‘หยุดประชุม แล้วไปทำงาน!’ Instagram สั่งล้างบางการประชุมซ้ำซาก ทวงคืนเวลาให้งานแบบจริงจัง พร้อมเปิดโอกาสให้พนักงานปฏิเสธการประชุมที่รบกวนได้

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

 

ปัญหาที่คนทำงานแทบทุกคนต้องเจอคือ ‘ภาวะตารางงานไหล’ ที่เต็มไปด้วยการประชุมซ้อนกันจนแทบไม่มีเวลาหายใจ พอเงยหน้ามองนาฬิกาอีกทีหมดวัน โดยที่งานจริงๆ ยังไม่ได้เริ่ม และปัญหานี้ไม่ได้เกิดแค่กับบริษัททั่วไป แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง Instagram กำลังเผชิญวิกฤตนี้เช่นกัน จนนำมาสู่การประกาศนโยบายใหม่

Adam Mosseri (Head of Instagram) ผู้บริหารสูงสุดของอินสตาแกรม ได้ออกมาประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ในการกำจัดสิ่งที่รบกวนการทำงานออกไปให้มากที่สุด และพบว่าการประชุมคือตัวการทำงายสมาธิในการทำงานตัวฉกาจทีเดียว

 

ปัญหาคืออะไร?

 

Mosseri มองว่าพนักงานใช้เวลาและพลังงานไปกับสิ่งที่ไม่ใช่เนื้องานจริงมากเกินไป 

 

  1. การประชุมที่มากเกินความจำเป็น: ตารางงานที่แน่นไปด้วยการอัปเดตงานที่ซ้ำซาก
  2. วัฒนธรรมสไลด์โชว์: การเสียเวลาทำ Slide Decks สวยหรูเพื่อนำเสนอไอเดีย แทนที่จะเอาเวลาไปลงมือทำของจริง
  3. การขาดช่วงเวลาทำงานลึก (Deep Work): เมื่อโดนขัดจังหวะด้วยการประชุมตลอดเวลา สมองจึงไม่มีสมาธิพอที่จะคิดงานสร้างสรรค์หรือแก้ปัญหายากๆ

 

กลยุทธ์ ‘Meeting Purge’ รื้อปฏิทิน

 

  1. ล้างกระดานการประชุมทุก 6 เดือน ต่อไปนี้ การประชุมแบบ “Recurring Meetings” หรือการประชุมประจำที่ล็อกเวลาไว้ล่วงหน้า จะถูกลบออกจากปฏิทินทั้งหมดปีละ 2 ครั้ง เพื่อบังคับให้ทีมงานต้องคิดทบทวนใหม่ว่า “การประชุมนี้ยังจำเป็นจริงๆ อยู่ไหม?” ก่อนที่จะกดนัดใหม่อีกครั้ง
  2. ลดความถี่ของการคุยตัวต่อตัว (1-on-1) การเรียกคุยงานหรืออัปเดตงานรายบุคคล จะถูกปรับให้เหลือเพียงทุกๆ 2 สัปดาห์ (Bi-weekly) แทนที่จะทำถี่กว่านั้น เพื่อให้พนักงานมีเวลาไปทำงานของตัวเองมากขึ้น
  3. นโยบาย “Prototypes over Decks” เลิกวัดผลงานที่ความสวยของสไลด์นำเสนอ แต่ให้วัดกันที่ “ชิ้นงานต้นแบบ” (Prototypes) ที่จับต้องได้จริง การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยลดเวลาเตรียมตัวก่อนเข้าประชุม และผลักดันให้เกิดโปรดักต์จริงๆ เร็วขึ้น
  4. เคารพช่วงเวลา “Focus Blocks” บริษัทสนับสนุนให้พนักงานกล้าที่จะปฏิเสธคำเชิญประชุม หากเวลานั้นไปซ้อนทับกับช่วงเวลาที่กำหนดไว้ว่าเป็น “เวลาทำงานใช้สมาธิ” (Focus Blocks)

 

เอามาปรับใช้กับตัวเองอย่างไรได้บ้าง?

 

  • ตรวจสอบปฏิทินตัวเอง (Meeting Audit): ลองดูตารางงานสัปดาห์หน้า แล้วถามตัวเองว่ามีประชุมไหนบ้างที่สามารถเปลี่ยนเป็นแค่อีเมล หรือข้อความสั้นๆ ได้? ถ้ามี ให้ยกเลิกซะ
  • สร้างกฎ “No-Meeting Day”: กำหนดวันหนึ่งในสัปดาห์ (เช่น วันพุธ) ให้เป็นวันที่ห้ามมีการประชุมเด็ดขาด เพื่อให้ทีมได้ทำงานยาวๆ โดยไม่ถูกขัดจังหวะ
  • เน้นผลลัพธ์มากกว่าพิธีกรรม: ลดความสำคัญของรูปแบบการนำเสนอ แล้วมุ่งไปที่เนื้อหาหรือผลลัพธ์ของงาน จะช่วยประหยัดเวลาเตรียมตัวไปได้มหาศาล

 

การเคลื่อนไหวของ Instagram ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นความจริงข้อหนึ่งว่า “ความยุ่ง ไม่ได้แปลว่า ขยัน” และ “การประชุม ไม่ใช่ การทำงาน” การกล้าที่จะตัดสิ่งรบกวนออกไป และให้ความสำคัญกับเวลาทำงานอย่างมีสมาธิ (Deep Work) 


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
CLOSE
CLOSE