‘QSR – สตรีทฟู้ด’ หนุนธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสไทยโตกว่าค่าเฉลี่ยโลก! พร้อมเจาะเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภค-ธุรกิจร้านอาหาร

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Food Service

ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นสวรรค์ด้านอาหารการกิน มีตั้งแต่ร้านสตรีทฟู้ด ไปจนถึงร้าน Fine Dining อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์อาหารรายใหญ่ของโลก ล่าสุดข้อมูลจาก ดีลอยท์ (Deloitte) ระบุว่า อุตสาหกรรมบริการด้านอาหารของไทยมีอัตราการเติบโตในปี 2025 สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก และคาดว่าจะขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพต่อเนื่องไปจนถึงปี 2030

ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตดังกล่าว มาจากความแข็งแกร่งของ “ธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน” (Quick Service Restaurant: QSR) และมนต์เสน่ห์ของ “สตรีทฟู้ดไทย” ที่ครองแชมป์มูลค่าตลาดสูงสุด

ไม่แค่นั้นอุตสาหกรรมอาหารยังเปลี่ยนผ่านสู่ New Normal” ที่เทคโนโลยี รูปแบบร้านค้าแบบใหม่ และบรรจุภัณฑ์เดลิเวอรี กลายเป็นกุญแจสำคัญในการมัดใจผู้บริโภคยุคดิจิทัล

 

ธุรกิจบริการด้านอาหารในไทย โตแซงค่าเฉลี่ยตลาดโลก

ตลาดธุรกิจบริการด้านอาหารทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงของการเติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 2.98 ล้านล้านยูโรในปี 2025 ซึ่งถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากการฟื้นตัวหลังโควิด-19 สู่สภาพแวดล้อมธุรกิจที่มีความเสถียรภาพและมีการพัฒนาในเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

จากข้อมูลเบื้องต้นของรายงาน Foodservice Market Monitor 2026 โดยดีลอยท์ ซึ่งเปิดเผยล่วงหน้าให้กับ TUTTOFOOD  พบว่า ตลาดโลกเติบโต +2.2% ในปี 2025 เมื่อเทียบกับปี 2024 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากทวีปยุโรป (+6.0%) และเอเชียแปซิฟิก (+3.2%)

หากโฟกัสเฉพาะตลาด ธุรกิจบริการด้านอาหารในประเทศไทย เผยให้เห็นว่าในปี 2025 มีมูลค่าแตะ 26.8 พันล้านยูโร โตแซงตลาดโลกและมีการขยายตัวถึง +4.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

Food Service

 

QSR ดาวเด่นธุรกิจร้านอาหาร สตรีทฟู้ด เอกลักษณ์ของไทย

ปัจจัยที่ขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสในไทย มาจาก 2 เซกเมนต์หลักคือ

  • กลุ่มธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (Quick Service Restaurants หรือ QSR): เป็นกลุ่มธุรกิจที่มาแรงและเติบโตโดดเด่นถึง 1% ในปี 2025 โดยถูกจับตามองว่าเป็นเซกเมนต์ที่จะโตเร็วที่สุดในอนาคต การขยายตัวของเชนร้านอาหารกลุ่มนี้ช่วยผสานบริการ คุณภาพ และประสบการณ์ของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับซัพพลายเออร์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทั้งอีโคซิสเต็ม

Food Service

  • กลุ่มสตรีทฟู้ด (Street Food): เอกลักษณ์ที่แข็งแกร่งของไทย สามารถสร้างมูลค่าตลาดในประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยมูลค่ากว่า 8.79 พันล้านยูโรในปี 2025

Street Food

ตลาดธุรกิจบริการด้านอาหารของไทยยังคงมีแนวโน้มที่จะรักษาความแข็งแกร่งไปจนถึงปี 2030 ซึ่งช่วยตอกย้ำโอกาสที่เปิดกว้างสำหรับการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรมอาหารอย่างต่อเนื่อง

“ธุรกิจบริการด้านอาหารกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนรูปแบบการบริโภคที่เปลี่ยนไปและความซับซ้อนของซัพพลายเชน ในบริบทนี้ TUTTOFOOD’ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มธุรกิจอาหารชั้นนำของยุโรปตอนใต้ จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนอินไซต์ทางการตลาดให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเชื่อมโยงผู้ผลิตทั่วโลกกับผู้ซื้อระดับแนวหน้ากว่า 4,000 ราย โดยมีโปรแกรมผู้ซื้อ (Buyers Program) ที่มาช่วยสนับสนุนและจัดขึ้นร่วมกับสำนักงานพาณิชย์อิตาลี (ITA – Italian Trade Agency)” คุณอันโตนิโอ เชลลี (Antonio Cellie) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Fiere di Parma ผู้จัดงาน TUTTOFOOD กล่าวถึงบทบาทของ TUTTOFOOD ต่อธุรกิจบริการด้านอาหาร

Antonio Cellie-TUTTOFOOD
คุณอันโตนิโอ เชลลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Fiere di Parma ผู้จัดงาน TUTTOFOOD

 

จับตาเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภค และการปรับตัวของร้านอาหาร

พฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว โดยมีเทรนด์ที่คาดการณ์ว่านับวันจะทวีความสำคัญมากขึ้น ได้แก

บรรจุภัณฑ์ คือ หัวใจสำคัญของเดลิเวอรี: ปัจจุบันการให้บริการผ่านเดลิเวอรีเป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญไปแล้ว ทำให้ “บรรจุภัณฑ์ระดับพรีเมียม” กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของบริการนี้ โดยพบว่า

  • 90% ของผู้บริโภคพร้อมสั่งอาหารหลากหลายประเภทมากขึ้นหากมีบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์
  • กว่า 53% ยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ดี 

Food Service

– ความคุ้มค่าและประสบการณ์ดิจิทัล: ผู้บริโภคยุคนี้ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าเป็นหลัก ควบคู่ไปกับความต้องการด้านประสบการณ์ดิจิทัล โดยพบว่า

  • ผู้บริโภคประมาณ 80% มีความต้องการประสบการณ์ดิจิทัลตลอดการใช้บริการเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง แม้ว่าระบบเหล่านี้จะยังไม่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในตลาดแต่ละประเทศก็ตาม

ผู้ประกอบการปรับโมเดลร้านค้า รับเทรนด์เดลิเวอรี-ซื้อกลับบ้านโต: การเติบโตของการบริโภคนอกร้าน ส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารปรับเปลี่ยนรูปแบบร้านค้า พบว่า

  • กว่า 41% ของผู้ประกอบการวางแผนเพิ่มพื้นที่สำหรับบริการ Delivery และซื้อกลับบ้านโดยเฉพาะ
  • 34% ของร้านอาหารบริการด่วน จะเน้นการเปิดสาขาสำหรับซื้อกลับบ้านเพียงอย่างเดียว

– ระบบอัตโนมัติ (Automation) ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย: ธุรกิจร้านอาหารหันมาใช้เทคโนโลยีให้บริการลูกค้ามากขึ้น

  • 74% ของผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพ แม้ปัจจุบันจะมีเพียง 28% ที่รายงานว่าได้รับผลกำไรที่เพิ่มขึ้น แต่ถือเป็นโอกาสที่ชัดเจนในการปรับปรุงประสิทธิภาพและสร้างนวัตกรรมต่อไปในอนาคต

Food Service

ทางด้าน คุณทอมมาโซ นาสตาซี (Tommaso Nastasi) พาร์ทเนอร์จากดีลอยท์ และผู้นำด้านบริการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation Service) กล่าวว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การเติบโตของตลาดธุรกิจบริการด้านอาหารถูกขับเคลื่อนโดย 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  1. การขยายรูปแบบธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน
  2. การเติบโตของเชนร้านอาหาร ซึ่งพิสูจน์แล้วสามารถผสานทั้งบริการ คุณภาพ และประสบการณ์ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่งผลให้ช่องทางนี้มีความน่าสนใจมากขึ้นสำหรับทั้งห่วงโซ่คุณค่า โดยความร่วมมือกับเชนร้านอาหารไม่เพียงแต่ช่วยให้ซัพพลายเออร์เพิ่มประสิทธิภาพด้านการขาย ลดต้นทุนในการให้บริการเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกัน เพื่อนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์เฉพาะด้านมากขึ้น และสร้างมูลค่าที่เหนือกว่าให้เกิดขึ้นทั่วทั้งอีโคซิสเต็มในที่สุด

Tommaso Nastasi-Deloitte
คุณทอมมาโซ นาสตาซี พาร์ทเนอร์จากดีลอยท์ และผู้นำด้านบริการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation Service)

การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่ “New Normal” ของอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการดำเนินงาน นวัตกรรมรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ และการเชื่อมโยงซัพพลายเชน ที่กำลังกลายเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนการแข่งขันทั่วทั้งอุตสาหกรรม


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
WP
อยู่ในแวดวงนิตยสารธุรกิจการตลาดกว่าสิบปี สนุกและชอบติตตามเทรนด์ ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ และอยากเรียนรู้เพิ่มเติมในแพลตฟอร์มดิจิทัล มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การตลาดและดิจิทัลร่วมกันนะคะ