vitamin Ball” ใช้เวลาพัฒนาถึง 2 ปี ซึ่งเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ความกังวลของเหล่า Pet Parent

สร้าง Emotional Connection ความแตกต่างที่มากกว่าโปรดักต์
เมื่อธุรกิจเดินทางมาถึงจุดหนึ่ง และด้วยสถานการณ์การแข่งขันที่เป็น Red Ocean ดังนั้นนอกเหนือจากด้านสินค้า“Kaniva” ต้องยกระดับแบรนด์ไปอีกขั้น ด้วยการสร้าง “Emotional Connection” หรือ “ความผูกพันทางอารมณ์” เพื่อให้เป็นแบรนด์ที่มีความหมายใจใจของผู้คน (Meaningful Brand)
นี่จึงเป็นที่มาของแคมเปญ “No Pet Beauty Standard” ที่ Kaniva ตั้งคำถามกับค่านิยมของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงว่า ทำไมภาพบนแพ็กเกจจิ้ง หรือโฆษณา ถึงต้องเป็นสัตว์เลี้ยงที่ตาโต ขนฟู หรือหน้าตาน่ารักตามมาตรฐานเท่านั้น ? ทำให้สัตว์เลี้ยงอีกหลายตัวที่ไม่ได้มีคุณลักษณะแบบที่ปรากฏในโฆษณา หรือบนแพ็คเกจจิ้งอาหารสัตว์เลี้ยง ถูกมองข้าม
Kaniva จึงทำแคมเปญนี้ขึ้นมา นำเสนอผ่านทั้ง TVC, บิลบอร์ด และออนไลน์ทั่วประเทศ เพื่อทำให้สัตว์เลี้ยงเหล่านี้ถูกมองเห็น และได้รับการยอมรับเหมือนเช่นน้องหมา-น้องแมวตัวอื่นๆ

จาก Session นี้จะเห็นได้ว่าในตลาด Pet Economy ที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน แต่แบรนด์ Kaniva สามารถเปลี่ยนอินไซต์ที่เข้าใจ Pain Point ของ Pet Parent ขณะเดียวกันให้ความสำคัญกับ Scale Solution พัฒนาสินค้าที่ช่วยแก้ปัญหาและตอบโจทย์อินไซต์ของผู้เลี้ยง ควบคู่กับการสร้าง Emotional Connection เพื่อต้องการเป็นแบรนด์ที่มีความหมายและรู้ใจน้องแมว-น้องหมาอย่างแท้จริง
สรุปจาก #TheActionStage Session: Cat Economy in Action How Kaniva Turns Cat Lovers’ Insight into Brand Growth Kaniva เปลี่ยน Insight ทาสแมวสู่การเติบโตของแบรนด์ โดย คุณจารุวัฒน์ เลาหวิศิษฏ์ กรรมการบริหาร บริษัท เพ็ท โพรเทคท์ ฟู้ด จำกัด และบริษัท เพ็ท โพรเทคท์ จำกัด ภายในงาน #AssetWisepresentsMarketingOopsSummit2026


