เพราะเด็กโตไว! NIKE ขายแพคเกจแบบเหมาๆ จ่ายรายเดือนขั้นต่ำ 20$ ได้รองเท้าใหม่ใส่ทุก 3 เดือน

  • 16
  •  
  •  
  •  
  •  

pain point ของมนุษย์แม่ทั้งหลายที่อยากจะจับลูกแต่งตัวเฟียซๆ แต่ลำบากใจเหลือเกินกับการต้องซื้อใหม่ เปลี่ยนไซส์บ่อยๆ เพราะเด็กโตไว

แบรนด์ดังอย่าง “ไนกี้” ก็เลยสบช่อง เปิดบริการใหม่เป็นระบบบอกรับสมาชิก ‘Nike Adventure Club’ เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองสามารถกดสั่งรองเท้าสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 2 ถึง 10 ขวบมาให้คุณลูกใส่เก๋ๆ อัพเดทเทรนด์แฟชั่นได้แบบไม่ต้องจ่ายรวดเดียว

บริการสมาชิกของไนกี้แบ่งออกเป็น 3 แพคเกจ เริ่มต้นที่ เดือนละ 20 ดอลลาร์ ได้รับรองเท้า 4 คู่ต่อปี ส่วนแพคเกจเดือนละ 30 ดอลลาร์จะได้รับรองเท้า 6 คู่ต่อปี ซึ่งจากทั้งสองแพคเกจนี้ เท่ากับว่า แม่ๆ จะสามารถซื้อรองเท้าได้ราคาเฉลี่ยที่คู่ละ 60 ดอลลาร์หรือประมาณ 1,800 บาท โดยแพคเกจแรกเหมาะสำหรับเด็กๆ ทั่วไปที่โตไวต้องเปลี่ยนรองเท้าตามวัยอยู่แล้ว ส่วนแพคเกจ 30 ดอลลาร์เหมาะสำหรับคุณลูกที่ทำรองเท้าพังบ่อยๆ 

ขณะที่แพคเกจสูงสุด คือ 50 ดอลลาร์ต่อเดือนนั้น จะได้รับรองเท้าใหม่จำนวน 12 คู่ในหนึ่งปี ตกราคาเฉลี่ยที่คู่ละ 50 ดอลลาร์หรือประมาณ 1,500 บาท เหมาะสำหรับซูเปอร์คิดส์ยอดนักกิจกรรมที่ต้องมีรองเท้าหลากหลายแบบ ซึ่งทั้งสามแพคเกจเป็นราคาสุทธิที่ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มเติมแอบซ่อนอยู่

สมาชิก nike adventure club สามารถเปลี่ยนไซส์ได้ตลอด เมื่อเด็กๆ โตขึ้น

อันที่จริงจะว่า “ถูก” ก็ไม่ใช่ เพราะจากโปรแกรมสมาชิกนี้ อย่างไรก็ต้องจ่ายเงินอย่างต่ำ 50 ดอลลาร์ หรือราวๆ 1,500 บาทเพื่อซื้อรองเท้าหนึ่งคู่อยู่ดี

แต่ข้อดีจากโปรแกรมนี้กลับอยู่ตรงที่ “การจ่ายเงินเป็นรายเดือน” ที่ทางแบรนด์เรียกว่า เป็นค่าสมาชิก แต่ถ้าจะมองว่านี่คือการ “แบ่งจ่าย” เงินล่วงหน้าสำหรับรองเท้าคู่ใหม่ก็คงไม่ผิดอะไร ซึ่งเหมาะกับสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ที่คนไม่อยากจะจ่ายเงินก้อนเพื่อซื้ออะไรแพงๆ

ดังจะเห็นได้จากหลายๆ แบรนด์แฟชั่นที่เริ่มทดลองใช้โมเดลนี้กันบ้างแล้ว เช่น Urban Outfitters และ American Eagle ที่เปิดให้ลูกค้าจ่ายรายเดือนแบบเหมาๆ และสามารถกดสั่งสินค้าใหม่มาใส่ก่อนใครได้ทุกคอลเลคชั่น

สำหรับรองเท้าที่ทางคลับมีให้เลือกก็จะแบ่งเป็นสองกลุ่มหลัก คือ รองเท้ากีฬา และ รองเท้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ โดยมีให้เลือกสองแบรนด์ คือ “ไนกี้” และ “คอนเวิร์ส” โดยเชื่อว่า คุณแม่นักคำนวณส่วนใหญ่จะต้องเลือกแบรนด์ไนกี้เป็นหลัก เพราะคุ้มกว่าถ้าเทียบกับเงินที่ต้องจ่ายเฉลี่ยที่ 60 ดอลลาร์

ยกตัวอย่างรองเท้าในแคตตาล็อกที่คลับนี้นำเสนอและคุ้มสุดๆ เช่น Nike Air Max Axis ราคาขายบนเว็บไซต์อยู่ที่ 80 ดอลลาร์ เช่นกันกับ Nike Air Max 1 Game Change ขายในราคา 80 ดอลลาร์ 

นอกจากนี้ ยังจะมีรุ่นพิเศษหลุดมาอยู่เรื่อยๆ ให้คุณแม่นัก CF กดจองกันให้ไว อย่างตอนนี้มีรองเท้า Nike Presto Extreme Vintage Floral ให้จับจอง โดยนอกจากราคาขายจริงจะสูงถึง 105 ดอลลาร์แล้ว มีเงินก็ยังซื้อไม่ได้ เพราะขายให้เฉพาะสมาชิกไนกี้เท่านั้น!!

พร้อมๆ กับกล่องรองเท้าที่ส่งมาให้ถึงบ้าน ก็คือแผ่นกิจกรรมที่จะเป็นชาเลนจ์ให้เด็กๆ ได้เล่นสนุก

สำหรับความต่างของโปรแกรมสมาชิกที่ไนกี้ทำนี้ เมื่อเทียบกับแบรนด์แฟชั่นอย่าง Urban outfitters และ American Eagle ที่เปิดให้ลูกค้าจ่ายรายเดือนแบบเหมาๆ และสามารถกดสั่งสินค้าใหม่มาใส่ก่อนใครได้ทุกคอลเลคชั่น

ที่ต่างกันคือโมเดลนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการ “เช่า” แต่สำหรับโปรแกรม Nike Adventure Club ลูกค้าจะได้เป็นเจ้าของรองเท้าเลยในกรณี้ที่จ่ายเงินครบตามแพ็คเกจ แต่สำหรับบางบ้านที่ไม่ต้องการเก็บรองเท้าไว้ให้รก แล้วก็ไม่มีใครให้ส่งต่อ ก็สามารถส่งรองเท้าคืนกลับไปให้ทางบริษัทได้

รองเท้าที่ยังมีสภาพดี ไนกี้จะจัดการส่งต่อไปยังองค์กรการกุศลเพื่อให้เด็กที่ขาดแคลน หรือถ้าคู่ไหนใส่จนคุ้มแล้ว ทางคลับฯ จะจัดการส่งรองเท้าผ่านศึกไปเข้าแคมเปญ NIKE grind แปรสภาพรองเท้าคู่เก่าไปสู่สนามเด็กเล่น

พื้นผิวสนามเด็กเล่นที่ผลิตจากรองเท้าเก่านำมารีไซเคิล

แคมเปญนี้ เรียกได้ว่า วิน-วิน กันทั้งสองฝ่าย เพราะอย่างไรเด็กๆ ก็ต้องเปลี่ยนรองเท้าไปทุกๆ ช่วงวัยที่โตขึ้นอยู่แล้ว ซึ่งตามค่าเฉลี่ยระบุไว้ว่า เด็กที่อายุต่ำกว่า 3 ขวบต้องการรองเท้าใหม่ทุกๆ 4 ครั้งต่อปี ส่วนเด็กที่อายุ 4-8 ขวบต้องเปลี่ยนรองเท้าราวๆ 2-3 คู่ต่อปี ขณะที่เด็กอายุระหว่าง 8-12 ขวบจะเปลี่ยนรองเท้าราวๆ 2 คู่ต่อปี

ผู้ปกครองจึงรู้สึกดีกว่าที่นอกจากจะได้ผ่อนจ่ายค่ารองเท้าที่ยังไงๆ ก็ต้องซื้อใหม่อยู่แล้ว แถมยังเป็น “ค่าใช้จ่ายตายตัว” ไม่ต้องคิดเยอะ หาตัวเลือกที่สบายกระเป๋าสตางค์

นอกจากการตอบโจทย์เรื่องค่าใช้จ่ายของพ่อแม่โดยหวังกระตุ้นยอดขายด้วยการผูกใจให้ซื้อสินค้าของแบรนด์ต่อเนื่องไม่ย้ายค่ายแล้ว ทางไนกี้ยังมองไกลไปถึงการสร้างแบรนด์ลอยัลตี้ให้เกิดขึ้นกับลูกค้าตัวน้อยอย่างเนียนๆ

เพราะพร้อมๆ กับรองเท้าคู่ใหม่ที่จัดส่งมาให้ถึงหน้าประตูบ้านแล้ว สิ่งที่ไนกี้ส่งมาให้ยังประกอบไปด้วยแผ่นเกมที่เป็นเหมือนชาเลนจ์ให้เด็กๆ เอาไปเล่นต่อ โดยจะเปลี่ยนเกมหรือกิจกรรมไปเรื่อยๆ หรือบางครั้งก็จะมีของชำร่วยเล็กๆ น้อยๆ เช่น สติกเกอร์ หรือถุงหูรูดสะพายหลัง ที่เด็กๆ สามารถเอาไปใช้งานได้

เรียกได้ว่า การพยายามทุกวิถีทางเพื่อจะ “มัด” ลูกค้าตัวน้อยไม่ให้หลุดออกจากจักรวาลไนกี้ไปได้เลย!

source : cnbc


  • 16
  •  
  •  
  •  
  •