สรุป 10 ไฮไลต์ ‘เมกาบางนา เฟส 2’ สู่จิ๊กซอว์สำคัญสร้าง ‘เมกาซิตี้’ เมืองแห่งอนาคต มูลค่า 70,000 ล้านบาท

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

MEGA BANGNA

นับตั้งแต่ “ศูนย์การค้าเมกาบางนา” (MEGA Bangna) เปิดให้บริการในปี 2012 พร้อม IKEA แห่งแรกในประเทศไทย ถึงวันนี้เป็นเวลา 14 ปีแล้วที่ศูนย์การค้าแห่งนี้กลายเป็น Destination ของคนที่อยู่อาศัยและใช้ชีวิตในย่านบางนาและกรุงเทพฯ ตะวันออก

ล่าสุดเมกาบางนา โดยความร่วมทุนของ “บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา” และ Ikano Centres (อิคาโน เซ็นเตอร์) โดยคุณภูมิ จิราธิวัฒน์ Head of Hotels and Alternative Investment บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย คุณเอเดรียน มิเรีย Ikano Centres, Part of Ikano Retail และคุณมาริส อโบลตินส์ กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเมกาบางนา และเมกาซิตี้

ร่วมกันประกาศเดินหน้าขยาย “ศูนย์การค้าเมกาบางนา เฟส 2 ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 14 ปี ด้วยงบลงทุน 6,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาภายใต้แผน Mixed-use Master Plan ระยะยาวในการสร้าง “เมกาซิตี้” (MEGA City) เมืองมิกซ์ยูสแห่งอนาคต ครอบคลุมพื้นที่กว่า 325 ไร่ มูลค่าโครงการรวม 70,000 ล้านบาท และนี่คือ 10 ไฮไลต์แผนการพัฒนา “เมกาบางนา เฟส 2 และ “เมกาซิตี้”

MEGA BANGNA

 

จาก “เมกาบางนา” สู่ “เมกาซิตี้” อภิมหาโปรเจกต์ย่านกรุงเทพฯ ตะวันออก

1. ทุ่มงบ 6,000 ล้านบาท ขยายเมกาบางนา เฟส 2 คาดสร้างเสร็จปี 2028

การพัฒนาในเฟส 2 นี้ เป็นการเพิ่มส่วนต่อขยายอีก 170,000 ตร.ม. ประกอบด้วยศูนย์การค้า และที่จอดรถเพิ่มเติม 1,750 คัน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จเปิดให้บริการในไตรมาส 3 ปี 2028 ทำให้เมกาบางนามีพื้นที่โครงการรวม (ทั้งเฟส 1 ในปัจจุบัน และเฟส 2 ที่เตรียมขยาย) กว่า 800,000 ตารางเมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าเซ็นทรัลเวิลด์

2. ก้าวสู่ “เมกาซิตี้” เมืองมิกซ์ยูสใหญ่สุดของกรุงเทพฯ ตะวันออก มูลค่า 70,000 ล้านบาท ภายในปี 2040

เมกาบางนา (ทั้งเฟส 1 และ 2) ใช้พื้นที่ 180 ไร่ จากทั้งหมด 325 ไร่ ซึ่งแผนในระยะยาวของเซ็นทรัลพัฒนา และ Ikano Centres ไม่ได้มองเพียงการพัฒนาศูนย์การค้าเท่านั้น แต่ต้องการสร้างโครงการ “เมกาซิตี้” (MEGA City) ตามแผนพัฒนา Mixed-use Master Plan เพื่อให้เป็นเมืองแห่งอนาคต บนพื้นที่กว่า 325 ไร่ จะทำให้มีพื้นที่โครงการรวม (GBA) กว่า 1.3 ล้านตารางเมตร มูลค่าโครงการรวม 70,000 ล้านบาท

MEGA City เป็นมิกซ์ยูสที่รวบรวมทั้งศูนย์การค้า, อาคารสำนักงาน, โรงแรม, ที่พักอาศัย, ด้านเฮลท์แคร์, กีฬา และการศึกษา โดยคาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2040

MEGA BANGNA

 

เจาะลึกเฟส 2 ูคอนเซ็ปต์ “Nature-led Destination” เติมพื้นที่เขียว ไลฟ์สไตล์ และแบรนด์ใหม่

เหตุผลที่เซ็นทรัลพัฒนา และ Ikano Centres ตัดสินใจลงทุนขยายเฟส 2 และมองว่าทำเลแห่งนี้มีศักยภาพต่อยอดไปสู่การพัฒนาเมกาซิตี้ในอนาคต มาจากการที่ตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา เมกาบางนาสามารถสร้างผลงาน (Performance) ได้เป็นอย่างดีในอันดับต้นๆ ของโครงการศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลพัฒนา

3. เปิดสถิติ 14 ปี “เมกาบางนา”

  • นับตั้งแต่เปิดให้บริการในปี 2012 – ปี 2025 มีผู้ใช้บริการรวมกันกว่า 670 ล้านครั้ง
  • ปี 2025 มีผู้ใช้บริการกว่า 60 ล้านครั้ง หรือโดยเฉลี่ยราว 165,000 ครั้งต่อวัน
  • ปัจจุบันลูกค้ากลับมาใช้บริการเฉลี่ย 4-5 ครั้งต่อเดือน
  • อัตราการเช่าพื้นที่เต็ม 100%
  • มีแบรนด์และร้านค้าชั้นนำกว่า 900 ร้านค้า แบ่งเป็นร้านอาหาร 176 ร้าน และร้านค้าปลีก 730 ร้าน พร้อมผู้เช่าหลักอย่าง IKEA แห่งแรกในประเทศไทย, เซ็นทรัล ดีพาร์ทเมนท์ สโตร์, โฮมโปร, บิ๊กซี และเมกา ซีนีเพล็กซ์ รวมถึงแบรนด์ระดับโลกที่ช่วยเสริมทราฟฟิกและประสบการณ์ลูกค้า
  • มีฐานสมาชิก Mega Smile Rewards กว่า 450,000 ราย
  • จัดอีเวนต์มากกว่า 160 งานต่อปี

นี่จึงทำให้การขยายเฟส 2 ไม่ใช่แค่การเพิ่มพื้นที่ แต่เป็นการต่อยอดศูนย์การค้าที่มีทราฟฟิกสูง ฐานลูกค้าประจำแน่น และมีแบรนด์ชั้นนำและร้านค้าหลากหลายอยู่แล้ว ไปสู่การเป็น Destination ที่ใหญ่ขึ้น ครบขึ้น และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากขึ้น

MEGA BANGNA

 

4. ชูคอนเซ็ปต์ “A Nature-led, Experience-led Destination” และดีไซน์สถาปัตยกรรมสไตล์ Nordic

เฟสใหม่ของเมกาบางนาไม่ได้เน้นเพียงการเพิ่มพื้นที่ขาย แต่ต้องการสร้าง Destination สำหรับทุกคนในครอบครัว ภายใต้แนวคิด “A Nature-led, Experience-led Destination” สำหรับทุกคนในครอบครัว

โดยได้แรงบันดาลใจจาก “Nordic Design” ที่ให้ความสำคัญกับธรรมชาติ ความโปร่งสบาย และประสบการณ์ที่มีผู้คนเป็นศูนย์กลาง สอดคล้องกับปรัชญา Meeting Place ของ Ikano Centres ในการเชื่อมโยงพื้นที่รีเทล คอมมูนิตี้ และการใช้ชีวิตประจำวันเข้าด้วยกัน

MEGA BANGNA

 

5. แลนด์มาร์กใหม่ “MEGA SKYLINE” พื้นที่สีเขียวกว่า 7 ไร่

หนึ่งในไฮไลต์ของเฟส 2 คือ MEGA SKYLINE” พื้นที่สีเขียว และ Community Space บนชั้น Rooftop ขนาดกว่า 7 ไร่ ที่เปิดให้สามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาได้ พร้อมพื้นที่กิจกรรม ออกกำลังกาย และไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟกว่า 3,000 ตารางเมตร เพื่อตอบโจทย์การใช้เวลาคุณภาพ สุขภาวะ และกิจกรรมไลฟ์สไตล์ต่างๆ

MEGA BANGNA

 

6. “MEGA LOFT” Destination ด้านอาหารและการสังสรรค์

เอาใจสายกินและคนชอบสังสรรค์ด้วยการสร้าง MEGA LOFT แหล่งรวมร้านอาหารและการพบปะสังสรรค์ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร

7. ทัพแบรนด์ใหม่กว่า 250 แบรนด์ รวมเป็นกว่า 1,200 แบรนด์

การขยายเฟส 2 จะมีการคัดสรรแบรนด์ใหม่เข้ามาเปิดให้บริการเพิ่มเติมกว่า 250 แบรนด์ที่เข้ามาเปิดให้บริการในกรุงเทพฯ ตะวันออกเป็นครั้งแรก รวมถึง Luxury Brand อีกกว่า 20 แบรนด์ ส่งผลให้เมื่อโครงการแล้วเสร็จ เมกาบางนาจะมีแบรนด์ชั้นนำรวมมากถึง 1,200 แบรนด์

MEGA BANGNA

 

“บางนา” ทำเลศักยภาพของกรุงเทพฯ ตะวันออก และ EEC

8. บางนาย่านเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังโตเร็วของกรุงเทพฯ เชื่อมต่อ EEC

หากสำรวจการขยายตัวของกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะพบว่า “บางนา” เป็นอีกหนึ่งทำเลที่เติบโตอย่างรวดเร็วของโซนกรุงเทพฯ ตะวันออก จากทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน, การเพิ่มขึ้นของโครงการที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะเซ็กเมนต์บน, การเพิ่มขึ้นของประชากรในพื้นที่ และสถาบันการศึกษา

  • จำนวนประชากรที่อาศัยโดยรอบ Catchment Area ของเมกาบางนา มีมากกว่า 3 ล้านคน และถ้าไกลออกจาก Catchment Area ไปอีกจะมี 3 ล้านคน รวมแล้วกว่า 4 ล้านคน
  • รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนสูงเป็นอันดับ 2 ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล อยู่ที่ประมาณ 91,000 บาทต่อเดือน
  • โครงการที่อยู่อาศัยระดับบนเพิ่มขึ้น 8%
  • อาคารสำนักงานโดยรอบอีกว่า 30 อาคาร
  • มีโรงแรมโดยรอบ รวมกันมากกว่า 800 ห้อง ซึ่งมีแนวโน้มโตขึ้นทุกปี
  • มีโรงเรียนนานาชาติโดยรอบเมกาบางนา ประมาณ 15 โรงเรียน

อีกจุดสำคัญคือ บางนาเป็นทำเลที่เชื่อมต่อทั้งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ทำให้มีความพร้อมรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ การลงทุน และการขยายตัวของเมืองในอนาคต

MEGA BANGNA

 

9. รองรับกลุ่มModern Family” และModern Affluent Family”

นอกจากศักยภาพการเติบโตของย่านบางนาแล้ว ยังพบว่าประชากรที่อาศัยอยู่ในย่านนี้ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง ทั้งกลุ่ม “Modern Family” และ “Modern Affluent Family” ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักและเป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุดของเมกาบางนา

กลุ่มครอบครัวยุคใหม่เหล่านี้ไม่ได้มองหาศูนย์การค้าเพื่อช้อปปิ้งอย่างเดียว แต่มองหาพื้นที่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ คุณภาพชีวิต และสุขภาวะที่ดี การพักผ่อน คอมมูนิตี้ที่ดี และการใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน

MEGA BANGNA

 

10. เป็น Everyday Destination ของคนกรุงเทพฯ ตะวันออก – ดันยอดลูกค้าเพิ่มเป็น 65 ล้านครั้งต่อปี

เมกาบางนาเชื่อว่าอนาคตของธุรกิจรีเทล ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจับจ่ายใช้สอยอีกต่อไป แต่คือการพัฒนาพื้นที่ให้เป็น Destination สำหรับคนทุก Generation ได้ใช้เวลาคุณภาพร่วมกันมากขึ้น มีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และได้รับประสบการณ์ที่หลากหลายในชีวิตประจำวัน ตอกย้ำบทบาทของเมกาบางนาในฐานะ “Your Everyday Meeting Place” และเป็นส่วนหนึ่งของกรุงเทพฯ ตะวันออก โดยคาดว่าหลังเปิดเฟส 2 จะทำให้มีลูกค้ามาใช้บริการเพิ่มแป็น 65 ล้านครั้งต่อปี

MEGA BANGNA

การลงทุนเมกาบางนา เฟส 2 ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การขยายพื้นที่ส่วนต่อขยายศูนย์การค้าเท่านั้น แต่เป็นจิ๊กซอว์สำคัญของการต่อภาพการสร้าง “เมกาซิตี้” เมืองครบวงจรขนาดใหญ่ที่รองรับทั้งคนในย่านกรุงเทพฯ ตะวันออก, EEC และนักท่องเที่ยวต่างชาติ


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
WP
อยู่ในแวดวงนิตยสารธุรกิจการตลาดกว่าสิบปี สนุกและชอบติตตามเทรนด์ ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ และอยากเรียนรู้เพิ่มเติมในแพลตฟอร์มดิจิทัล มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การตลาดและดิจิทัลร่วมกันนะคะ
CLOSE
CLOSE