103.58.148.118

Exclusive

Ξ Leave a comment

5 เหตุผลว่าทำไมการทำ Strategy คุณถึงล่ม

posted by  2,135 views

การทำการสื่อสารทางการตลาด ถ้าจะให้ประสบความสำเร็จก็ต้องเริ่มจากการสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดขึ้นมา และลงมาถึงเรื่องกลยุทธ์การสื่อสารทางการตลาด เพื่อที่จะสามารถออกแบบการทำงานให้ตรงกับเป้าหมายที่อยากจะมุ่งไปให้ประสบความสำเร็จ หลาย ๆ ครั้งที่ทีมสร้างกลยุทธ์ออกมาอย่างดี เตรียมพร้อมรับมือหลาย ๆ อย่าง แต่ปรากฏว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ทำงานออกมาแล้วไม่ได้ผลดังเช่นกลยุทธ์ที่คิดเอาไว้เลย

digital-experience-slide

หลาย ๆ ครั้งการสร้างกลยุทธ์นั้นเกิดความผิดพลาดได้ง่าย ๆ เพราะความเข้าใจผิดต่าง ๆ ซึ่งจะส่งผลร้ายแรงที่ตามมา นอกจากนี้การสร้างกลยุทธ์ที่ผิดพลาดนั้นยังสามารถส่งผลมายังการทำ Content Strategy ต่าง ๆ ได้ด้วย ทั้งนี้ไม่ว่าคุณจะทำงานหนักแค่ไหนแต่ถ้าการวางแผนไม่ถูกต้อง งานที่ทำมาดีแค่ไหนก็ไม่สามารถแสดงประสิทธิภาพได้เต็มที่ ดังนั้นการรู้สาเหตุว่าทำไมกลยุทธ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะยุคนี้ที่ทำ Content Marketing กัน และ Content Strategy นั้นไม่เวิร์ค นั้นเกิดขึ้นเพราะอะไร จึงเป็นเรื่อวงสำคัญอย่างมาก เพื่อไม่ให้แรง และงบประมาณกับเวลาที่ลงไปนั้นสูญเปล่าไปอย่างไรประสิทธิภาพ ซึ่งวันนี้เราจะมารู้จัก 5 เหตุผลที่ทำไม Strategy ของคุณดันไม่เวิร์คขึ้นมา

1.  เข้าใจผิดว่า Tactics คือ Strategy : ในหลาย ๆ ครั้งที่เจอว่าทำไมทำงานแล้วไม่เวิร์ค หรือไม่เกิดผลอย่างที่ตั้งใจไว้ ก็เพราะความเข้าใจผิดอย่างมากที่เอา Tactics หรือ Tools มาเป็น Strategy ซึ่งผมเองก็เคยเจอประสบการณ์เช่นนี้เหมือนกัน ในการไปสอนที่มหาวิทยาลัยและพบว่านักศึกษาเข้าใจผิดระหว่างกลยุทธ์และยุทธวิธี ตัวอย่างเช่น ทำ Social Media เป็น Strategy หรือใช้ e-Mail Marketing เป็น Strategy สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ไม่ได้เป็น Strategy แค่เป็นเครื่องมือ หรือกลวิธีการทำงานเท่านั้นเอง การสร้าง Strategy จะเป็นไอเดียที่สำคัญว่าทำไมต้องทำงานนี้ขึ้นมา มันมีเบื้องหลังแนวคิดว่าว่าทำไมต้องเป็น concept นี้หรือเป้าหมายนี้ เพื่อที่จะทำให้ถึงเป้าหมาย การสร้างกลยุทธ์เกิดจากการเข้าใจความคิดของกลุ่มเป้าหมายจนเกิดการสร้างข้อความทางการตลาดที่จะสื่อสารออกมา แล้วจึงใช้เครื่องมือต่าง ๆ ในการสนับสนุนเพื่อให้กลยุทธ์นั้นเกิดผลชึ้นมา

ภาพจาก ResearchGate

ภาพจาก ResearchGate

2. ไม่เข้าใจปัญหาของกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง : หลาย ๆ ครั้งการทำการสื่อสารทางตลาดนั้นเกิดความผิดพลาดเพราะความไม่เข้าใจกลุ่มเป้าหมายว่ากำลังต้องการอะไร หรืออยากได้อะไรออกมา ทำเนื้อหาซ้ำ ๆ กันตาม ๆ กันโดยขาดการมองภาพในแบบผู้บริโภคมอง ยกตัวอย่างเช่นการทำเนื้อหาเพื่อบอกว่าทำไมต้องติดกล้องหน้ารถ จะเห็นว่าหลาย ๆ แบรนด์จะพูดเรื่องนี้ออกมา แต่แท้จริงแล้วผู้บริโภคที่อยากจะติดกล้องหน้ารถ อยากจะได้เนื้อหาในการเลือกกล้องหน้ารถที่ต้องการออกมาได้อย่างไร ดังนั้นการที่เข้าใจว่ากลุ่มเป้าหมายกำลังต้องการอะไร จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะสร้างกลยุทธ์ที่ตรงกับความต้องการหรือความคิดของกลุ่มเป้าหมายออกมาให้ได้

3. คุณไม่ได้ให้คุณค่าอะไรที่มากเพียงพอ : เมื่อคุณทำการสื่อสารทางการตลาดออกมาในยุคนี้ ไม่ได้เป็นเรื่องการแลกเปลี่ยนหรือซื้อสินค้าให้เหมือนในอดีตอีกแล้ว แต่เป็นการมอบคุณค่าในหลาย ๆ อย่างให้กับผู้บริโภคไป ดังนั้นการที่คุณสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดออกมา ลองนึกถึงตัวอย่างเช่นการที่แบรนด์มาเล่าสรรพคุณของแบรนด์ แทนที่จะมาเล่าถึงว่าวิธีการที่ต้องใช้งานหรือวิธีแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นมา หรือตัวอย่างที่เล่าไปในเรื่องการทำเนื้อหากล้องติดรถยนต์ที่คุณทำเนื้อหาทั่ว ๆ ไปจนไม่ได้มีความน่าสนใจขึ้นมา ไม่มีคุณค่าเนื้อหากว่าเนื้อหาอื่น ๆ  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ให้อะไรกับผู้บริโภคเท่าไหร่ แบบอ่านแล้วคือจะรู้ไปทำไม ไม่ได้ให้สิ่งที่มีค่าให้ผู้บริโภคไปใช้ในชีวิตประจำวันขึ้นมาเหล่านี้ ทำให้การทำการตลาดนั้นไม่ได้มีคุณค่าขึ้นมาเลย

price-strategy-1

4. ไม่ได้มีความต่อเนื่อง : สิ่งหนึ่งในการทำการตลาดและการสื่อสารทางการตลาดคือการที่ต้องทำอะไรที่มีความต่อเนื่องขึ้นมา จนทำให้กลุ่มเป้าหมายจดจำได้ในตัวตนของคุณขึ้นมา เช่น ถ้าคุณจะบอกว่าคุณเป็นที่หนึ่ง สิ่งที่คุณต้องทำต้องมีความต่อเนื่องในการเป็นที่หนึ่ง หรือสื่อสารทุก ๆ ทางว่าเป็นที่หนึ่งด้วยกัน การไม่มีความต่อเนื่องในการสื่อสารหรือแต่ละจุดของการทำงานสื่อสารไม่เหมือนกัน ย่อมทำให้ผู้บริโภคนั้นไม่เข้าใจในตัวตนของคุณ หรือไม่ได้รู้สึกว่าการตลาดของคุณนั้นเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เหมือนคนโกหกไปมา ที่วันนี้พูดอย่าง และพรุ่งนี้พูดอีกอย่าง ไม่ได้มีความมั่นคงในคำพูดว่าอยากจะเป็นอะไรกันแน่ และนี้ทำให้กลยุทธ์นั้นล่มทั้งหมดถ้าไม่ได้ทำอะไรให้ต่อเนื่องขึ้นมา

5. ไปอยู่ในที่ที่ไม่มีคนที่สนใจคุณ : สุดท้ายคือการที่คุณนั้นทำกลยุทธ์การสื่อสารขึ้นมา แต่ดันไปอยู่ในที่ที่ไม่มีกลุ่มเป้าหมายของคุณอยู่เลย ไม่ว่า Platform นั้นจะใหญ่แค่ไหน แต่ดันไม่มีกลุ่มเป้าหมายอยู่ก็ไร้ค่า ตัวอย่างเช่น การทำแบรนด์หรู หลาย ๆ ครั้งกลุ่มเป้าหมายแทบไม่ได้ใช้ Social Media เลย แต่คุณก็ใช้ช่องทาง Social Media ในการสื่อสาร เพราะว่าคุณเชื่อว่ามีคนใช้เยอะที่สุด จะทำให้สานของคุณนั้นมีคนเห็นเยอะขึ้น แต่สุดท้ายแล้วภถ้ากลุ่มเป้าหมายนั้นไม่อยู่ ก็ไม่อยู่ไม่ว่าจะ Platform ใหญ่แค่ไหน ดังนั้นการไปหากลุ่มเป้าหมายให้ถูกจุดจึงสำคัญมากกว่าจำนวนคนใน Platform นั้น ๆ ขึ้นมา

ภาพจาก Web.Search.Social

ภาพจาก Web.Search.Social

ทั้งนี้นี่คือ 5 ข้อเบื้องต้นที่คนทำกลยุทธ์มักจะผิดพลาดกัน ลองมาดูว่ากลยุทธ์ทางการตลาดของคุณที่ทำออกไปที่ไม่ได้ผล เกิดจาก 5 ข้อนี้หรือเปล่า ถ้ามีความผิดพลาดก็ยังมีโอกาสที่จะสามารถแก้ไขได้ทันขึ้นมาก่อนที่จะล้มเหลวไปมากกว่านี้

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

Head of Strategic Marketing ใน Integrated Service Agency ที่หนึ่ง ผู้หลงใหลในหลาย ๆ ที่มีความอยากรู้และเรียนรู้ในเรื่อง Startup, นวัตกรรม, การตลาด จากมุมมองหลาย ๆ ด้านและวัฒนธรรมของแบรนด์ต่าง ๆ

User Name: Molek

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ four = 7

Recent Posts

Facebook