เมื่อนักวิทยาศาสตร์ชี้ ยุค COVID-19 (อาจ) ทำให้โลกต้องยึดมาตรการ ‘Social Distancing’ จนถึงปี 2565

  • 123
  •  
  •  
  •  
  •  

เพราะ Coronavirus ทำให้คนต้องกักตัวอยู่บ้าน

เพราะการอยู่บ้าน คือ Social Distancing หรือ การเว้นระยะห่างทางสังคมที่ดีที่สุด

แต่! ถ้าเราต้องรักษาระยะห่างกับผู้อื่นแบบนี้ไปตลอดจนถึงปี 2565 ล่ะ?

ทีมนักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัย Harvard ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ในวารสารวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งระบุชัดเจนว่า เป็นไปได้ว่ามนุษย์จะต้องอยู่กับมาตรการ Social Distancing ไปอีกหลายๆ ปีกว่าจะฟื้นตัวได้

 

นักวิทยาศาสตร์ส่วนหนึ่งบอกว่า กว่าจะฟื้นตัวได้ 100% อาจจะถึงปี 2565 ขณะที่อีกส่วนหนึ่งบอกว่า ปี 2568 หากยังไม่มีวัคซีนหรือการรักษาที่มีประสิทธิภาพ

Marc Lipsitch ศาสตราจารย์ด้านระบาดวิทยา พูดว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสจะทำให้เกิดกลุ่มคน 2 กลุ่ม นั้นคือ ผู้ที่ติดเชื้อ และ ผู้ที่อ่อนแอ แม้ว่าความเป็นจริงระบบภูมิคุ้มกันของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน แต่เชื้อไวรัสมีผลทำให้เราอ่อนแอลง มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันเดิม

 

 

นอกจากนี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์ ระบุอีกว่า หากในอนาคตจำนวนผู้ติดเชื้อนั้นลดลง จนรัฐบาลในหลายๆ ประเทศสามารถผ่อนคลายมาตรการป้องกันต่างๆ ได้จนเกือบสู่ภาวะปกติ แต่สิ่งที่น่ากลัวซ่อนอยู่ ก็คือ เราไม่รู้เลยว่าจำนวนผู้ที่อ่อนแอมีกี่ล้านคน และมีเชื้อไวรัสแฝงตัวอยู่หรือไม่ ที่ยากกว่านั้นคือ อาจจะไม่แสดงอาการออกมาชัดเจนเหมือนผู้ที่ ‘ติดเชื้อ’

วัคซีนรักษาไวรัส คือกุญแจที่จะมาปลดล็อกมาตรการ Social Distancing เพราะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการรักษาไม่ว่าจะเผชิญหน้ากับเชื้อไวรัสแบบไหนก็ตาม ที่มีแหล่งที่มาใกล้เคียงกับ COVID-19 ดังนั้น “หากโลกยังไม่มีสิ่งเหล่านี้ (วัคซีน) การเฝ้าระวัง การเว้นระยะห่าง หรือมาตรการป้องกันอื่นๆ ยังจำเป็นต่อไป” ในบทความกล่าวสรุปไว้

 

 

หนึ่งในบทความวิชาการที่น่าสนใจอีกอย่าง ที่ระบุว่า “การแพร่ระบาดอย่างรุนแรง เราถือว่าเป็นวิวัฒนาการของเชื้อไวรัสที่แข็งแรงขึ้น สิ่งแปลกปลอมขนาดใหญ่บวกกับการกระจายเป็นวงกว้างและรวดเร็ว บางทีผลการวิเคราะห์และสันนิษฐานทางวิทยาศาสตร์เองก็ไม่แม่นยำพอ เพราะเรายังไม่เคยเจอและต้องรับมือกับสถานการณ์แบบนี้”

ทั้งนี้ อีกหนึ่งข้อสมมติฐานของทีมนักวิทยาศาสตร์ ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่ COVID-19 อาจเป็น ‘โรคระบาดประจำปี’ (annual outbreak cycle) หรือก็อาจเป็น โรคระบาดตามฤดูกาล นั่นแปลว่า ‘ฤดูหนาว’ ถัดไปอาจมีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้อีกรอบ หรือเชื้อไวรัสอื่นที่คล้ายๆ กัน แต่มีประสิทธิภาพในการแพร่กระจายสูง

ดังนั้น จุดประสงค์ที่แท้จริงของบทความเชิงวิชาการนี้  Marc Lipsitch ย้ำอีกครั้งว่า เป็นการคาดเดาหรือสมมติฐานที่สมเหตุสมเหตุ แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนั้นมีทั้งเป็นไปได้ หรือ อาจจะไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้ (แต่) สิ่งที่เราเหล่าทีมนักวิทยาศาสตร์ต้องการก็คือ การป้องกันในระยะยาว ทั้งวิธีการรับมือ, การค้นคิดวัคซีน หรือ วิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

ขณะที่ภาครัฐ เอกชน และ ประชาชน ก็สามารถเตรียมพร้อมรับมือได้หากเชื้อไวรัสชนิดต่างๆ จะกลายพันธุ์เป็น ไวรัสตามฤดูกาลจริงๆ สิ่งสำคัญตอนนี้คือ วัคซีน เพราะการระบาด และ Social Distancing จะจบลงทันทีถ้าเรามีวัคซีนที่รักษาได้จริงๆ

Credit Photo : kandl/Shutterstock

 

 

ที่มา : theguardian, cnn


  • 123
  •  
  •  
  •  
  •  
prakai
prakai
'ชีวิต' ต้องมีสีสันหลากหลาย เหมือนกับความรู้ที่มีหลายมิติ ทั้งไลฟ์สไตล์, การตลาด, ดิจิทัล, ประเพณี-วัฒนธรรม