โฆษณาแบบไหนใน Google Ads ที่คนเห็นแล้วต้องคลิก?

  • 1.2K
  •  
  •  
  •  
  •  

นอกจาก Facebook ที่เราใช้เป็นพื้นที่ขายสินค้า  Google Ads เองก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ห้ามมองข้าม เพราะทุกความต้องการปรากฎอยู่ในช่อง Search บน Google 

ที่มาภาพ : Primakov / Shutterstock.com

แต่ถึงแม้เราจะเสียเงินก็ต่อเมื่อลูกค้าคลิกโฆษณาของเรา ก็ไม่ได้หมายความว่าจะดีเสมอไป เพราะในอีกแง่ โฆษณาของเราไม่น่าสนใจเท่าโฆษณาของคู่แข่ง (หรือไม่ใช่จังหวะที่ลูกค้าต้องการซื้อของ) ฉะนั้นการเขียนโฆษณาให้น่าสนใจ เพื่อเพิ่มอัตราการคลิก หรือ Click Through Rate (CTR) จึงเป็นเรื่องที่ต้องทำ

ซึ่งโฆษณาที่บอกจุดขายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์หรือสินค้า หรือ “Unique Selling Point” (USP) จะมีคนคลิกมากที่สุด

ส่วน USP ที่ว่าก็ประกอบไปด้วย 6 ข้อ

 

1. บอกไปว่าใครกันที่แบรนด์ของเราขายให้

ฟังไม่สมเหตุสมผลที่โฆษณาของเราเพียงตัวเดียวจะโดนใจตลาดทุกกลุ่ม การระบุว่าใครกันที่น่าจะสนใจสินค้าของเรา ก็ทำให้เกิดการคลิกเข้าดูเว็บฯได้มากกว่า ต่อให้สินค้าของเราจะเป็นสินค้าที่เป็น Mass market ก็ตาม 

ฉะนั้นการทำ Segmentation มาก่อนที่จะเขียนโฆษณาให้กับแต่ละ segment ที่เราต้องการจึงสำคัญ แต่ละ segment  มี Pain Point ที่แตกต่างกันอย่างไร ให้ระบุปัญหาในั้นในคำโฆษณา 

 

2. บอกไปว่าเราขายอะไร

แน่นอนว่าคงบอกแค่ซื่อสินค้าอย่างเดียวไม่ได้แน่ การใส่เรื่องราวลงไปบ้างก็ทำให้สินค้าน่าสนใจ อย่าลืมว่าผู้บริโภคไม่ได้ซื้อสินค้า แต่ซื้อเพื่อ Get the Job Done 

ส่วนเรื่องราวที่ว่า เราอาจจะเขียนเชิญชวนว่า ลูกค้า (ที่ซื้อสินค้าของเราไป) ได้ผลลัพธ์ที่ลูกค้าต้องการได้อย่างไร? โดยผลลัพธ์ที่ว่าก็เขียนให้คนอ่านแปลกใจด้วย

 

3. นำเสนอลักษณะของสินค้าที่แปลกใหม่

ลองเอาสินค้าของเรากับของคู่แข่งมาเทียบกัน แล้วดูว่าสินค้าของเราทำอะไรได้แต่เป็นสิ่งที่สินค้าคู่แข่งทำไม่ได้ สินค้าของเราอาจจะให้ประโยชน์หรือผลลัพธ์ที่เจาะจงลงไป มีสถิติที่น่าสนใจรองรับ มีคุณภาพที่เกินความคาดหมาย (แต่ต้องไม่เกินจริง) หรือมีวิธีการชำระเงินที่โดนใจกลุ่มเป้าหมาย

 

4. นำเสนอสิ่งที่สินค้าของเราจะไม่มีวันทำ

ถ้าเขียนผลดีจากการใช้สินค้าของเราแล้วไม่ได้ผล ลองเขียนผลเสียจากการที่ไม่ได้ใช้สินค้าของเรา หรือบอกสิ่งที่ลูกค้าไม่ต้องการและไม่มีในสินค้าของเรา เช่นเครื่องดื่มของเราไม่มีน้ำตาล เป็นต้น หรือ พูดอีกอย่างหนึ่งเราเขียนในเชิง Negative promise นั่นเอง

 

5. บอกระยะเวลาจำกัดของโปรโมชั่น

เราสามารถบอกระยะเวลาที่ลูกค้าจะได้รับประโยชน์จากสินค้าหรือบริการของเราได้ (ตราบใดที่เราไม่ได้หลอกลวง) ยิ่งเรากำหนดตัวเลขระยะเวลาที่เจาะจง ชัดเจน ไม่เกิดความเข้าใจที่คลากเคลื่อน โฆษณาของเราก็จะยิ่งน่าเชื่อถือในสายตาคนอ่านทันที 

 

6. บอกให้ลูกค้ารู้ว่าสินค้าของเรามีการันตี

แสดงถึงความรับผิดชอบหากสินค้าของเราทำไม่ได้ตามที่เราโฆษณาเอาไว้ เช่นคืนเงินลูกค้า 2 เท่าของราคาเดิม  เปลี่ยนสินค้าได้ หรือสามารถใช้บริการได้อีกครั้งโดยไม่คิดเงิน บางร้านถึงขนาดคืนเงินให้แถมยอมเปลี่ยนสินค้าให้เป็นสินค้าของคู่แข่งเลยก็มี

 

ความท้าทายอย่างหนึ่งคือการเขียน USP ทั้ง 6 ข้อลงในจำนวนคำที่จำกัด ฉะนั้นควรเขียนครบทุกช่องและเหลือจำนวนตัวอีกษรให้น้อยที่สุด

 

องค์ประกอบ 6 ข้อของ Unique Selling Point จะทำให้โฆษณา Google Ads ของเรามีคนคลิกมากขึ้น ลด Loss Rank เพิ่ม Impression Share ทำให้โฆษณาของเราปรากฎบ่อยกว่าเดิมเมื่อมีคนค้นหาด้วย keyword ที่เราตั้งไว้ เราอยากให้ลองเขียนคำโฆษณาไว้หลายๆแบบ ลองดูว่าตัวไหนเพิ่มคลิก และ CTR ได้มากที่สุด ได้ผลอย่างไร มาเล่าให้ฟังได้นะครับ

 

แหล่งอ้างอิงส่วนหนึ่งมาจาก Vanquish the Thickest Competition with a Killer USP โดย Perry Marshall, Mike Rhodes และ Bryan Todd จากหนังสือ Ultimate Guide to Google Ads 


  • 1.2K
  •  
  •  
  •  
  •  
Avatar
Sarunjade
เจาะลึกจิตวิทยาการตลาด และธุรกิจสตาร์ทอัพจากคนในวงการ พร้อมเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน สามารถติชมหรืออยากให้เจาะลึกเรื่องไหนเป็นพิเศษ ส่งเมลมาเลยที่ contact@oopsnetwork.co.th