แฮ็กป้ายแว่น Meta x Ray-Ban ทั่วลอนดอน “เจฟฟรีย์ เอปสตีน” โผล่พรีเซนเตอร์เสียดสีปมสอดแนม-ถูกถ่ายภาพโดยไม่ยินยอม

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

กลุ่มนักกิจกรรมชาวอังกฤษ “Everyone Hates Elon” ได้จัดปฏิบัติการกองโจรทั่วกรุงลอนดอน โดยดัดแปลงป้ายโฆษณาแว่นตาอัจฉริยะ Ray-Ban ที่ผลิตร่วมกันระหว่าง Meta และ Ray-Ban ซึ่งเดิมใช้ภาพของไคลี เจนเนอร์เป็นพรีเซนเตอร์ ให้กลายเป็นข้อความเสียดสีเกี่ยวกับการสอดแนมและการขาดความยินยอมจากผู้ถูกบันทึกภาพ

กลุ่มดังกล่าวใช้เทคนิคภาพเลนติคูลาร์ (lenticular overlay) ปรับป้ายโฆษณาให้เห็นภาพต่างกันตามมุมมอง จากภาพโปรโมตปกติของเจนเนอร์ กลายเป็นใบหน้าโครงกระดูกพร้อมข้อความเตือนว่าบริษัทกำลัง “จับตาดูอยู่เสมอ” นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งป้ายโฆษณาปลอมที่ป้ายรถเมล์ในลอนดอน โดยใช้ภาพของเจฟฟรีย์ เอปสตีน ผู้ต้องโทษคดีล่วงละเมิดทางเพศ ที่สวมแว่นตาสไตล์เดียวกัน พร้อมข้อความเสียดสีว่า แว่น Meta x Ray-Ban เป็นแว่นสำหรับคนที่ “ไม่สนใจเรื่องความยินยอม” และอีกป้ายหนึ่งบรรยายแว่นนี้ว่าเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ของ “เทคโนโลยีเพื่อพวกวิตถาร” นับตั้งแต่ยุคเสื้อโค้ทยาว พร้อมข้อความล้อเลียนคำสั่งเปิดกล้องของผู้ช่วย AI แคมเปญนี้ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ They Live (1988) ที่ใช้แว่นตาเผยข้อความซ่อนเร้นในโฆษณาทั่วไป

@peoplevselon

Recording everything we see and do constantly? It’s giving fascism, not fashion, @kyliejenner hun. It’s just been revealed that Meta is planning to make the glasses “continuously record audio while taking photos every few seconds" without any warning light* Literally NO ONE asked for this *Source: Financial Times

♬ original sound – People Vs Elon

สำหรับแว่นตาอัจฉริยะ Ray-Ban ของ Meta นั้นมาพร้อมกล้อง ไมโครโฟน ลำโพง และฟีเจอร์ AI ฝังอยู่ในกรอบแว่นที่ดูเหมือนแว่นทั่วไป ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพ วิดีโอ ไลฟ์สตรีมลง Facebook และ Instagram รวมถึงสั่งงานผู้ช่วย AI ด้วยเสียงได้ทันที ซึ่งเป็นจุดขายด้านความสะดวกและการใช้งานแบบมือเปล่า อย่างไรก็ตาม รูปลักษณ์ที่กลมกลืนกับแว่นทั่วไปทำให้เกิดคำถามเรื่องความยินยอมของผู้ที่ถูกบันทึกโดยไม่รู้ตัว

ทาง Meta ระบุว่าได้ออกแบบมาตรการป้องกันไว้ในตัวผลิตภัณฑ์ เช่น ไฟ LED สีขาวที่จะติดสว่างขณะบันทึกภาพหรือวิดีโอ และกล้องจะหยุดทำงานทันทีหากไฟดังกล่าวถูกปิดบังหรือถูกดัดแปลง ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นฟีเจอร์สำคัญด้านความเป็นส่วนตัว แต่บางฝ่ายเห็นว่าไฟสัญญาณนี้อาจถูกมองข้ามได้ง่าย โดยเฉพาะในสถานที่แสงจ้าหรือคนพลุกพล่าน ความกังวลนี้ทวีความรุนแรงขึ้นหลังมีรายงานว่าผู้ใช้บางรายนำแว่นไปบันทึกภาพคนแปลกหน้าเพื่อทำคลิปแกล้งหรือคลิปจีบสาวโดยไม่ได้รับความยินยอม ด้าน อดัม โมเซรี หัวหน้า Instagram ยืนยันว่าแพลตฟอร์มมีนโยบายลบเนื้อหาที่แสวงประโยชน์หรือคุกคามผู้อื่น และดำเนินการกับบัญชีที่ทำผิดซ้ำแน่นอน

สำหรับกลุ่ม Everyone Hates Elon ซึ่งเดิมก่อตั้งขึ้นเพื่อวิจารณ์อีลอน มัสก์ ได้ขยายเป้าหมายไปยังบริษัทเทคโนโลยีและโครงการของเหล่ามหาเศรษฐีรายอื่น รวมถึงชี้ให้เห็นว่า Meta กำลังทดสอบแว่นตาอัจฉริยะรุ่นใหม่ที่บันทึกเสียงและภาพได้ต่อเนื่องยาวนานขึ้น แม้ยังไม่วางจำหน่ายจริง กรณีนี้สะท้อนความตึงเครียดระหว่างการตลาดที่มุ่งขายความล้ำสมัยและความสะดวกสบาย กับความกังวลของสาธารณะชนต่อประเด็นความเป็นส่วนตัวและการสอดแนมในยุคทองของอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ

@peoplevselon Hey @kyliejenner this @rayban @meta glasses ad is better than your one x We don’t have to allow these pervert glasses to become normal. No one consented to this. LINK IN BIO TO LEGALLY OBJECT TO META RECORDING YOUR FACE AND VOICE VIA THEIR PERVERT GLASSES #kyliejenner ♬ original sound – People Vs Elon

ที่มาภาพ

แหล่งข่าว


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Big Gorilla
กอริลลาหน้าดำหัวใจโพนี ทุกวันนี้รู้ดีถึงพลังมิตรภาพ สมองอยากตื่นตัวแบบไม่สนใจกายหยาบ ตบอกดังป๊าบเวลาได้เห็นเวทมนตร์การตลาดยุคใหม่