Kantar เผย คนไทยรอไม่ไหวที่จะกลับไปทานอาหารในร้าน

  • 396
  •  
  •  
  •  
  •  

ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีการออกมาตรการต่างๆ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของ Covid-19 ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นวันหยุดช่วงสงกรานต์ถูกยกเลิก ยิม บาร์ และสถานบันเทิงถูกบังคับให้ปิด ตามด้วยห้างสรรพสินค้าและร้านอาหารไม่อนุญาตให้รับประทานอาหารในร้าน โดยข้อมูลจาก Kantar Worldpanel (คันทาร์ เวิร์ลพาแนล) บริษัทด้านข้อมูลเชิงลึกและที่ปรึกษาทางการตลาดระดับโลก เผยว่า ตั้งแต่มีการห้ามรับประทานอาหารภายในร้านตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา การจับจ่ายรายสัปดาห์สำหรับ Packaged Foods ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญสูงถึง 40% ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ย สวนกับสินค้าประเภทอื่นๆ อย่าง Beverage Homecare และ Personal Care

คนไทยทำอาหารที่บ้านมากขึ้น สินค้าเช่น ปลากระป๋องและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นที่นิยม ขณะเดียวกันก็มีการสั่งอาหารผ่าน Food Delivery มากขึ้น จากการสำรวจในผู้บริโภค 1,638 ราย อายุระหว่าง 15 – 49 ปี อาศัยอยู่ใน Urban Thailand ระหว่างวันที่ 10 – 16 เมษายน พบว่า ผู้บริโภคมากถึง 38% สั่งอาหารมากขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน สอดคล้องกับข้อมูลจาก Google Trend ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม จำนวนการค้นหา “Delivery” มากกว่า “Restaurant” ทั้งนี้ทั้งนั้นกระแส Food Delivery อาจจะสั้น โดยผลวิจัยเดียวกันจาก Kantar Worldpanel แสดงให้เห็นว่า 79% ของผู้บริโภค รอไม่ไหวที่จะกลับไปทานอาหารในร้าน และจะลดความถี่ในการสั่งอาหารผ่าน Food Delivery ลง

พฤติกรรมการซื้อจำนวนมากหรือกักตุนจะไม่เกิดขึ้นอีก ผู้บริโภคเข้าใจดีว่าร้านขายของชำและร้านค้าปลีกยังคงเปิดให้บริการตามปกติ นอกจากนี้ภาครัฐได้ออกมาตรการผ่อนคลายในการเปิดธุรกิจบางประเภทซึ่งรวมไปถึงร้านอาหาร ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามยังมีการควบคุม Social Distancing และระยะเวลาเปิดทำการ ผู้บริโภคชาวไทยยังคงทำอาหารที่บ้านและสั่งอาหารจาก Food Delivery จนกว่าพวกเขาจะรู้สึกปลอดภัยและมีความมั่นใจเหมือนแต่ก่อน ซึ่งขึ้นอยู่กับความพร้อมในการรักษาหรือวัคซีนที่ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าจะใช้เวลาอีกหลายเดือน

แบรนด์สินค้าประเภทอาหารสำเร็จรูปและเครื่องดื่มจะยังคงได้รับผลประโยชน์จากการบริโภคที่บ้าน แพ็คขนาดใหญ่มีแนวโน้มที่จะเป็นที่นิยมในระยะสั้น เนื่องจากสามารถแบ่งปันสำหรับสมาชิกในครอบครัวได้ ในระยะยาวทุกแบรนด์จะต้องเข้าใจความหมายของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของครัวเรือน ซึ่งขนาดครัวเรือน 1 หรือ 2 คนคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 45% การระบาดของ Covid-19 อาจเปลี่ยนแปลงวิถีการจับจ่ายในระยะสั้น แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือ “ความต้องการด้านสะดวกสบาย คุ้มค่าเงิน และคุณประโยชน์ทางสุขภาพและโภชนาการ”


  • 396
  •  
  •  
  •  
  •