103.58.148.118

Interview

Ξ Leave a comment

“ทำงานกับทีมที่ใช่ ยังไงก็ชนะ!” เปิดใจ 5 ผู้บริหารหญิงแกร่ง เบื้องหลังความสำเร็จแห่ง “COCA-COLA”

posted by  11,107 views

“โคคา-โคลา” หรือที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อ “โค้ก” เป็นเครื่องดื่มที่อยู่คู่คนทั่วโลกมายาวนานกว่า 131 ปี  จากเครื่องดื่มที่เริ่มจำหน่ายในร้านขายยาท้องถิ่นในเมืองแอตแลนต้า สหรัฐอเมริกา จนถึงวันนี้ “โค้ก” เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมอันดับ 1 ของโลก

เกือบ 70 ปีแล้วที่ “โคคา-โคลา” อยู่คู่กับประเทศไทย แต่ใครจะรู้ว่า“พลังของผู้หญิงแกร่งทั้ง 5” ที่กล้าเข้ามาเป็นผู้บริหารนี่แหละที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ “โคคา-โคลา” ในไทย พวกเธอทุ่มสุดตัวเพื่อปลุกความมุ่งมั่นและสร้างความสดชื่นให้กับคนไทยจนประสบความสำเร็จต่อเนื่อง

วันนี้ Marketing Oops! ได้มาสัมภาษณ์แบบ Exclusive กับผู้บริหารหญิงทั้ง 5 คนที่มีความสุข พร้อมทุ่มเททำงานกับคนที่หลากหลาย สานต่อความสำเร็จของ “โคคา-โคลา” ในประเทศไทย ประสบการณ์และมุมมองของสุภาพสตรีทั้ง 5 คนจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องอ่าน!

 

Coke

ทีมผู้บริหารหญิงทั้ง 5 คน – คุณปู สาวิตรี จารุวัณกุล (ซ้ายสุด),คุณคลาวเดีย นาวาร์โร, คุณเซเดฟ ซาลินกัน ซาฮิน, คุณผึ้ง มธุกร ศัลยพงษ์, คุณแอน กรรณิการ์ อัครชัยพานิชย์ (ขวาสุด)

 

อะไรคือความสำเร็จที่ภูมิใจมากที่สุดตั้งแต่ทำงานมา?

เซเดฟ : สำหรับดิฉันแล้ว การส่งเสริมให้คนที่มีพรสรรค์อยู่แล้วได้ทำงานด้วยกัน ทั้งคอยสอน คอยเรียนรู้และเติบโตด้วยกันจนประสบความสำเร็จในที่สุด ถึงบางคนเป็นรุ่นน้อง เป็นเพื่อน เป็นรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์ แต่พอมาทำงานด้วยกันก็มีความสุข กลายเป็นคอนเนคชั่นที่สร้างมาทั้งชีวิต นั่นก็คือความสำเร็จของดิฉันค่ะ

ปู สาวิตรี: ส่วนดิฉันเริ่มงานตั้งแต่เป็นเลขาฯในฝ่ายกฎหมายหลังจากเรียนจบด้านกฎหมายมา และก็ได้รับโปรโมทเป็นผู้นำในสภา (Women Council Leader) ของบริษัทฯ ฉะนั้นต้องทุ่มแรงกายแรงใจทั้งเรื่องเรียนเรื่องงานด้วย ถึงจะประสบความสำเร็จในอาชีพการงานค่ะ

คลาวเดีย: โคคาโคล่าเริ่มโปรแกรมภาวะผู้นำสำหรับผู้หญิงที่มีพรสวรรค์ ดิฉันเองก็ภูมิใจที่ได้เสียสละทำให้โปรแกรมนี้สำเร็จเพื่อผู้หญิง นี่คือสิ่งที่ดิฉันอยากจะทำ ความสำเร็จของโปรแกรมนี้ก็เป็นความสำเร็จของดิฉันด้วย

ผึ้ง มธุกร: ถึงจะเพิ่งทำงานที่นี่ได้ 2 ปี แต่ก็ได้ทำอะไรหลายๆอย่าง ได้เป็นส่วนหนึ่งของสภาผู้นำหญิง ริเริ่มโปรแกรมพัฒนาพนักงานให้ได้ใช้พรสววรค์เต็มที่ กลายเป็นคนทำงานที่มีคุณภาพในรุ่นต่อไป นั่นคือสิ่งที่ดิฉันภูมิใจ และดิฉันอยากจะรู้ว่าอะไรเป็นอุปสรรค อะไรคือความสามารถของผู้หญิงในองค์กร ดิฉันใส่ใจตรงนั้นค่ะ

แอน กรรณิการ์: ส่วนตัวมีประสบการณ์ดูแลระบบการจัดการมาตั้งแต่ปี 2006 ดิฉันมองไปถึงทีมที่ฟอร์มจนกลายเป็นทีมที่เก่งขึ้นมา ดิฉันช่วยกันดึงความเป็นมืออาชีพและเคารพความเป็นส่วนตัวคู่กันไป แล้วก็ได้เห็นพัฒนาการ เห็นคนในทีมได้เติบโตขึ้น เป็นความสำเร็จที่ภูมิใจค่ะ

 

coke 23.3.2017_170324_0088

“ผู้หญิงมีส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจจริงๆ เราต้องให้ผู้หญิงได้ทุ่มพลังมาพัฒนาธุรกิจด้วย”

คุณเซเดฟ ซาลินกัน ซาฮินผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

 

สำหรับคุณ อะไรคือการตัดสินใจที่ดีและแย่ที่สุด?

แอน กรรณิการ์: คิดว่าเร็วเกินไปที่จะบอกว่าการตัดสินใจครั้งไหนดีสุดหรือแย่สุด แต่ที่ดีที่สุดของดิฉันคือการได้ทำงานเป็นทีม ตอนนั้นก็มองหาบริษัทที่มีวิสัยทัศน์ มีอนาคต และเชื่อในการพัฒนาคนให้เก่งๆ พอมาได้ร่วมงานกับโคคาโคล่าก็รู้สึกถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาคนจริงๆอย่างที่ดิฉันตั้งใจไว้ค่ะ

ผึ้ง มธุกร: ตอนที่หัวหน้าเคยถามดิฉันว่าอยากจะเปลี่ยนงานหรือไม่ จากงานซัพพลายเชนเป็นงานทรัพยากรบุคคลและได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมผู้บริหารของโคคาโคล่า ตอนนั้นไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือไม่ แต่ก็ตัดสินใจลองดูและทำสุดความสามารถ จนมีความสุขกับการทำงานในด้านนี้ นั่นก็เป็นการตัดสินใจที่ใช่และยังได้พัฒนาตัวเองไปอีกขั้นค่ะ

คลาวเดีย: ดิฉันว่าการตัดสินใจที่ดีที่สุดไม่ใช่การเผชิญหน้ากับความท้าทายตอนที่เราพร้อม แต่เป็นการยอมรับความท้าทายตอนที่เราไม่พร้อมต่างหาก เพราะทุกคนก็เชื่อมั่นในตัวดิฉัน ดิฉันก็ต้องเชื่อมั่นในตัวดิฉันเอง เราต้องก้าวหน้าเพื่อสิ่งที่ดีกว่าค่ะ

เซเดฟ: การได้ทำงานในหลายๆด้านทำให้ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง ดิฉันเลยมีความสุขทุกๆครั้งที่ได้ทำงาน ส่วนที่แย่ที่สุด ก็ต้องย้อนกลับไปช่วงที่ได้ร่วมงานกับบริษัทฯในช่วงแรกๆ ตอนนั้นตั้งครรภ์ได้ 5 เดือนและรู้สึกหงุดหงิด คิดว่าบริษัทจะให้ทำงานได้ทั้งๆที่ตั้งครรภ์ แต่ทำงานได้สามเดือน ก็ต้องลาพักคลอด รู้สึกไม่ดีที่ต้องทิ้งลูกมาทำงานค่ะ

ปู สาวิตรี: ก็คงเป็นการได้ร่วมงานกับโคคาโคล่ามา 3-5 ปี ก่อนหน้านั้นทำงานกับการบินไทยและคาเธ่ย์ แปซิฟิคมาก่อน ตอนที่ตัดสินใจลาออกจากงานนั้นมา ก็มีคนเสนองานที่นี่ให้ แต่ก็ไม่รู้อะไรเลยว่าคนในบริษัทเอกชนเขาจะทำงานอะไรกัน ธุรกิจทำงานเป็นอย่างไร แต่ดิฉันมีโอกาสได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้เจอคนใหม่ๆ คิดถูกแล้วที่ได้ทำงานกับที่นี่ค่ะ

 

coke 23.3.2017_170324_0077

“บางครั้งดิฉันต้องทำงานกับคนที่หลากหลาย กับความคิดที่ต่างกัน จึงต้องเข้าใจและรับฟังความแตกต่าง ดิฉันเลยไม่รู้สึกว่าวันนี้มาทำงาน แต่ดิฉันรู้สึกว่าวันนี้มาช่วยทีมสร้างบางอย่างที่ดีกว่า”

คุณแอน กรรณิการ์ อัครชัยพานิชย์ ผู้อำนวยการบริหารลูกค้าและคอมเมอร์เชียล

 

ข้อดีของผู้หญิงที่จะคอยเสริมจุดอ่อนของผู้ชายได้

คลาวเดีย: ดิฉันว่าเราจะเห็นข้อดีของทั้งผู้ชายและผู้หญิงต่อเมื่อทั้งคู่ได้มาอยู่ด้วยกัน มาทำงาน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ต่างกันจนได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด นั่นทำไมดิฉันถึงสนับสนุนโครงการฝึกฝนให้คนได้ทำงานกับคนอื่นที่หลากหลาย ได้เป็นตัวแทนครึ่งหนึ่งของโคคาโคล่าในประเทศไทย ตัวโครงการก็ก้าวหน้าไปมากเช่นกันค่ะ

ผึ้ง มธุกร: เห็นด้วยกับคลาวเดียค่ะ ความหลากหลายของคนก็มองได้หลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศ หรือหรืออายุ ถ้าได้ถกเถียงพูดคุยกัน ก็จะได้มุมมองที่หลากหลายมากขึ้น ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าค่ะ

คลาวเดีย: มันไม่ใช่แค่ทำงานกันแบบสามัคคีเท่านั้น แต่จะเห็นว่าบริษัทใน Fortune 500 ที่ทำผลลัพธ์ดีๆได้ก็มาจากการฟังความเห็นที่ต่างกัน ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและความเห็นที่หลากหลายก็จะสอดคล้องกันค่ะ

ปู สาวิตรี: ไม่ว่าชายหญิงก็มีจุดอ่อน แต่ก็ทดแทนกันได้ บางทีผู้หญิงก็จะใส่ใจในรายละเอียดมากกว่า ส่วนผู้ชายก็อาจมองภาพใหญ่ได้ดีกว่า นั่นทำให้ได้มองเรื่องเดียวกันผ่านเลนส์ที่ต่างกันค่ะ

 

coke 23.3.2017_170324_0097

“ต่อไป เราจะโตขึ้น มีอาชีพ ได้ทำงาน เรามีสิทธิเลือกที่จะก้าวต่อไป หรือจะหยุดอยู่กับที่ มีให้เลือกแค่นี้ นั่นคืออนาคตของเรา

– คุณปู สาวิตรี จารุวัณกุล ที่ปรึกษาด้านกฎหมายประจำโคคา-โคลา ประเทศไทย ลาว พม่า

 

โอกาสในตลาดไทยและลาว

เซเดฟ: ดิฉันคิดว่าทั้งตลาดไทยและลาวมีศักยภาพในแง่ของจำนวนประชากรที่ใหญ่ บริษัทฯจึงต้องลงทุนพัฒนาคนคนในพื้นที่ให้ทีมประสบความสำเร็จ ส่วนในแง่ธุรกิจก็มองว่าทั้งไทยและลาวก็อยู่ในเขตร้อน เครื่องดื่มก็ช่วยให้ผู้บริโภคสดชื่นขึ้น อีกทั้งผู้บริโภคคนหนึ่งดื่มน้ำประมาณ 2 ลิตรทุกวัน ดิฉันคิดว่าตรงนี้เป็นโอกาสค่ะ

คลาวเดีย: โอกาสอีกอย่างที่เห็นก็คือการผู้หญิงในภูมิภาคนี้ได้รับการส่งเสริมตั้งแต่ปี 2014 บริษัทฯมีโครงการ 5by20 ที่ฝึกอบรมผู้หญิงประมาณ 10,000 คนให้ทำงานเป็น ได้มีทักษะ มีรายได้ที่ดีขึ้น ทำให้เขาเข้าใจ “ความรู้ทางการเงิน” เอาความรู้ที่เราได้อบรมให้ไปใช้ ให้โครงการนี้ยกระดับชีวิตผู้หญิงได้จริงค่ะ

 

จะใช้ภาวะผู้นำหญิงจัดการความหลากหลายทางเพศในบริษัทโคคาโคล่าได้อย่างไร?

เซเดฟ: ผู้หญิงมีส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้จริงๆ มีผู้หญิงร้อยละ 66 ของกำลังแรงงานทั้งหมดทั่วโลก คิดเป็น 2 พันล้านเหรียญของเศรษฐกิจโลก ฉะนั้นต้องให้ผู้หญิงได้ใช้ศักยภาพพัฒนาธุรกิจและเศรษฐกิจ ผู้หญิงจึงต้องมีทักษะที่ใช่ด้วย

เพราะเมื่อ 10 ปีที่แล้ว บริษัทฯได้ก่อตั้งสภาผู้นำหญิง (Women Leader Council) ขึ้นครั้งแรก จากนั้นก็ริเริ่มให้ผู้หญิงมีบทบาทผู้นำมากขึ้นในบริษัทฯ ก่อนอื่นก็ต้องมาดูว่าทำไมผู้หญิงถึงไม่ได้รับการสนับสนุนให้อยู่ในตำแหน่งผู้นำ บริษัทฯก็ต้องทบทวน เพราะแต่ก่อนสัดส่วนของผู้หญิงทั่วโลกที่อยู่ในตำแหน่งผู้นำของโคคาโคล่าอยู่ที่ร้อยละ 23 แต่ตอนนี้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 32 ส่วนบริษัทฯในไทย พวกเราเองก็เป็นครึ่งหนึ่งของทีมบริหาร จึงต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้รุ่นหลังมีแรงบันดาลใจอยากเป็นผู้นำหญิงในองค์กรค่ะ

 

เราจะสื่อสาร “พลังของผู้หญิง” ผ่านแคมเปญการตลาดและแบรนด์ได้อย่างไร?

คลาวเดีย:จะว่าไปแล้วแบรนด์โคคาโคล่าเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ใส่ใจเสียงของคนส่วนใหญ่มากที่สุดในโลก ทุกคนมีความสุขที่ได้จากโค้กเหมือนกันหมด อย่างที่ Andy Warhol บอกไว้ว่า “โค้กก็คือโค้ก และมีเงินเท่าไหร่ก็ซื้อโค้กที่ดีกว่าไม่ได้” (A Coke is a Coke and no amount of money can get you a better Coke) ฉะนั้นเวลาจะสื่อสารกับผู้บริโภคที่มีความหลากหลายไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศ ประเทศ เชื้อชาติ หรืออายุเราก็ยึดหลักนี้มาตลอดค่ะ

 

เราจะสื่อสารแคมเปญการตลาดอย่างไร โดยไม่เล่นประเด็นทางเพศ?

คลาวเดีย: ไม่ใช่แค่แบรนด์โค้กเท่านั้น แต่เป็นแบรนด์อื่นด้วยที่จะหันมาเล่นกับประเด็นที่ทุกคนเข้าใจได้ สำหรับดิฉันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นความสุข มองโลกในแง่ดี ความกลมเกลียวสามัคคี ประเด็นพวกนี้เป็นประเด็นที่ทุกคนเข้าใจได้ ดิฉันจะโฟกัสไปตรงนั้นดีกว่าไม่ว่าผู้บริโภคจะเป็นใคร มาจากไหนก็ตามค่ะ

 

coke 23.3.2017_170324_0085

“การตัดสินใจที่ดีที่สุดไม่ใช่การเผชิญหน้ากับความท้าทายตอนที่เราพร้อมที่สุด แต่เป็นการยอมรับความท้าทายตอนที่เราไม่พร้อมต่างหาก”

- คุณคลาวเดีย นาวาร์โร ผู้อำนวยการการตลาด ประจำประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

 

เวลาทำงานกับบริษัทโคคาโคล่า อะไรที่ทำให้มีความสุขที่สุด?

แอน กรรณิการ์: ดิฉันว่าการได้คอยคิดงาน คิดประเภทสินค้าก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง ดิฉันเคารพทุกคนเวลาทำงานเป็นทีม บางครั้งก็ต้องทำงานกับคนที่หลากหลายกับความคิดที่ต่างกัน จึงต้องเข้าใจรับฟังความแตกต่าง ดิฉันเลยไม่รู้สึกว่ามาทำงาน แต่รู้สึกว่าวันนี้มาช่วยทีมสร้างอนาคตที่ดีกว่า เพื่อทั้งตัวโคคาโคล่าและตัวผู้บริโภคเองด้วย

คลาวเดีย: ส่วนดิฉันเคยทำงานกับโคคาโคล่ามา 4 ประเทศแล้ว อย่างหนึ่งที่สังเกตได้เหมือนกันคือคนแต่ละคนมีความพิเศษในตัว และดิฉันก็สามารถใช้ข้อดีของตัวเองช่วยเหลือเพื่อนด้วยกันได้ ดิฉันมีความสุขที่ได้ทำงานกับคนพวกนั้น

ปู สาวิตรี: ดิฉันก็แฮปปี้กับโคคาโคล่าเพราะที่นี่ทำในสิ่งที่ใช่มาตลอดไม่ว่าจะเป็นธรรมมาภิบาล การทำตามกฎหมาย ต่อให้โคคาโคล่าบรรลุเป้าหมาย แต่ถ้าความสำเร็จที่ได้มันมาจากการทำในสิ่งที่ไม่ใช่ ก็จะไม่ทำค่ะ

 

มีแผนที่จะเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคหญิงที่รักสุขภาพหรือไม่?

แอน กรรณิการ์: ดิฉันเอาผู้บริโภคเป็นตัวตั้ง ดูว่าผู้บริโภคต้องการอะไร คนมักคิดว่าบริษัทฯขายแต่น้ำอัดลม แต่จริงๆแล้วขายเครื่องดื่มที่หลากหลายมากกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำทิพย์ น้ำส้มมินิเมท น้ำดื่มอควาเรียสสำหรับคนออกกำลังกาย บริษัทฯก็จะครอบคลุมเครื่องดื่มที่ไม่มีน้ำตาลเข้าไปด้วย ขึ้นอยู่ความต้องการ ประวัติของตัวลูกค้า และโอกาสด้วยค่ะ

 

แล้วจะมีสินค้าสำหรับผู้หญิงหรือไม่?

คลาวเดีย: คิดว่าความต้องการก็มีความหลากหลายตามสเปคตรัมของมัน บางคนก็ดื่มแต่เครื่องดื่มไฮเดรท บางคนก็อยากเอาสิ่งดีๆมีประโยชน์เข้าไปในร่างกาย บางคนก็อยากดื่มให้ผ่อนคลาย รู้สึกสดชื่นมีกำลังขึ้นมา ดิฉันก็เชื่อว่าแบรนด์ที่โคคาโคล่าดูแลอยู่ก็ตอบโจทย์ ส่วนตัวแล้วก็อยากดื่มโค้กตอนสักบ่ายสองให้สดชื่น (หัวเราะ)

 

coke 23.3.2017_170324_0066

“ถ้าเราได้ถกเถียงพูดคุยกัน เราก็จะได้มุมมองที่หลากหลายมากขึ้น และได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า”

คุณผึ้ง มธุกร ศัลยพงษ์ Strategic Business Partner ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

 

มีนโยบายสนับสนุนผู้หญิงในการทำงานกับโคคาโคลาหรือไม่?

ผึ้ง มธุกร: ดิฉันว่าโคคาโคล่าได้ให้โอกาสทุกคนทุกเพศทุกวัย นโยบายจะยืดหยุ่นไม่เคร่งเกินไป เวลาที่มีลูก ก็ลาคลอดได้ ระหว่างที่ลูกคลอดแล้วจนถึงแปดเดือน ก็ไม่ต้องทำงานถึงแปดชั่วโมง ส่วนตัวคุณพ่อเองก็ได้รับสิทธินี้ด้วย เช่นถ้าลูกอายุ 1 เดือนคุณพ่อก็ทำงานที่บ้านได้เดือนหนึ่งเต็มๆ เลยต้องให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนมีความสุขกับการทำงานค่ะ

ปู สาวิตรี: กฎหมายไทยให้พนักงาน 45 วันสำหรับลาคลอด แต่ที่นี่เราให้สูงสุด 90 วันทำงานเลย ช่วงแรกก่อนคลอดก็ได้เงินเดือนเต็มจำนวน แต่หลังคลอดก็จะไม่ได้เต็ม ส่วนการลาไปอยู่กับคุณพ่อ กฎหมายไทยไม่ได้บังคับ แต่ที่นี่ก็ให้คุณพ่อลาได้ด้วย ที่ทำงานยังมีห้องให้นมลูกไว้บริการคุณแม่ไว้ด้วย

 

แบ่งเวลาระหว่างงานกับครอบครัวอย่างไร?

แอน กรรณิการ์: ดิฉันว่าคุณต้องจัดลำดับความสำคัญ ถามตัวเองว่าที่จะทำนั้นมันสำคัญมากหรือไม่ มันเร่งด่วนจริงๆหรือเปล่า โฟกัสทำในสิ่งที่ใช่ทั้งในเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว เมื่อประสบการณ์มากขึ้น ก็จะรู้ว่าจะต้องทำให้ทั้งสองเรื่องสมดุลกันได้อย่างไร

ผึ้ง มธุกร: ต้องโฟกัสในเรื่องที่ใช่ ถ้าอยู่ที่ออฟฟิศ งานก็คืองาน แต่ถ้ากลับบ้านก็ใช้เวลาอยู่กับสามี อยู่กับครอบครัว ต้องดูเขาด้วยว่าเขาว่างจริงๆ ถ้าเสร็จจากงานแล้ว ก็ทานข้าวเย็นด้วยกันค่ะ

คลาวเดีย: ดิฉันใช้เวลากับสามีที่ทำงานมากอยู่แล้ว (หัวเราะ) อย่างแรกต้องคิดก่อนว่าต้องทำอะไรบ้าง ถ้ามีแค่ 2 สิ่งที่จะทำ และ 10 ปีผ่านไปเราจะจำได้หรือไม่? คำถามแบบนี้ก็ช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าคุณควรจะทำอะไรบ้าง เช่นพาไปส่งลูกไปโรงเรียนวันแรก หรือต้องร่วมประชุมสำคัญ ถ้า 10 ปีผ่านปี ดิฉันจำสิ่งที่ทำไปแล้วได้ ก็จะทำสิ่งนั้นก่อนค่ะ

จริงๆชีวิตคนเรามีหลายมิตินะไม่ว่าจะเรื่องสุขภาพ บันเทิง เพื่อน ครอบครัว งาน การพัฒนาจิตใจ จึงต้องเลือกว่าอะไรสำคัญ อะไรมาก่อน อย่างดิฉันเคยต้องผ่าตัดเข่าครั้งหนึ่ง เลยต้องโฟกัสไปกับการทำกายภาพบำบัด ไม่ได้คุยกับเพื่อน 3 เดือนเต็มๆ ส่วนเด็กๆ ดิฉันก็ขอให้เซเดฟอยู่เป็นเพื่อน เวลาที่สามีไปเที่ยวไกลๆค่ะ

เชเดป: บางทีเราก็ต้องรู้จักขอความช่วยเหลือ อย่างดิฉันมีแม่ มีแม่สะใภ้ มีน้องสาว มีครอบครัว เพื่อนก็ช่วยเราได้ อย่างตอนที่ฉันมาทำงานที่นี่เดือนสองเดือนแรก ดิฉันทำทุกอย่างเองไม่ได้ และเพื่อนก็ยินดีช่วยแบ่งเบาภาระ ดิฉันก็เลยต้องขอความช่วยเหลือคนอื่นให้ทำงานที่ไม่ได้เต็มที่กับมัน และยังต้องวางแผนจะต้องทำอะไรบ้างในแต่ละวันด้วย

ปู สาวิตรี: ทั้งดิฉันทั้งสามีต่างก็ทำงาน กลับบ้านก็ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ได้คุยกันได้ดูทีวีด้วยกัน บางทีก็เล่นกับสุนัขที่บ้าน โชคดีที่บ้านไม่ได้ไกลจากออฟฟิศ วันหยุดก็ไปเที่ยวทะเล เราจัดการเวลาได้ วันธรรมดาก็ทำงานค่ะ

 

จะพูดอย่างไรกับผู้หญิงรุ่นต่อๆไปให้เป็นผู้นำแกร่งแบบคุณ?

ปู สาวิตรี: อนาคตอยู่ในกำมือคุณนะ ตอนนี้คุณยังอายุน้อย แต่ต่อไป คุณจะโตขึ้น มีอาชีพ ได้ทำงาน คุณมีสิทธิเลือกที่จะก้าวต่อไป หรือจะหยุดอยู่กับที่ มีให้เลือกแค่นี้ นั่นคืออนาคตของคุณ

เซเดฟ: ดิฉันก็เคยเป็นเหมือนคุณ ฉะนั้นขอให้เชื่อมั่นในตัวเองค่ะ

คลาวเดีย: คุณจะเจอทางของคุณเอง คุณเองไม่ได้เก่งอยู่แค่อย่างเดียว อย่าให้ใครมาบอกคุณว่าคุณทำไม่ได้ คุณจะทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ

ผึ้ง มธุกร: ก็เหมือนที่เซเดฟบอกไว้ ตอนเด็กๆ ดิฉันเองก็สงสัยว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่การได้เติบโตในองค์กร บอกได้เลยว่ามันสนุกมาก และไม่ได้ยากขนาดนั้น คุณสามารถใช้ชีวิตที่สมดุลได้ ขอแค่อย่ากลัวที่จะทำตามฝันค่ะ

แอน กรรณิการ์: น่าสนใจมาก เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสำเร็จ การเป็นผู้นำ ความฝัน แต่เมื่อโตขึ้น ถึงทุกคนจะมีความฝันต่างกัน แต่คุณต้องเชื่อมั่นในฝันของเราเองว่าคุณทำได้ค่ะ

 

ได้รู้จักมุมมองของผู้บริหารหญิงทั้ง 5 แห่ง “โคคา-โคล่า” แล้ว เราต้องหันมาเปิดใจรับฟังเพื่อนร่วมทีม ช่วยเหลือซึ่งกันและกันมากขึ้นแล้ว เราถึงจะทำงานแบบมืออาชีพได้สำเร็จและมีความสุขไปได้พร้อมๆกันได้ไม่ยากและสนุกสุดๆ

เพราะการทำงานกับคนที่ใช่ ก็นับว่าชนะแล้ว หากเราเรียนรู้ที่จะยอมรับความเห็นและมุมมองที่หลากหลายของแต่ละคนในทีม ทุกอย่างต้องไปได้สวยแน่นอน

 

 Coke

แหล่งที่มา

สัมภาษณ์ผู้บริหารหญิงบริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด วันพฤหัสบดีที่ 23 มีนาคม 2560 ที่บริษัท ไทยน้ําทิพย จํากัด นอร์ธปาร์ค

 

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

เจาะลึกจิตวิทยาการตลาด และธุรกิจสตาร์ทอัพจากคนในวงการ พร้อมเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน สามารถติชมหรืออยากให้เจาะลึกเรื่องไหนเป็นพิเศษ ส่งเมลมาเลยที่ contact@oopsnetwork.co.th

User Name: Oops Hardcore

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


six + 9 =

Recent Posts

Facebook