3 เครื่องมือเบื้องต้นในการเรียนรู้จิตใต้สำนึกของลูกค้า

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ในการตัดสินใจของผู้บริโภคนั้นจริง ๆ แล้วขึ้นอยุ่กับความคิดและจิตวิทยาของผู้บริโภคนั้น ๆ ต่อสินค้าและบริการที่อยู่ในใจ ซึ่งอาจจะเกิดจากการได้เห็นโฆษณาผ่านโทรทัศน์ นิตยสาร Billboard หรือ Online เองก็ตาม นักการตลาดหวังว่าโฆษณาที่ทำไปนั้นจะสามารถทำให้ผู้บริโภคมีจิตวิทยาที่จะชอบโฆษณานั้น ๆ และทำให้เมื่อสินค้าและบริการออกสู่ตลาดจะมีความสนใจต่อกลุ่มเป้าหมายจนเกิดยอดขายขึ้นมาได้ หรือถ้าไม่ได้รับความสนใจ ก็หวังว่าจะได้ข้อมูลอะไรบางอย่างที่จะมาปรับปรุง การทำสื่อโฆษณานั้น ๆ และทำออกไปใหม่ ซึ่งข้อมูลที่นักการตลาดต้องได้มาเพื่อทำการวิเคราะห์จิตวิทยาหรือความเข้าใจความคิดของกลุ่มเป้าหมายนั้นมี 2 อย่างด้วยกัน 

  1. ข้อมูลของจิตสำนึก หรือ เชิงเหตุผลของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งสามารถได้ข้อมูลนี้มาจากการแสดงเหตุผลของการชอบไม่ชอบ จากการตั้งคำถามสอบถาม การทำแบบสอบถาม หรือการให้แสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ขึ้นมา แต่การเก็บข้อมูลแบบนี้ นักการตลาดจะไม่ได้ข้อมูลที่สำคัญหลาย ๆ อย่างไป เช่น การเปลี่ยนของความรู้สึกร่างกาย อารมณ์ต่าง ๆ หรือแม้กระทั้งการที่กลุ่มเป้าหมายไม่ยอมให้ข้อมูลเพราะความกลัวหรือความอาย ทำให้ขาดข้อมูลสำคัญที่จะวิเคราะห์ไปได้ 
  2. ข้อมูลของจิตใต้สำนึก หรือ เชิงอารมณ์ของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งการเก็บข้อมูลแบบนี้เกิดขึ้นมาได้เพราะศาสตร์ของการใช้ neuroscience ทำให้สามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ได้ด้วยการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะเก็บข้อมูลที่กลุ่มเป้าหมายไม่ยอมให้ข้อมูล หรือข้อมูลที่นักการตลาดไม่สามารถสังเกตุได้ เช่นการเก็บข้อมูลเหล่านี้ที่จะได้ข้อมูลทางจิตใต้สำนึกมานั้น มีตั้งแต่อัตราการเต้นหัวใจ การเหนี่ยวนำไฟฟ้าของร่างกาย การแสดงออกทางสีหน้า คลื่นสมองต่าง ๆ และการเก็บม่านตาหรือการขยับตาดำ การเกิดขึ้นของการแสดงออกเหล่านี้เกิดขึ้นนอกเหนือการควบคุมของสมอง และไม่สามารถโกหกหรือปิดบังได้ ทำให้สามารถเอาข้อมูลเหล่านี้มาิเคราะห์เพื่อทำการตลาดที่เจาะถึงจิตใต้สำนึกได้โดยตรงขึ้นมา 

ซึ่งวันนี้ผมจะมาแนะนำ 3 วิธีเบื้องต้นที่น่าใช้สำหรับนักการตลาดในการใช้การเก็บข้อมูลจิตใต้สำนึกของผู้บริโภคขึ้นมาได้ 

  1. Facial Recognition Software ในยุคนี้มีซอฟท์แวร์วิเคราะห์ใบหน้าของผู้คนออกมาหลากหลายรูปแบบมาก โดยเฉพาะซอฟท์แวร์จดจำใบหน้า แต่ในการใช้งานทางการตลาดนั้น การจับใบหน้านั้นไม่พอ แต่เป็นการเข้าใจอารมณ์ที่แสดงออกผ่านการแสดงสีหน้านั้น ๆ ในยุคนี้ที่มี AI/ML ที่มีความสามารถสูง และมีความละเอียดแม่นยำอย่างมาก ทำให้การเข้าใจว่าผู้บริโภคที่จับใบหน้านั้นมีความรู้สึกอย่างไรต่อโฆษณานี้ที่แสดงอยู่นั้นง่ายมากขึ้น ทำให้เข้าใจได้เพิ่มมากขึ้นว่าอะไรคือสาเหตุที่ชอบหรือไม่ชอบของโฆษณานั้น ๆ ขึ้นมาได้ หรือคนสนใจในช่วงไหน เศร้าในช่วงไหนหรือมีความสุขในช่วงไหนเพิ่มขึ้น
  2. Eye Tracking ในอดีตนั้นเทคโนโลยีการจบลูกตาหรือการมองของผู้บริโภคนั้นมีการใช้งานอย่างมากมาย ตัวอย่างเช่นการมาจับว่าคนอ่าน Content อย่างไร หรือมองดูโฆษณาในหน้าจออย่างไร จนถึงเอามาจับวิธีการมองสินค้าในห้างสรรพสินค้า ทำให้สามารถเห็น Pattern ต่าง ๆ ได้ ซึ่งตัวอย่างเช่น การหยุดสายตาว่าคนมีการจ้องมอง หรือไล่สายตาอย่างไร ทำให้คุณสามารถเรียงลำดับความสำคัญได้ถูกต้อง, ระยะเวลาในการจ้องมองว่าเป็นอย่างไร ทำให้เข้าใจว่าคนสนใจตรงไหนของการมองนั้น ๆ หรือตรงไหนที่ไม่น่าสนใจขึ้นมา ด้วยข้อมูลแบบนี้ทำให้เข้าใจได้ว่าสิ่งที่แสดงผลนั้นมีต่อความสนใจของกลุ่มเป้าหมายอย่างไร และสามารถเอาปรับใช้ได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นทางออนไลน์ หรือออฟไลน์
  3. Electrodermal Activity จับความรู้สึกของการเหนี่ยวนำไฟฟ้าที่ผิวของกลุ่มเป้าหมาย ผิวหนังของคนนั้นมีความสามารถเหนี่ยวนำไฟฟ้าได้จากการมีสิ่งเร้าเข้ามาผ่านทั้งภายนอกร่างกายหรือความรู้สึกของร่างกายขึ้นมา ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถวัดความรู้สึกและอารมณ์ของคนผ่านการเหนี่ยวนำศักย์ไฟฟ้าบนผิวคนนี้ เมื่อเกิดสิ่งเร้าภายนอกเข้ามาเช่นโฆษณา ทำให้กลุ่มเป้าหมายนั้นจะเกิดความรู้สึกต่าง ๆ และความรู้สึกเหล่านั้นจะถูกวัดด้วยขั้วไฟฟ้าที่ติดอยู่ที่ร่างกาย ทำให้สามารถเก็บข้อมูลได้ว่า มีความชอบหรือไม่ชอบอย่างไร ต่อสิ่งที่เป็นสิ่งเร้านั้น ๆ ขึ้น ซึ่งการเหนี่ยวนำนี้ไม่สามารถควบคุมได้ผ่านทางสมองออกมา จึงกลายเป็นการศึกษาที่ดีต่อจิตใต้สำนึกของคนขึ้นมาได้

ด้วยการที่สามารถเข้าใจจิตใต้สำนึกนี้ได้ ทำให้นักการตลาดจะสามารถออกแบบการตลาดที่ตรงจุดของกลุ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้นมาได้อย่างที นอกจากนี้ยังทำให้การตลาดนั้นมีประสิทธิภาพสูงสุด เข้าใจเหตุผลของความสนใจ และอารมณ์ของกลุ่มเป้าหมายได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย 


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Avatar
Molek
Head of Strategic Marketing ใน Integrated Service Agency ที่หนึ่ง ผู้หลงใหลในหลาย ๆ ที่มีความอยากรู้และเรียนรู้ในเรื่อง Startup, นวัตกรรม, การตลาด จากมุมมองหลาย ๆ ด้านและวัฒนธรรมของแบรนด์ต่าง ๆ