ใช้จ่ายในชีวิตจริงด้วยเงินดิจิทัลผ่านบริการ Mastercard ที่เอาใจคนรุ่นใหม่สาย Crypto

  • 1
  •  
  •  
  •  
  •  

นับจากครั้งแรกที่มีแนวคิดในการใช้เงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ในการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน จนมาถึงปัจจุบันที่ Crypto กลายเป็นรูปแบบการลงทุนชนิดใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ และมีแนวโน้มจะโตมากขึ้นจากเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ถึงกระนั้นแนวคิดแรกเริ่มของการกำเนิด Cryptocurrency ก็ยังถูกพูดถึงอยู่เสมอ เพื่อให้เป้าหมายในการใช้เงินดิจิทัลเพื่อจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันเกิดขึ้นได้จริง

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เงินดิจิทัลถูกแตกออกเป็นสกุลเงินต่างๆ มากมาย และแม้จะมีการพัฒนาระบบซื้อขายเงินดิจิทัลให้ทันสมัย แต่ก็ไม่สามารถนำเงินดิจิทัลมาใช้จ่ายได้จริงในชีวิตประจำวัน นั่นจึงทำให้ Mastercard ผู้ให้บริการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตร่วมมือกับผู้ให้บริการสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ชั้นนำทั้ง 3 รายในเอเชียแปซิฟิกอย่าง แอมเบอร์ กรุ๊ป (Amber Group), บิทคัพ (Bitkub) ในประเทศไทยและ คอย์นจาร์ (CoinJar) ในออสเตรเลีย

 

ครั้งแรกสู่การใช้จ่ายเงินดิจิทัล

การร่วมมือกันในครั้งนี้ทำให้เกิดบริการครั้งแรกของโลกที่ผู้บริโภคและธุรกิจต่างๆ ในเอเชียแปซิฟิกสามารถใช้เงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ชำระค่าสินค้าและบริการทั่วไปในชีวิตประจำวันผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิตและบัตรพรีเพด โดยผู้ถือบัตรสามารถแปลงสกุลเงินดิจิทัลเป็นสกุลเงินปกติเพื่อจับจ่ายในร้านค้าใดก็ได้ทั่วโลกที่รองรับ Mastercard ทั้งนี้เพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่มองหาวิธีใช้จ่ายและทำธุรกรรมด้วยเงินดิจิทัลอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

แม้ปัจจุบันจะมีร้านค้าหลายแห่งรองรับการชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลอย่าง Bitcoin หรือ Eth แล้ว แต่ก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง บริการจาก Mastercard จะช่วยให้การจับจ่ายใช้สอยทำได้สะดวกรวดเร็วเหมือนการชำระในรูปแบบปกติและปลอดภัย สามารถใช้จ่ายได้ทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ที่ร้านค้าทุกแห่งทั่วโลกที่รับบัตร Mastercard

นอกจากนี้ ยังมีผลสำรวจวิธีการชำระเงินแบบใหม่ของ Mastercard พบว่า 45% ของผู้คนบนผลสำรวจในเอเชียแปซิฟิกมีแนวโน้มที่จะใช้สกุลเงินดิจิทัลภายในปี 2565 ซึ่งเป็นตัวเลขสูงขึ้นจาก 12% ในปีที่ผ่านมา ที่สำคัญผู้คนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคมีการใช้เงินสกุลดิทัลแล้วเมื่อปีที่ผ่านมาและยังมีการใช้ที่สูงกว่าทั่วโลกถึง 40% สำหรับโปรแกรมคริปโตการ์ดเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้านสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อมอบทางเลือกให้ลูกค้า ร้านค้า และธุรกิจต่างๆ ในการใช้สกุลเงินดิจิทัล (Digital Value)

 

คริปโตขยายตัวสู่โอกาสของธุรกิจ

ถือเป็นครั้งแรกที่มีความพยายามในการนำเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ออกมาสู่โลกธุรกรรมทางการเงินในชีวิตจริง แม้จะเป็นการฉีกกรอบความคิดเดิมที่ต้องการนำเงินดิจิทัลมาสู่รูปแบบการใช้จ่ายโดยตรง ซึ่งถือเป็นเรื่องยากเนื่องจากไม่มีหน่วยงานใดที่ออกมารองรับมาตรฐานของเงินดิจิทัล ยิ่งไปกว่านั้นเงินดิจิทัลยังถูกออกแบบมาเพื่อทำธุรกรรมแบบไม่ต้องผ่านธนาคารที่เป็นตัวกลางในธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งนั่นทำให้การตรวจสอบเส้นทางการเงินทำได้ยากมาก

แม้จะมีเทคโนโลยี Blockchain แต่หลักฐานดิจิทัลจากเทคโนโลยีดังกล่าวยังไม่เป็นที่ยอมรับ ส่งผลให้หลายประเทศเกรงว่า หากมีการใช้เงินดิจิทัลจะก่อให้เกิดอาชญากรรมด้านการฟอกเงินเป็นจำนวนมาก แต่ในแง่ของธุรกิจการรองรับเงินดิจิทัลจะช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายกลุ่มใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายในการจับจ่ายใช้สอย และกลุ่มคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับเงินดิจิทัลมาก

ยกตัวอย่างเช่น Mastercard เข้าไปให้บริการแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัลให้กลายเป็นเงินสกุลปกติทั่วโลก จะช่วยให้บริการของ Mastercard สามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ และยังช่วยให้บริการอื่นๆ ของ Mastercard สามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้อีกด้วย และช่วยให้ธุรกิจอื่นๆ ที่ต้องการรองรับการใช้จ่ายเงินสกุลดิจิทัลสามารถทำได้ง่ายๆ นั่นหมายความว่าธุรกิจอื่นๆ ที่รองรับการใช้จ่ายผ่านเงินสกุลดิจิทัลก็จะได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่

 

สะดวกทุกการใช้จ่ายและลงทุน

ในแง่ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ลงทุนในเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ที่ต้องการนำกำไรจากการลงทุนมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก็สามารถทำได้ง่าย โดยสามารถใช้บัตร Mastercard ทั้งบัตรเครดิต บัตรเดบิตและบัตรพรีเพดแทนการใช้จ่ายด้วยเงินสดปกติ นั่นหมายความว่าในอนาคตตลาดเงินดิจิทัลจะมีแนวโน้มที่เติบโตเพิ่มมากขึ้น จากความสะดวกสบายในการใช้จ่ายเงินดิจิทัล โดยไม่ต้องดสียเวลายุ่งยากไปกับการแลกเปลี่ยนเป็นเงินสกุลปกติ

ในทางกลับกัน Mastercard อาจให้บริการแลกเปลี่ยนเงินสกุลปกติทั่สไปเป็นเงินดิจิทัลสกุลต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในการลงทุนที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนกลุ่มคนรุ่นใหม่สามารถเพิ่มสินทรัพย์ด้านดิจิทัลได้ง่ายและรวดเร็ว ก่อให้เกิดการลงทุนครั้งใหญ่และช่วยสร้างรายได้อีกทางให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทั้งนี้ 3 พันธมิตรของ Mastercard มองไปในทิศทางเดียวกันว่า

การร่วมมือกันในครั้งนี้จะช่วยเร่งให้ผู้บริโภคหันมาใช้เงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ในเชิงพาณิชย์มากขึ้น ซึ่งจะทำให้การชำระเงินมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมและส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจแบบใหม่ๆ ซึ่งไม่เพียงแต่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงภาคธุรกิจทั่วโลก


  • 1
  •  
  •  
  •  
  •  
Gigolo
เมื่อเทคโนโลยีอยู่ใกล้กับชีวิตทุกคน มารู้เท่าทันเทคโนโลยีเพื่อใช้มัน แต่อย่าให้เทคโนโลยีมันใช้เรา