เริ่มต้นจากศูนย์ก็แจ้งเกิด ‘ธุรกิจออนไลน์’ ได้! เรียนรู้ความสำเร็จจาก ‘น้ำพริกบ้านทนาย – เจ้แมว ข้าวต้มนักเลง’

  • 474
  •  
  •  
  •  
  •  

ถึงสถิติการใช้โซเชียลมีเดีย การเสพสื่อออนไลน์ ของคนไทยจะสูงติดอันดับโลก สะท้อนโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีและดีไวซ์ แต่ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ตกอยู่ในภาวะ ความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี ยิ่งมีสถานการณ์ที่ทำให้ผู้คนต้องใช้ชีวิตอยู่บ้านมากขึ้น ยิ่งย้ำภาพให้ชัดเจนว่า เทคโนโลยีสำคัญต่อชีวิต มีความจำเป็นในทุกมิติไม่ใช่แค่ด้านใดด้านหนึ่ง และต้องเร่งแก้ไข

แต่สิ่งสำคัญกว่าการที่สังคมรับรู้ถึงปัญหาดังกล่าว คือการมี ‘ผู้กล้า’ อาสามาช่วยแก้ไข เราจึงได้เห็นหลากหลายโครงการ CSR จากแบรนด์ต่าง ๆ พยายามลดความเหลื่อมล้ำดังกล่าวและสร้างสังคมคุณภาพอย่างยั่งยืน เช่นเดียวกับ ดีแทค เน็ตทำกิน โครงการช่วยเหลือผู้ค้ารายย่อยซึ่งคุ้นเคยกับการค้าขายแบบเดิม ๆ ให้เปลี่ยนมุมมองการทำธุรกิจสู่ออนไลน์ สร้างความสำเร็จ – รายได้ – ชื่อเสียง โดยพิสูจน์ว่า ออนไลน์คือโอกาสของทุกคน แม้จะเริ่มต้นจากศูนย์…

 

น้ำพริกฝีมือชาวบ้าน…เตรียมโกอินเตอร์! กับยอดขาย 700 กิโลกรัม/สัปดาห์

 

คุณวาสนา ปิ่นนาค เจ้าของธุรกิจ ‘น้ำพริกบ้านทนาย’ เป็นหนึ่งต้นแบบความสำเร็จจากโครงการเน็ตทำกิน ที่เราอยากถ่ายทอดเรื่องราวให้ทุกท่านได้รู้จัก เผื่อจะเกิดแรงผลักดันหรือเป็นกำลังใจในการสร้างความสำเร็จจากธุรกิจออนไลน์เหมือนกับเธอ

แม้จะประสบความสำเร็จในฐานะเจ้าของธุรกิจ ‘น้ำพริกบ้านทนาย’ ที่สร้างชื่อเสียง อาชีพและรายได้แก่ครอบครัวและคนในท้องถิ่น ต.ห้วยงู อ.หันคา จ.ชัยนาท อย่างวันนี้ แต่จุดเริ่มต้นและเส้นทางธุรกิจของ คุณวาสนา กลับเต็มไปด้วยความท้าทายและคำดูถูก โดยเธอเล่าว่า “นอกจากทำนา เราก็เห็นแม่เป็นแม่ค้าขายน้ำพริกตลาดนัดมาตลอด จึงอยากช่วยให้ขายได้มากขึ้น แต่เพราะเรามีอีกหนึ่งอาชีพ คือ ทนายความ เลยเจอคนพูดจาดูถูกบ่อยครั้งว่า ไม่มีอาชีพอื่นให้ทำแล้วเหรอ บางทีก็ถามว่าไม่มีงานว่าความแล้วเหรอถึงต้องมาขายน้ำพริก แต่เราไม่เคยเก็บคำพวกนั้นมาใส่ใจ เพราะรู้ว่าเราได้ช่วยแม่ ช่วยชีวิตคนในชุมชน สร้างรายได้ให้อีกหลายครอบครัว”

จุดเด่นของน้ำพริกบ้านทนาย นอกจากความอร่อยก็คือการตอบโจทย์คนรักสุขภาพ เพราะไม่ใส่น้ำมัน ไม่ใส่สารกันบูด ประกอบกับราคาที่จับต้องได้ ตั้งแต่ 35 – 60 – 80 บาท ยิ่งทำให้ชื่อน้ำพริกบ้านทนายและเมนูขายดีอย่างน้ำพริกปลาย่างแมงดากลายเป็นสินค้าขายดีในท้องถิ่น แต่แม้จะขายดีแต่ละสัปดาห์ก็มีสินค้าเหลือค้างอยู่เสมอ กระทั่งวันหนึ่งได้รู้ข่าวจากเจ้าหน้าที่ในชุมชนว่า ดีแทค จะเข้ามาจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจทำธุรกิจออนไลน์ฟรี จึงสอบถามและขอเข้าร่วมโครงการ ซึ่งได้รับการอบรมตั้งแต่การคิดเชิงธุรกิจ แพ็กเกจจิ้ง โลโก้ และตัดสินใจเปิดเพจน้ำพริกบ้านทนาย โดยหลังจากนั้นราว 1 เดือนก็มียอดขายเพิ่มขึ้นทันที

“จากที่เคยมีสินค้าเหลือค้างขายไม่หมด กลายเป็นเราผลิตไม่ทันออเดอร์ ต้องจ้างแรงงานเพิ่มซึ่งก็คือเพื่อนบ้านและคนในชุมชน ถึงประสบความสำเร็จในการเป็นที่รู้จักแล้ว ก็ต้องเรียนรู้ระบบจัดการต่าง ๆ และการขาย ซึ่งทีม ดีแทค เน็ตทำกิน ก็ช่วยเหลือและให้คำปรึกษาตลอด จนตอนนี้ออเดอร์มากขึ้นหลายเท่าตัว จากที่เคยขายน้ำพริกสัปดาห์ละ 100 กิโลกรัม ก็กลายเป็น 700 กิโลกรัม แถมขยายสู่สวนผักปลอดสารพิษปลูกเองเพื่อให้มีวัตถุดิบที่สด สะอาด ปลอดภัย ไว้ใช้ เพิ่มจากที่รับซื้อผลผลิตชาวบ้านในชุมชนอยู่แล้ว หรือแม้แต่การต่อยอดธุรกิจสู่ร้านกาแฟ เพื่อรองรับลูกค้าที่เดินทางมารับน้ำพริก คนที่มาพูดคุยธุรกิจซึ่งอยากให้เราทำน้ำพริกส่งให้เขาไปขายเป็นแบรนด์ของตัวเอง กลายเป็นโอกาสของเราและเป็นรายได้เสริมของผู้ที่สนใจ เป็นเรื่องที่เราไม่คิดมาก่อนว่าจะทำได้มากขนาดนี้”

คุณวาสนา แสดงความเห็นว่า ปัญหาของผู้ค้ารายย่อยคือความกังวลต่อเทคโนโลยี แต่จากประสบการณ์ที่เจอด้วยตนเอง อยากบอกให้ทุกคนเปิดใจ ไม่ต้องอาย และห้ามล้มเลิกหากโพสต์ขายสินค้าแล้วขายไม่ได้ ต้องพยายามต่อไปจนกว่าจะสำเร็จ และอยากให้ทุกคนมองออนไลน์ใหม่เพราะออนไลน์เป็นตลาดที่กว้างมากทำให้ลูกค้าเจอเราได้ง่ายขึ้น จากที่เคยต้องขายสินค้าอยู่หน้าร้านการขายออนไลน์ทำให้เราสามารถอยู่ที่บ้านเพื่อจัดการสต็อกสินค้าไว้ขายผ่านออนไลน์ได้ง่าย ๆ

นอกจากนี้ เจ้าของแบรนด์น้ำพริกบ้านทนาย ผู้ยึดมั่นกับแนวคิด “ฉันต้องทำได้” ยังอัพเดทแผนธุรกิจด้วยว่า วิกฤตจาก COVID-19 ไม่ได้ส่งผลกระทบกับการขายน้ำพริกบ้านทนายแต่อย่างใด เพราะยอดสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์เติบโตต่อเนื่อง มีเพียงปัญหาติดขัดในการจัดส่งสินค้าและการออกบูธแสดงสินค้าที่ไม่สามารถทำได้บ่อยเช่นเดิม แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้น้ำพริกทนายหยุดนิ่ง เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการขอ อย. ภายใต้การดูแลของอุตสาหกรรมภาคที่ 3 จ.พิจิตร ซึ่งเป็นขั้นตอนเบื้องต้นก่อนจะจัดส่งออเดอร์ไปขายในต่างประเทศ รวมถึงการเข้าขายผ่านร้าน 7-Eleven ด้วย

 

ข้าวต้มรถเข็น กับเมนูเด็ดที่ดึงดูดคนต่างถิ่นให้เดินทางมาชิม!

 

คุณสุวรรณี สุธาพจน์ ทายาทรุ่นที่ 2 ของร้าน ‘เจ๊แมว ข้าวต้มนักเลงก็เป็นอีกตัวอย่าง ที่ตอกย้ำว่าความสำเร็จของโครงการเน็ตทำกินเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่ตั้งใจและมุ่งมั่น โดย ทายาทรุ่น 2 ของร้านเจ๊แมว ข้าวต้มนักเลง ยอมรับว่าสาเหตุที่ขายดีขึ้นจากเดิมเป็นเพราะลูกค้าติดตามมาจากเพจเจ๊แมว ข้าวต้มนักเลง

“ข้าวต้มร้านเจ๊แมวคือร้านของแม่ที่เปิดมากว่า 30 ปี ขายอยู่ในตลาดนัด อ.โพธาราม จ.ราชบุรี  เราเพิ่งเข้ามารับช่วงต่อ อยากทำให้ลูกค้ารู้จักร้านมากขึ้นถึงจะมีลูกค้าประจำพอสมควร เพราะคนชื่นชอบเมนูแซ่บ เราใช้วัตถุดิบมีคุณภาพ และขายราคาถูก รวมถึงบุคลิกของแม่และเราก็เหมือนกันจนกลายเป็นชื่อร้านข้าวต้มนักเลง เลยคิดว่าการที่มีคนรู้จักร้านมากขึ้นน่าจะช่วยให้ขายดีขึ้น ซึ่งตอนนี้แค่เสิร์ชคำว่า โพธาราม ก็จะเจอร้านข้าวต้มนักเลง ที่ปักหมุดบน Google Maps ทันที”

หลังจากเข้าร่วมโครงการเน็ตทำกิน ประมาณ 6 เดือน คุณสุวรรณี ได้เรียนรู้การทำเพจ การถ่ายรูปให้สวยงาม วิธีการเขียนคอนเทนต์เพื่อโพสต์ในเพจ ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน

“เราเคยใช้เฟซบุ๊กโพสต์เรื่อยเปื่อย ทีมเน็ตทำกินสอนให้เรารู้ว่าควรถ่ายรูปยังไง โพสต์ข้อความแบบไหน ทำให้ลูกค้าอยากมาชิมอาหารของร้านเรา และมีแนวคิดทำเมนูหมุนเวียน เมนูตามฤดูกาล เช่น ลูกลานเชื่อม มะตูมเชื่อม ปูยำ หรือแม้แต่การเปลี่ยนแพ็กเกจจิ้งจากถุงแกงเป็นใส่กล่อง การจัดเซ็ตอาหารแถมส่งฟรีในระยะทางใกล้ ๆ ก็ทำให้ยอดขายเราดีขึ้น จากกับข้าวถุงละ 20-30 บาท กลับมีลูกค้าที่ซื้อออเดอร์เดียวถึงพันกว่าบาท และไม่ได้มีแค่ลูกค้าที่สนใจร้านเรา พ่อค้าแม่ค้าในตลาดเดียวกันก็สนใจมาสอบถามวิธีทำเพจ วิธีถ่ายรูปให้สวยน่ากิน มันทำให้เราภูมิใจมาก ยิ่งมีลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวเดินทางจากต่างจังหวัดมาถึงร้านของเรา เพราะเห็นร้านเราจากเพจเลยอยากมาลองชิม นี่ทำให้เราภูมิใจมากทำให้รู้ว่าร้านเจ๊แมว ข้าวต้มนักเลง กลายเป็นร้านในโซเชียลแล้ว”

ไม่ได้ใช้แค่กลยุทธ์การจัดเซ็ตอาหารเพื่อเพิ่มรายได้ต่อออเดอร์ แต่ร้านเจ๊แมว ข้าวต้มนักเลง มีการปรับกลยุทธ์ลดราคาเพื่อดึงดูดลูกค้าในช่วงเกิดวิกฤตโรคระบาดที่ทำให้คนมาเดินตลาดน้อยลง พร้อมกับคงกลยุทธ์จัดเซ็ตอาหารพร้อมส่งฟรีเอาไว้ตอบโจทย์ลูกค้าในช่วงที่ผู้คนไม่กล้าเดินทางออกจากบ้านด้วย โดยไอเดียทั้งหมดเกิดขึ้นในคอนเซปต์ที่ทายาทรุ่นที่ 2 ของร้านเจ๊แมว ข้าวต้มนักเลง บอกไว้ว่า “เราไม่จำเป็นต้องมองหาทำเลทอง แต่มองหาทำเลที่ทำเงินได้ก็พอ”

คุณสุวรรณี ยืนยันคติประจำใจว่าขยันไว้ไม่อดตาย ท้อได้แต่ห้ามขี้เกียจ ของตนเอง พร้อมกับเล่าภาพในอนาคตของร้านเจ๊แมว ข้าวต้มนักเลงให้ฟังว่า จะเปิดสาขาใหม่ใน อ.บ้านโป่ง โดยเน้นทำเมนูอาหารให้มากกว่าสาขาอื่นเพื่อเพิ่มความหลากหลาย พร้อมกับต่อยอดไอเดียสู่การขายขนมไทยโดยเน้นทำเมนูหมุนเวียนและเมนูตามฤดูกาล ส่วนผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์หรือสนใจสร้างโอกาสกับธุรกิจออนไลน์นั้น คุณสุวรรณี แนะนำให้เริ่มต้นด้วยการมีความกล้า หากไม่รู้ให้หาคนที่รู้มากกว่าเราและขอคำแนะนำโดยไม่ต้องกลัวไม่ต้องอาย เหมือนอย่างที่เธอถามจากทีมเน็ตทำกินอยู่เสมอ หรือหากใครเจอเธอแล้วสนใจอยากถาม…อะไรที่เธอรู้ เธอสัญญาว่าจะบอกแบบไม่กั๊ก!

 

ถอดรหัสต้นแบบ CSR กับคอนเซปต์ ‘สอนถึงที่ เรียนฟรีถึงบ้าน

 

ประเด็นของ Digital Inclusion หรือ การสร้างความเท่าเทียมทางดิจิทัล เป็นปัญหาที่องค์กรสหประชาชาติเรียกร้องให้ทั่วโลกให้ความสำคัญอย่างจริงจัง แต่ในความเป็นจริงที่ต้องเข้าใจ คือ คนที่ขาดโอกาสทางดิจิทัลนั้นไม่สามารถเข้าใจได้จากการสอนเพียงครั้งเดียว ดังนั้น การสร้างความสำเร็จในเรื่องนี้จำเป็นต้องใช้ทีมงานที่มีความพร้อมสูง ทั้งเชิงเทคนิค ทักษะการถ่ายทอดความรู้ หรือแม้แต่ความอดทน พร้อมรับฟังและช่วยเหลือผู้คนโดยไม่มีเงื่อนไข ซึ่งทักษะที่คนต้นแบบทางเทคโนโลยีควรรู้ ควรมี ในสถานการณ์เช่นนี้ โชคที่ดี ดีแทค มีทีมงานเตรียมพร้อมตั้งแต่ 7 ปีที่ผ่านมา โดยดำเนินงานในชื่อ ‘เน็ตอาสา’ เดินทางให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วประเทศไทย ด้วยกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพและเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีโดยเฉพาะสมาร์ทโฟนและอินเทอร์เน็ต และทำงานด้วยแนวคิด สอนถึงที่ เรียนฟรีถึงบ้าน กระทั่งต่อยอดโครงการสู่เน็ตทำกิน เพื่อช่วยเหลือผู้ค้ารายย่อยให้มีโอกาสแจ้งเกิดธุรกิจและเติบโตบนโลกออนไลน์ในปัจจุบัน

 

เพราะความสำเร็จยุคดิจิทัล ต้องมีทั้ง ‘Digital Infrastructure – Digital Literacy’

 

ทักษะที่โครงการเน็ตทำกินต่อยอดให้กับผู้ค้ารายย่อย จึงถูกให้ความสำคัญทั้งประเด็น Digital Infrastructure และ Digital Literacy โดยผู้เข้าร่วมโครงการเน็ตทำกินจะได้รับการอบรมเพื่อประกอบธุรกิจใน 6 หัวข้อ อาทิ

พื้นฐานการตลาดยุคดิจิทัล: ครอบคลุมตั้งแต่เทรนด์การตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค กระบวนการตัดสินใจซื้อ และเครื่องมือการทำตลาด

แพลตฟอร์มสำหรับการตลาดออนไลน์: เรียนรู้แพลตฟอร์มให้เข้ากับสินค้า เพื่อเพิ่มโอกาสในการขาย

การถ่ายภาพเบื้องต้น: เคล็ดลับการถ่ายภาพสำหรับการตลาดออนไลน์ การจัดวางองค์ประกอบเบื้องต้น เทคนิคการถ่ายภาพอาหารและสินค้า

การสร้างคอนเทนต์และจำหน่ายสินค้า: เพิ่มความน่าสนใจให้สินค้าด้วยกลยุทธ์การสร้างคอนเทนต์เพื่อการสื่อสาร

ปักหมุดธุรกิจติดดาว: ครอบคลุมตั้งแต่การโปรโมทร้านด้วยการปักหมุดบน Google Maps และการใช้ Google Business เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและสร้างการรับรู้ เพื่อสร้างตัวตนบนโลกดิจิทัล

คำแนะนำธุรกิจ ปรับปรุงคุณภาพและแพ็กเกจการนำเสนอสินค้า: เพื่อเพิ่มโอกาสในการขาย

 

นอกจากทักษะเพื่อการประกอบธุรกิจ โครงการเน็ตทำกินจะเปิดรับสมัครผู้ประกอบการ 100 รายจากทั่วประเทศ เพื่อเข้ารับการอบรมในโครงการฯ จนกว่าจะสามารถประสบความสำเร็จกับธุรกิจออนไลน์ได้ เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 6 เดือน ขณะเดียวกัน ดีแทค จะช่วยโปรโมทร้านผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ พร้อมให้สิทธิ์เป็นร้านค้าที่มอบสิทธิพิเศษกับ ดีแทค Reward และกิจกรรมอื่น ๆ

เอาเป็นว่าผู้ค้ารายย่อยที่สนใจ โดย ดีแทค เปิดโอกาสให้ผู้สนใจทำธุรกิจบนออนไลน์จากทั่วประเทศได้เข้าร่วมโครงการเน็ตทำกินอย่างเท่าเทียมกัน ผ่าน www.dtac.co.th/dtacnetforliving


  • 474
  •  
  •  
  •  
  •