103.58.148.118

Opinion

Ξ Leave a comment

มันหยด! Workpoint VS. GMM ช่วงชิงพื้นที่ ศึกเจ้า Youtube งานนี้ไม่มีใครยอมใคร

posted by  1,347 views

เป็นยุคแห่งการช่วงชิงพื้นที่ออนไลน์อย่างแท้จริง เพราะเชื่อว่าตอนนี้น่าจะมีหลายคนงงกันอย่างแน่นอนว่า สรุปแล้ว ใครกันแน่ที่ขึ้นอันดับ 1 ชาแนล Youtube ของประเทศไทยและในอาเซียน ระหว่าง Workpoint กับ GMM Grammy !!

boxing hili2

เมื่อไม่นานมานี้ GMM GRAMMY OFFICIAL ร่อนข่าวแจ้งสื่อว่า ได้รับการยืน ยันจาก Youtube ว่าเป็น แชนแนลเอนเตอร์เทนเมนท์ในนามองค์กรบริษัทที่มีผู้ติดตามกด Subscribe มากที่สุดถึง 10 ล้านคน เป็นรายแรก และมี viewership มากที่สุดถึง 10,773,288,662 วิว

นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่า เป็นช่องรายการช่องแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ ที่ได้รับรางวัล Diamond Play Button คือช่องที่มีผู้ติดตามมากกว่า 10 ล้านคน

gmm1

สำทับด้วยคำพูดของ “ภาวิต จิตรกร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม มิวสิค บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า กลยุทธ์ของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ นอกจากเราจะพยายามผลักดันแชนแนลของ GMM GRAMMY OFFICIAL แล้ว จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ยังมีความตั้งใจจะสร้างแชนแนลอื่นๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ชมที่หลากหลาย จะเห็นได้ว่าจะมีแชนแนลในเครือของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ อีกหลายช่องที่ติดอันดับ TOP 20 Subscriber ไม่ว่าจะเป็นของ genie records, Grammy Gold, GMM25, ONE31, GDH ส่งผลให้จำนวนผู้ติดตามของกลุ่มจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ สูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ถึง 31 ล้านคน สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคมีความนิยมที่จะรับชมคอนเทนต์ดีๆ มากมายจากจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และบริษัทในเครือ

“การได้ Subscriber ถึง 10 ล้านคนเป็นบริษัทแรกนั้น ถือเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะ GMM GRAMMY OFFICIAL เป็นแชนแนล ที่นำเสนอผลงานเพลง โดยศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลงคุณภาพของไทย ในทุกแนวเพลงทั้ง ป็อป ร็อก ลูกทุ่ง ภายใต้สังกัดของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ปัจจัยสำคัญของความสำเร็จครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากปราศจากแรงสนับสนุนจากแฟนเพลง แฟนคลับ ที่ชื่นชมศิลปิน
และชื่นชมในผลงานของแกรมมี่ทุกๆ คน”

Gmm01

นั่นคือคำยืนยันจากเสียงของทางฝั่ง GMM

เราลองมาฟังความอีกด้านของ Workpoint กันบ้าง ซึ่งทางนี้เองก็ยืนยันเช่นเดียวกันว่า เขาคือ อันดับ 1 ในประเทศไทย และ อันดับ 1 ในเอเชียนตะวันออกเฉียงใต้

wp3

อย่างไรก็ตาม แม้เราอาจจะยังไม่เห็นคำแถลงอย่างเป็นทางการจาก Workpoint แต่เราขอหยิบเอาจากเฟซบุ๊กของ ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานโทรทัศน์ดิจิตอล Workpoint Entertainment ที่ได้โพสต์ถึงความสำเร็จ ภายใต้  คำโค้ดที่ว่า “if you build it, it will comes” ซึ่งพอจะสรุปใจความของโพสต์ดังกล่าวได้ว่า เป็นการเรียนรู้อย่างไม่หยุดยั้ง ผ่านการทำงานเป็นทีม แม้ว่า Youtube จะเริ่มต้นช้ากว่าคนอื่น แต่ก็มีพัฒนาการแบบก้าวกระโดด พร้อมกับการเติบโตของรายได้ที่งดงาม ที่สำคัญคือ คาดหมายว่า ในปลายปีนี้จะมีรายได้ถึง 3,000 ล้านบาท!

ผมเริ่มทำ online มาพร้อมๆกับตอนทำช่องทีวี เริ่มทำจริงจังมาปีกว่าๆร่วม สองปี
แต่ก็เล็งๆไว้หลายปีแล้วรอจังหวะเวลาที่เหมาะสม
เหตุผลที่เริ่มต้นก็เรียบง่ายมาก คือ เมื่อเรามีช่องทีวีของเราเอง ในยุคที่สื่อส่วน
มากก็มีช่องทีวีกันเกือบหมด เราจะสื่อสารกับคนดูเราอย่างไร?
เมื่อก่อนก็สื่อสารผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ แต่ต่อมาสื่อสิ่งพิมพ์ส่วนมากมีช่องเองกันแล้ว
เหตุผลอะไร เขาจะช่วยเราสื่อสารไปยังแฟนๆของเราให้ได้เต็มที่เหมือนเมื่อก่อน
เราเริ่มต้นจากความคิดแบบนั้น จึงเริ่มทำ online เพื่อสื่อสารกับคนดูของเราก่อน
ช่วงแรก เราเริ่มต้นที่ line massenger ก่อน เพราะคนใช้ line ส่งข้อความหากัน
แทน sms และส่งเพียงครั้งเดียวถึงสมาชิกทัังหมด
ถัดมาช่วงที่เริ่มทำจริงจังคือ เกือบ 2 ปีก่อน เราก็เริ่ม focus ที่ facebook ก่อน
เราเริ่มต้นค่อนข้างช้ากว่าคนอื่น ดังนั้้นก็ต้องทำงานมากกว่าคนอื่นให้มาก เรียน
รู้ให้มาก แล้วก็ค่อยๆทำไปเรื่อยๆ อย่าหยุด แล้วก็เติบโตขึ้นเรื่ิอยๆ เรามีเพจเกิน
ล้านอยู่ร่วม 10 กว่าเพจ และมีที่เกิน 1ล้านอีกมากมาย ที่สำคัญ ทั้งหมดยังคง
เติบโตแบบก้าวกระโดดอยู่อย่างสม่ำเสมอ
ในขณะเดียวกันนั้นก็ทำ web ทำ apps ของเราเอง ไปพร้อมๆ กันด้วยซึ่งมีตัว
เลขไม่ได้น้อยเลย
ส่วน youtube นี่เราเริ่มต้นช้ากว่าคนอื่นหลายปี มาทำเอาจริงจังก็ต้นปีก่อน
เพราะเริ่มมองเห็นอะไรบางอย่าง เดือนนี้เมื่อปีก่อน ยังฉลองสี่ล้านกันอยู่เลย
จนวันนี้ ก็ผ่านหลัก 10 ล้านไปแล้ว และยังคงน่าจะเติบโตต่อไปอีกไกล
ความโชคดีก็คือว่า ทุกๆ คนที่บริษัทฯ ให้ความร่วมมือดีเสมอ ไม่ว่าจะลองทำ
อะไรก็ตาม ทุกคนก็เฮโลมาช่วยกัน
น้องๆ ทีมงานนั้นนอกจากจะเก่งกันมากก็ขยันขันแข็งมากอีกด้วย พร้อมจะลอง
อะไรไปด้วยกันเสมอ
จะว่าไปแล้ว มันมีความสอดคล้องกันอยู่พอสมควร ในระหว่างทาง
เรามักจะเริ่มอะไรใหม่และช้ากว่าคนอื่นอยู่เสมอ แม้เราจะชอบลองอะไรใหม่ๆ
เป็นคนแรกๆ
ตอนสมัยทำทีวีดาวเทียมก็เริ่มต้นช้ากว่าคนอื่น
มาทำ online ก็เริ่มต้นช้ากว่าคนอื่น
หลักคิด ที่ผมใช้บ่อย คือ วิชาสอบเทียบ
ผมโตมากับยุคสอบเทียบ
กล่าวคือ เราสามารถ entrance เข้ามหาวิทยาลัยได้
โดยที่ ไม่ต้องเรียน มัธยมปลาย จนจบทุกชั้นปี แปลว่า เราต้องหาความรู้ที่เราไม่รู้
ให้ทันคนที่เรียน มัธยมปลายครบทุกชั้นปี
รู้ว่าเรารู้อะไร และรู้ว่าเรายังไม่รู้อะไร ควรทำอะไรและ ยังไม่ควรทำอะไร
คล้ายๆ กับ การรู้ตั้งแต่แรกว่า เรามีอะไรน้อยกว่าคนอื่น
เราจะหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อลดความไม่รู้นั้นลงมาให้แคบลง เพราะถ้าเราใช้วิธีการ
เดิม พยายามเท่าเดิม ช่องว่างตรงนั้นจะไม่มีทางแคบลง
เหมือนเป็นนักกีฬาที่ต่อ handicap ให้คนอื่น
แปลว่า ต้องพยายามให้มากกว่าคนอื่นหลาย เท่าตัว ต้องรู้ให้มากที่สุดเท่าที่เรา
พอจะรู้ได้
ต้องใช้เวลากับมันให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อลดระยะห่างนั้นลงให้มากที่สุด
ช่วงที่เริ่มทำงานใหม่ๆ หรือทำอะไรใหม่ๆ ผมจะหยิบหนังเรื่องโปรดมาดู 2-3 เรื่อง
มีเรื่อง rush ที่เล่าเรื่องการแข่งรถ,
มีเรื่อง moneyball ที่เล่าเรื่องการทำเกมกีฬาโดยใช้ตัวเลขและสถิติ สำหรับทีม
เล็กที่แข่งขันในลีคใหญ่,
ทั้งหนังเรื่อง rush และ เรื่อง moneyball นั้นเล่าเรื่องวิธีการใหม่ในเกมเดิมไว้น่า
สนใจ และไม่ได้ชี้ชัดว่าแบบไหนถูก
ส่วนหนังเรื่อง field of dreams นั้น เล่าเรื่อง การสร้างสนามกีฬา จากที่ๆไม่น่า
เป็นไปได้ ในหนัง field of dream มี วลีฮิต ประจำเรื่องบอกไว้บ่อยๆว่า if you
build it, it will comes
หมายเหตุบันทึกการทำงาน:
มีตัวเลขรายได้ที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟัง
สมัยตอนทำทีวีดาวเทียม ปีแรกมีรายได้ หลักหลายสิบล้าน
ปีที่สอง มีรายได้ ร้อยกว่าล้าน
ปีที่สามมีรายได้ สามร้อยกว่าล้าน
พอขยับมาเป็นทีวีดิจิตอล
ปีแรกมีรายได้ แปดร้อยกว่าล้าน
ปีที่สองมีรายได้ พันกว่าล้านปลายๆ
ปีนี้ปีที่สาม คาดว่ารายได้เกินสามพันล้าน
ส่วน online
มีรายได้ หลักหลายสิบล้านในปีก่อน
มาปีนี้ คาดว่า น่าจะมีรายได้ทะลุ สองร้อยล้าน
ทั้งหมดนี้มันมาจากความร่วมมือร่วมใจของคนทั้งบริษัทฯ ไม่ใช่คน ๆเดียว
เพราะถ้าไม่ลุยด้วยกันคงไม่ขับเคลื่อนกันมาเรื่อยๆแบบนี้
จะเห็นว่าไม่ว่าจะแพลตฟอร์มไหนก็ตามเมื่อเริ่มทำจริงจัง อย่างตัังใจ ทำไปเรื่อยๆ
จนวันที่ตลาดพร้อม รายได้มันก็จะโตตามไปได้ด้วย เมื่อเราพยายามจนเจอช่อง
ทางของมัน
if you build it, it will comes

wp2

ทั้งนี้ จากการที่เราเข้าไปสำรวจยังชาแนลของทั้งสองค่ายใน Youtube (เวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 11 ต.ค.) พบว่า ตัวเลขยอด subscribe ของทั้งคู่ใกล้เคียงกันมาก เรียกว่าหายใจรดต้นคอกันเลยทีเดียว!!

  • GMM GRAMMY OFFICIAL 10,019,767 subscribers
  • WorkpointOfficial 10,026,213 subscribers

GMM  10 ล้าน ที่แรก – Workpoint อันดับ 1

อย่างไรก็ตาม ก็เกิดการวิเคราะห์จากหลายฝ่ายที่มองการประกาศครั้งนี้ว่า น่าจะเป็น การที่ GMM Grammy ได้ออกมาประกาศว่า ได้ 10 ล้าน Subscribers ก่อนที่แรกทั้งในไทยและอาเซียน ในขณะที่ Workpoint ได้ 10 ล้าน Subscribers ตามมาทีหลังก็จริง แต่มียอด Subscribers เป็นอันดับ 1 เพราะมียอดสูงกว่า

แต่สิ่งนี้ก็นับได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจจาก ค่ายเอ็นเตอร์เทนยักษ์ใหญ่ทั้ง 2 ค่าย ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า 2 ค่ายนี้จะถูกจับคู่ให้มาชนกันในยุคดิจิทัล อินเทอร์รัป เพราะหากย้อนไปเมื่อก่อน GMM ถูกจับคู่ให้แข่งกับค่าย RS มาตลอด ตั้งแต่เพลง หนัง ไปจนถึงละคร แต่มาวันนี้ ในเมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นได้บนออนไลน์ อะไรๆ มันก็คงเกิดขึ้นได้

และ Workpoint เองก็เป็นผู้เล่น ที่น่ากลัว ทั้งกับทีวีอนาล็อคและทีวีดิจิทัล แล้ววันนี้ยังขยับมาท้าชนกับ พี่ใหญ่แกรมมี่ที่อยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน แต่ก็อย่าลืมว่า ถ้าในการทำงานด้านเอ็นเตอร์เทนต์เมน์วาไรตี้ก็เป็นจุดแข็งแกร่งที่ Workpoint มีมาตลอดเช่นกัน มิหนำซ้ำในกลยุทธ์ด้านโซเชียลก็ดูจะแพรวพราวอีกด้วย

แต่ไม่ว่าใครจะชนะ หรือใครจะเพลี้ยงพล้ำ งานนี้คนที่ได้ยิ้มกริ่มที่สุดน่าจะเป็น Youtube ที่เปิดบ้านให้ค่ายต่างๆ ปั้นคอนเทนต์ลงกันอย่างสนุกสนานบนสนามแพล็ทฟอร์มสีแดงแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม ศึกนี้คงต้องตามติดดูกันไปยาวๆ ว่าสุดท้ายแล้วใครจะได้ครองตลาด ครองหัวใจคนไทยทั้งประเทศและอาเซียนกันแน่

แต่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ขอแสดงความยินดีด้วย และขอชื่นชมในผลงานของทั้งสองค่ายที่ต่างก็ผลิตคอนเทนต์ดีๆ มาให้เราได้ชมกันตลอด เป็นการแข่งขันบนผลกำไรของผู้บริโภค จุดนี้ขอร่วมยินดีด้วยค่ะ.

Copyright © MarketingOops.com

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

เดินทางสายนักข่าวมากว่าสิบปีก่อนจะมาหลงใหลในงานดิจิตอล แต่งตัวฟรุ้งฟริ้งเคลิบเคลิ้มดนตรีร็อค

User Name: pigabyte

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


one + 8 =

Recent Posts

Facebook

PR News