จาก Pain Point คนใช้พัดลม สู่ Creative Campaign : SHARP ให้คนลอง “กด ดึง เหยียบ” ของจริงกลางเมือง

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

 

ช่วงที่อากาศเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน แบบนี้ ถ้ามีอะไรสักอย่างที่คนอยากให้ “ทน” มากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นพัดลม โดยเฉพาะเวลาปุ่มเริ่มยุบ เชือกเริ่มฝืด หรือเปิดหนักแค่ไหนก็กลัวพังกลางทาง SHARP เลยหยิบ Pain Point เหล่านี้มาต่อยอดเป็นกิจกรรม THE REAL LUCKY FAN” ที่ไม่ได้แค่มาพูดเฉยๆ แต่ท้าพิสูจน์ให้คนลอง “เหยียบ กด ดึง” กันสดๆ กลางสยามไปเลย ว่าจะอึดจริงแค่ไหน!

 

วันนี้เราต้องยอมรับความจริงว่า พัดลม แทบทุกยี่ห้อ เย็นเท่าๆ กันหมด แทบจะไม่มีความแตกต่างแล้ว  สิ่งที่จะแข่งกันมากที่สุดก็คือเรื่องความ อึด ถึก ทน ดังนั้น SHARP เลือกที่จะท้าทายผู้คนด้วยการพิสูจน์ว่า สินค้าของเขานั้นทนจริง พร้อมเปลี่ยน Pain Point ของคนใช้พัดลม ให้กลายเป็น Brand Experience กลางสยาม ผ่านกิจกรรม THE REAL LUCKY FAN” ที่ชวนคนมา “เหยียบ กด ดึง” เพื่อพิสูจน์ความอึดของพัดลมด้วยตัวเอง

SHARP เปลี่ยน “ความทน” ให้กลายเป็น Experience Marketing

ที่ผ่านมา SHARP สื่อสารจุดแข็งเรื่องความทนของพัดลมผ่านแนวคิด “สวย ทน เลือกใช้ไม่ต้องกังวล” มาอย่างต่อเนื่อง แต่ครั้งนี้แบรนด์ไม่ได้หยุดแค่การเล่าในโฆษณา เพราะเลือกต่อยอดมาสู่การสร้างประสบการณ์จริงให้ผู้บริโภคได้สัมผัสด้วยตัวเอง

แคมเปญ “THE REAL LUCKY FAN” จึงเกิดขึ้นในฐานะ Interactive Brand Activation ที่หยิบ Insight เล็กๆ จากชีวิตประจำวันของคนใช้พัดลมมาขยายต่ออย่างเข้าใจผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น ปุ่มเปิด-ปิดที่ใช้ไปนานแล้วเริ่มยุบ เชือกดึงที่มักขาดง่าย หรือการใช้งานหนักในช่วงหน้าร้อน ทั้งหมดคือ Pain Point ที่คนใช้งานจริงเคยเจอ และ SHARP เลือกใช้มันเป็น “เวทีพิสูจน์สินค้า” แบบตรงไปตรงมา

จาก Product Demo สู่ “เกมกลางเมือง” ที่คนอยากเล่น

ไอเดียของงานนี้คือการเปลี่ยนการทดลองสินค้าแบบเดิมๆ ให้กลายเป็นเกม Interactive ที่ทั้งสนุกและแชร์ต่อได้ โดย SHARP ยกกิจกรรมไปไว้กลางลานกลางแจ้งย่านสยามในช่วงอากาศร้อนจัด พร้อมเปิดให้คนร่วมพิสูจน์ความทนของพัดลมทั้ง 3 รุ่น ผ่านวิธีสุดครีเอทีฟอย่าง ใช้เท้าเหยียบ ใช้นิ้วกด หรือใช้มือดึง ตามสไตล์ที่ตัวเองถนัด

ความน่าสนใจคือ แบรนด์ไม่ได้ทำให้กิจกรรมดูเป็น “การขายของ” ตรงๆ แต่ทำให้มันมีความเป็น Entertainment Experience มากพอที่จะดึงคนให้หยุดดู และอยากเข้าร่วมเองโดยธรรมชาติ

ยิ่งมีการแจกของรางวัล ทั้งพัดลมฟรี ส่วนลด และของพรีเมียมต่างๆ ก็ยิ่งช่วยเติม Gamification เข้าไปในแคมเปญ ทำให้ผู้คนอยากมีส่วนร่วมมากขึ้น

เมื่อ “ความทน” กลายเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้จริง

สิ่งที่น่าสนใจของแคมเปญนี้ คือ SHARP เข้าใจว่าผู้บริโภคยุคนี้ไม่ได้เชื่อแค่โฆษณาอีกต่อไป โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Gen Y ที่แม้จะชอบดีไซน์ แต่ก็ยังให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่า” และอายุการใช้งานของสินค้าเช่นกัน ดังนั้น แทนที่จะบอกว่าทน แบรนด์เลยเลือก “เปิดให้ลอง” แบบไม่มีฟิลเตอร์ ซึ่งช่วยตอกย้ำจุดแข็งของสินค้าได้ชัดเจนกว่าเดิม ทั้งเรื่อง รับประกัน 3 ปีทุกชิ้นส่วน มาตรฐานคุณภาพจากญี่ปุ่น เชือกดึงที่รองรับการใช้งานมากกว่า 10,000 ครั้ง และเมื่อผู้บริโภคได้ลองเอง ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ก็ยิ่งเกิดขึ้นแบบ Organic มากกว่าการสื่อสารโดยตรงจากแบรนด์เพียงฝ่ายเดียว

 

“THE REAL LUCKY FAN” เป็นตัวอย่างที่ชัดของการทำ Creative Campaign ที่สร้างสรรค์ได้มากกว่าการขาย Product Feature แต่เปลี่ยนจุดขายให้กลายเป็น Moment ที่คนอยากมีส่วนร่วมได้นั่นเอง.


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
pigabyte
การเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้น มาเรียนรู้และสนุกไปกับบทความ จาก MarketingOops! กันนะคะ แล้วเราจะได้ค้นพบว่าโลกของ Marketing นั้น So Sexy and Cool!