
ตลอด 5 เดือนแรกของปี 2569 โลกโซเชียลมีเดียไทยคึกคักกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นเทศกาล การเมือง ความขัดแย้งระหว่างประเทศ วิกฤตเศรษฐกิจ ไปจนถึงกระแสบันเทิงและแฟนด้อม ทุกอย่างล้วนกลายเป็น “ปรากฏการณ์” บนโซเชียลมีเดียได้ในชั่วข้ามคืน
บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) ได้ทำการเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องผ่านเครื่องมือ Zocial Eye ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 พฤษภาคม 2569 เพื่อหาคำตอบว่าอะไรคือประเด็นที่จุดกระแสสังคมไทยได้มากที่สุดในปีนี้ พบว่า 10 ประเด็นที่เกิดขึ้นสะท้อนทั้งวิถีชีวิต ความกังวล และความหลงใหลของคนไทยในยุคดิจิทัล ตั้งแต่สงกรานต์ที่สร้างเอนเกจเมนต์ทะลุ 675 ล้านครั้ง ไปจนถึงกระแสแฟนด้อมที่พิสูจน์แล้วว่าพลังของชุมชนออนไลน์ไทยนั้น ไม่แพ้ชาติใดในโลก
มาดูกันว่าครึ่งปีแรกของ 2569 คนไทยพูดถึงอะไร รู้สึกอย่างไร และโซเชียลมีเดียได้เปลี่ยนแปลงวิธีที่เรารับรู้โลกใบนี้ไปแค่ไหน
10 ประเด็นที่โซเชียลมีเดียให้ความสนใจ ช่วง 5 เดือนแรกของปี
- สงกรานต์ 2569 (675,078,728 เอนเกจเมนต์)
สงกรานต์ไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลแห่งความสุขและวันรวมญาติของคนไทยเท่านั้น หากแต่บนโลกออนไลน์ สงกรานต์ยังเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างปฏิสัมพันธ์มหาศาล มีข้อความที่เกี่ยวข้องกับสงกรานต์เกิดขึ้นมากถึง 1,274,057 โพสต์ และสร้างเอนเกจเมนต์ รวมกันสูงถึง 675 ล้านครั้ง ตัวเลขระดับนี้สะท้อนว่าเทศกาลปีใหม่ไทยได้แปรสภาพจาก “ประเพณี” สู่ “แพลตฟอร์มทางเศรษฐกิจ” อย่างเต็มตัว โดยวันที่ 13 เมษายน มีโพสต์เกิดขึ้นภายในวันเดียวถึง 158,267 โพสต์ และมี TikTok เป็นช่องทางที่ทรงอิทธิพลสูงสุด ครองสัดส่วนเอนเกจเมนต์ราว 60% ของทั้งหมด เมื่อเจาะลึกในระดับแฮชแท็ก พบว่า ICONSIAM คือผู้เล่นที่สร้างเอนเกจเมนต์ได้สูงที่สุดด้วยกลยุทธ์ใช้หลายแฮชแท็กควบคู่กัน ทั้ง #iconsiamsongkran, #สงกรานต์ที่ไอคอนสยาม และ #lingormxsongkraniconsiam รวมกันมากถึง 64,657 โพสต์ และ 47.35 ล้าน เอนเกจเมนต์
- เลือกตั้ง 2569 (447,628,739 เอนเกจเมนต์)
การเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2569 สร้างเอนเกจเมนต์ รวมกว่า 447.6 ล้านครั้งจาก 273,330 โพสต์ ตลอด 6 เดือน โดย TikTok ครองเอนเกจเมนต์ ถึง 53.9% แม้มีสัดส่วนจำนวนโพสต์เพียง 10.5% สะท้อนพลังของประชาชนบนโซเชียลมีเดีย ในการกำหนดวาทกรรมทางการเมือง จุดที่น่าสังเกตคือช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์สร้างเอนเกจเมนต์ สูงถึง 267 ล้านครั้ง และสัปดาห์หลังวันเลือกตั้งกลับมีเอนเกจเมนต์ สูงกว่าวันเลือกตั้งเอง เนื่องจากกระแส #นับใหม่ทั้งประเทศ และ #ชลบุรีเขต1 ที่รวมกันทะลุ 74 ล้านครั้ง จากข้อสงสัยเรื่องความไม่โปร่งใสในการนับคะแนน ส่วนการแข่งขันระหว่างพรรคนั้น พรรคประชาชนครองเอนเกจเมนต์ สูงสุดที่ 21 ล้านครั้ง ตามด้วยภูมิใจไทย เพื่อไทย และประชาธิปัตย์ตามลำดับ ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่าโซเชียลมีเดียได้กลายเป็นอีกหนึ่งเวทีประชาธิปไตยที่ประชาชนใช้ตั้งคำถาม ตรวจสอบ และแสดงออกทางการเมืองแบบเรียลไทม์
- กรณีพิพาทไทย-กัมพูชา (227,766,304 เอนเกจเมนต์)
กรณีพิพาทไทย–กัมพูชาปี 2569 สร้างเอนเกจเมนต์ สะสมกว่า 277 ล้านครั้ง จาก 2.3 ล้านข้อความ โดยสิ่งที่โดดเด่นคือโพสต์ที่ติด Top Engagement ไม่ใช่ภาพการสู้รบหรือแถลงการณ์จากทางการ แต่เป็นคลิปเชิงอารมณ์ที่เล่าเรื่องทหารกลับบ้านพบลูก, หมาที่วิ่งเข้ามากลางดงกระสุน, และ อินฟลูเอนเซอร์ที่ถูกกล่าวถึงจากการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือทหาร ขณะเดียวกันความขัดแย้งยังลุกลามเป็น “สงครามวัฒนธรรม” โดยประเด็นเหล่านี้สร้างเอนเกจเมนต์รวมกว่า 10 ล้านครั้ง บ่งชี้ว่าคอนเทนต์เคลมวัฒนธรรมไม่ใช่กระแสรอง แต่เป็นกระแสที่มีพลังเชิงไวรัลเทียบเท่ากับข่าวสู้รบ
นอกจากนั้นอินฟลูเอนเซอร์ยังดึงความสนใจไปยังการเปิดโปงเครือข่ายทุนจีนสีเทาและศูนย์สแกมเมอร์ชายแดน วิกฤตครั้งนี้จึงสะท้อนโครงสร้างใหม่ของพลังสื่อสารสาธารณะที่อินฟลูเอนเซอร์กลายเป็นแกนหลักและสื่อกระแสหลักต้องเดินตาม
- สงครามสหรัฐอเมริกา อิสราเอลและอิหร่าน (170,775,541 เอนเกจเมนต์)
สงครามอิหร่านปี 2569 เริ่มจากปฏิบัติการ Epic Fury ของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งสามารถสร้าง เอนเกจเมนต์บนโซเชียลไทยรวม 170.7 ล้านครั้งจาก 303,628 โพสต์ โดย TikTok เป็นแพลตฟอร์มหลักด้วยเอนเกจเมนต์ 92.6 ล้านครั้ง ประเด็นที่คนไทยสนใจสูงสุดไม่ใช่ตัวสงคราม แต่คือผล กระทบใกล้ตัวอย่างราคาน้ำมันและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ สะท้อนผ่านการกล่าวถึง “โดนัลด์ ทรัมป์” ที่สูงกว่า 56.8 ล้าน เอนเกจเมนต์ และ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ ไทยที่มีเอนเกจเมนต์ สูงกว่าผู้นำคู่สงครามอย่างคาเมเนอีและเนทันยาฮูรวมกัน
กรณีเรือมยุรีนารีที่ถูกโจมตียิ่งจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไทยเรื่องการช่วยเหลือที่ล่าช้า โดย Negative Sentiment กว่า 4 ใน 10 พุ่งเป้าไปที่ราคาน้ำมันและรัฐบาลไทย ไม่ใช่ที่อิหร่านหรืออิสราเอล บ่งชี้ว่าสงครามห่างไกล 6,000 กิโลเมตรสามารถแปรเป็นวาระการเมืองในประเทศได้ภายในชั่วโมงเดียว และแปรเปลี่ยนเป็นวาระทางการเมืองภายในประเทศได้ทันที เอนเกจเมนต์ที่เกิดขึ้นไม่ได้บอกเล่าความสนใจในภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนความวิตกของชนชั้นกลางไทยอีกด้วย
- วิกฤตน้ำมันแพง 2569 (131,379,956 เอนเกจเมนต์)
วิกฤตราคาน้ำมันแพงสร้างเอนเกจเมนต์บนโซเชียลมีเดียรวมกว่า 131.3 ล้านครั้ง จาก 488,158 ข้อความ โดย Facebook เป็นแพลตฟอร์มที่มีการพูดถึงมากที่สุด ขณะที่ TikTok กลายเป็นช่องทางหลักในการกระจายกระแส ด้วยเอนเกจเมนต์กว่า 52.5 ล้านครั้ง แม้มีสัดส่วนจำนวนโพสต์เพียง 6.2% แสดงให้เห็นว่าวิดีโอสั้นสามารถทำให้ประเด็นนี้เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว เมื่อวิเคราะห์ Sentiment พบว่า Negative สูงถึง 57.04% ขณะที่ Positive มีเพียง 2.50% แสดงให้เห็นว่าบทสนทนาเรื่องน้ำมันไม่ได้เป็นเพียงการติดตามข่าวราคาน้ำมัน แต่สะท้อนความไม่พอใจและความกังวลของผู้บริโภคต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทั้งค่าเดินทาง ค่าขนส่ง และราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยกระแสเริ่มต้นจากความกลัวสงครามสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน รวมถึงความเสี่ยงในการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนลุกลามสู่คำถามต่อมาตรการตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน
เหตุการณ์ “ลักหลับขึ้นราคาน้ำมัน” และเสียงสะท้อนจากผู้มีรายได้น้อย เช่น ไรเดอร์และคนขับรถขนส่งที่รู้สึกว่ารายได้ตามไม่ทันต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน #ราคาน้ำมัน และ #น้ำมันแพง ยังถูกผูกโยงเข้ากับการเรียกร้องให้นายกฯ อนุทินและรัฐบาลรับผิดชอบอย่างชัดเจน โดยมี TikTok เป็นช่องทางหลักที่ทำให้ความกังวลของผู้บริโภคถูกขยายประเด็นอย่างรวดเร็ว
- OLYMPOP (101,620,183 เอนเกจเมนต์)
OLYMPOP 2026 งานกีฬาสีประจำปีของเหล่า T-POP ที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากกลุ่มแฟนด้อม ตัวเลขเอนเกจเมนต์ 101.6 ล้านครั้งจาก 99,802 โพสต์ โดยเอนเกจเมนต์ เกิดขึ้นมากที่สุดใน 2 วัน ช่วงเวลาที่แฟนคลับประทับใจ หรือการโฟกัสถ่ายศิลปินที่รัก โดยเฉพาะ Real-Time Moment ที่ผู้ชมในงานแชร์ออกมาแทบจะทันที เป็น User Generated Content สร้างเอนเกจเมนต์รวมได้มหาศาล
จากการนำแฮชแท็กและคีย์เวิร์ดของแต่ละศิลปินมาวิเคราะห์ พบการจัดอันดับเอนเกจเมนต์ ที่บ่งชี้ความนิยมเชิงโซเชียลอย่างชัดเจน อันดับ 1 คือ BUS Because of You I Shine ด้วยเอนเกจเมนต์ 15,399,971 ครั้ง อันดับ 2 PiXXiE 7,962,622 เอนเกจเมนต์ และอันดับ 3 คือ 4EVE 6,813,369 เอนเกจเมนต์ ชี้ให้เห็นว่าแฟนด้อมขนาดใหญ่รวมพลังกันผลักดันให้ศิลปินของพวกเขาอย่างเต็มที่
- ประกันสังคม (86,084,030 เอนเกจเมนต์)
ช่วงต้นปี 2569 ถือเป็นช่วงเวลาที่ร้อนแรงที่สุดช่วงหนึ่งของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) บนโลกออนไลน์ เกิดเอนเกจเมนต์ได้มากถึง 86 ล้านครั้งจาก 903,286 ข้อความ โดยประเด็นเรื่องเงินออมและสวัสดิการของคนทำงานถูกขุดคุ้ยและถูกตั้งคำถามอย่างหนักจากสื่อมวลชนและพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชน ตั้งแต่เรื่องการปรับฐานเงินสมทบ ความโปร่งใสในการบริหารภายในองค์กรไปจนถึงกระแสกดดันให้ปฏิรูปประกันสังคมผ่านการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ ในขณะที่ทัศนคติเชิงลบที่เกิดขึ้นกว่า 70% ของข้อความทั้งหมดคือความไม่พอใจของประชาชนที่เงินสมทบของคนทำงานถูกใช้อย่างไม่คุ้มค่า จึงนำไปสู่ข้อเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนสามารถเลือก ยกเลิก หรือ ย้าย ไปออมเงินกับกองทุนรูปแบบอื่นได้ตามสมัครใจ รวมถึงรณรงค์และเชิญชวนให้ผู้ประกันตนไปลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ เพื่อเข้าไปควบคุมทิศทางการใช้เงินกองทุนให้โปร่งใส ตรวจสอบและรื้อระบบงบประมาณภายในเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกันตน ซึ่งจากประกาศและข้อสรุปล่าสุดจากกระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคมได้มีการกำหนดวันเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569
- ซีรีส์ด้วงกับเธอ (78,582,754 เอนเกจเมนต์)
ซีรีส์วาย “ด้วงกับเธอ” หรือ Duang with You สร้างเอนเกจเมนต์บนโซเชียลมีเดียรวมกว่า 78.6 ล้านครั้ง จาก 331,771 ข้อความ ระหว่างเดือน มกราคม ถึง พฤษภาคม 2569 โดย X เป็นพื้นที่สนทนาหลักของแฟนด้อมด้วยสัดส่วนข้อความสูงถึง 94.02% จากพฤติกรรม Live-tweet การตั้งเธรดวิเคราะห์ฉาก และการใช้แฮชแท็กประจำตอน ขณะที่ TikTok กลายเป็นตัวกระจายกระแส แม้มีข้อความเพียง 0.99% แต่สร้างเอนเกจเมนต์ ได้ถึง 27.6 ล้านครั้ง หรือ 35% ของทั้งหมด ผ่านคอนเทนต์ประเภท Reaction clip, Highlight scene และ Fan edit ที่ช่วยดึงผู้ชมใหม่นอกฐานแฟนคลับเข้ามามีส่วนร่วม
เมื่อวิเคราะห์ Sentiment พบว่า Positive อยู่ที่ 50.36% สูงกว่า Negative ที่มีเพียง 6.87% สะท้อนว่าพื้นที่โซเชียลของซีรีส์เต็มไปด้วยความชื่นชมต่อนักแสดง ฉากสำคัญ และโมเมนต์ที่แฟนคลับอินร่วมกัน จุดเด่นของกระแสไม่ได้เกิดจากตัวซีรีส์เพียงอย่างเดียว แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยนักแสดง เมื่อนักแสดงนำสามารถสร้างเอนเกจเมนต์ หลายล้านครั้งจากบัญชีส่วนตัว และทำให้แฟนคลับติดตามต่อเนื่องทั้งในและนอกจอ ขณะเดียวกันแฮชแท็กประจำตอน เช่น #ด้วงกับเธอep10 และ #ด้วงกับเธอตอนจบ ยังสะท้อนพฤติกรรม Live Stream ที่ทำให้กระแสกลับมาพีคซ้ำทุกสัปดาห์ ซีรีส์เรื่องนี้จึงไม่ใช่เพียงคอนเทนต์บันเทิงที่คนดูแล้วจบ แต่เป็นปรากฏการณ์แฟนด้อมที่ใช้ X เป็นพื้นที่รวมตัว และใช้ TikTok เป็นเครื่องมือขยายการเข้าถึง รวมถึงใช้นักแสดงเป็นศูนย์กลางในการสร้าง Organic Engagement ระยะยาว
- ซีรีส์ มีสติหน่อยคุณธีร์ (72,171,420 เอนเกจเมนต์)
ซีรีส์วายเรื่อง มีสติหน่อยคุณธีร์ (Me and Thee Series) ของค่าย GMMTV นำแสดงโดย ปอนด์ ณราวิชญ์ และภูวินทร์ ตั้งสกุล ถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ ด้วยจำนวนคำสนทนารวมถึง 214,846 ข้อความ และสร้างเอนเกจเมนต์รวมกว่า 72 ล้านครั้ง โดย TikTok เป็น Platform หลักที่กินส่วนแบ่งเอนเกจเมนต์ไปได้ถึง 41.39% ในขณะที่ X และ IG ได้รับส่วนแบ่งเอนเกจเมนต์อยู่ที่ 33.13% และ 20.01% ตามลำดับ จะเห็นได้ว่าช่องทาง TikTok กลายเป็นช่องทางหลักสำหรับการสร้าง Awareness ในวงกว้าง ในขณะที่ช่องทาง X เป็น Community สำหรับการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันโดยกลุ่มแฟนด้อม ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เสพคอนเทนต์ยุคใหม่ที่ชัดเจน กล่าวคือ ผู้ชมในยุคปัจจุบันไม่ได้แค่ดูหรือติดตามซีรีส์แค่เพียงอย่างเดียว แต่ผันตัวเองเป็น Co-producer ของกระแส ทำคลิปรีแอ็กชัน ตัดต่อโมเมนต์คู่จิ้น แชร์ทวีต และร่วมกันสร้างกระแสจนแพร่หลายไปยังทุกแพลตฟอร์ม
10.มาสคอต “โพก้าซัง” POLCASAN (63,397,527 เอนเกจเมนต์)
ปรากฏการณ์ “โพก้าซัง” มาสคอตลูกครึ่งหมีขาว–วาฬออร์กาในฐานะ “ลูก” ของคู่จิ้นเตนิว จาก GMMTV สร้างยอดเอนเกจเมนต์ บนโซเชียลมีเดียทะลุ 63.4 ล้านครั้งจาก 70,439 โพสต์โดย X เป็นพื้นที่สนทนาหลักด้วยปริมาณโพสต์กว่า 73% แต่ TikTok และ Instagram กลับสร้างเอนเกจเมนต์ต่อโพสต์สูงกว่าหลายเท่า กระแสพุ่งสูงสุดช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์จากงาน #PolcaFamMeeting และวันเกิดคาแร็กเตอร์ ดึงดูดแบรนด์ใหญ่ข้ามอุตสาหกรรมทั้ง The Mall Group, Grab, Siam Paragon และ FWD เข้ามาร่วมกระแส สะท้อนว่าเศรษฐกิจแฟนด้อมไทยได้ก้าวเข้าสู่ยุค “IP-Driven Marketing” ที่แบรนด์ผนึกกำลังกับชุมชนแฟนด้อมสามารถครองพื้นที่สื่อเติบโตอย่างโดดเด่น
ข้อมูลทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า พฤติกรรมของคนไทยบนโซเชียลมีเดียในปัจจุบันไม่ใช่แค่ผู้บริโภคข่าวสารอย่างเดียวอีกต่อไป แต่คือผู้ขับเคลื่อนวาระทางสังคมตัวจริงเสียงจริง ไม่ว่าจะผ่านเทศกาล สถานการณ์ทางการเมือง ความขัดแย้งระหว่างประเทศ วิกฤตเศรษฐกิจ ไปจนถึงกระแสบันเทิงและแฟนด้อมนั่นเอง และนี่คือ 10 ประเด็นฮอตตลอดครึ่งปี 2569 ที่ไวซ์ไซท์ได้รวบรวมมาให้แล้ว!
///////
