เปลี่ยนเป็นคนใหม่ ด้วย ศิลปะแห่งการติติง

  • 1
  •  
  •  
  •  
  •  

ศิลปะแห่งการติติง
ศิลปะแห่งการติติง

ปีใหม่นี้ มาฝึกการสื่อสาร การตำหนิแบบเชิงบวก เพื่อการทำงานที่สร้างสรรค์กัน
การทำงานย่อมมีการตำหนิกัน หากเมื่อถึงเวลาต้องตำหนิใครๆ ลองเอ่ยด้วยคำที่ “คาดหวัง” ปรับเปลี่ยนประโยคที่อาจทำร้ายจิตใจคน ทิ่มแทงกัน หรือทำให้ใครๆต้องเสียหน้า ให้เป็นคำที่ Positive และสามารถทำให้คนฟังฉุกคิดได้เอง เช่น

  • เขามาไม่ได้ เป็น เขาอยากมาที่ด้วยมากเลย
  • เพราะคุณทำไม่เป็นนี่น่า เป็น ถ้าคุณได้คำแนะนะอีกนิดเดียว
  • Report นี้หายไปไหน เป็น ถ้ามี Report นี้ด้วย งานนี้คงสมบูรณ์
  • วันนี้ผมอารมณ์ไม่ดี เป็น วันอื่นผมอารมณ์ดีกว่านี้
  • คุณมาสายไป 5 นาที เป็น ถ้าคุณมาเมื่อ 5 นาทีก่อน เราจะนั่งรถไปด้วยกัน
  • คนนี้ไม่น่าเชื่อถือ เป็น ในอนาคตเขาคงน่าเชื่อถือมากกว่านี้
  • เธอทำเสียงน่ารำคาญ เป็น ผมชอบตอนคุณหัวเราะมากกว่า

ศิลปะแห่งการติติง

ศิลปะแห่งการติติง

 

การสื่อสารตรงๆ (เพราะฉันเป็นคนตรงๆ) อาจทำให้คุณไม่ได้คิดถนอมน้ำใจกัน และหลายครั้งมันทำร้ายความรู้สึกคนอื่นโดยไม่รู้ตัว ลองแนวคิดนี้ดู เราได้มาจากหนังสือ “แปดสิ่งที่คนเก่งๆมักมีร่วมกัน”

  1. ตัดคำเชิงลบ (Negative word) หรือ คำทิ่มแทง (Offensive word) ออกไป
  2. แทนที่ด้วยคำตรงข้ามหรือคำเชิงบวก
  3. ใส่คำอนาคต เช่น ถ้า คง จะ น่าจะ ควร
  4. เรียงคำใหม่ เป็น “คำอนาคต + รูปประโยคเชิงบวก”

ผู้ใช้ศิลปะในการพูดอย่างชำนาญ (Power of words) เช่น พนักงานขายเก่งๆ เขาจะรู้ดีว่า คำว่า “ไม่) หรือคำอื่นๆที่มีลักษณะผลักออกไปนั้น เปรียบเสมือนประตูที่ปิดกันลงระหว่างผู้ฟังกับผู้พูด และในทางกลับกัน คำว่า “ใช่” ก็มีพลังในการดึงผู้ฟังให้เข้ามาใกล้ผู้พูด

ก่อนจะตำหนิใคร ลองถามตัวเองอีกทีว่า อยากตำหนิให้เขาดีขึ้นหรือให้เขาต่ำลง ถ้าเป็นอย่างแรกก็อย่าลืมบอกตัวเองว่า ใส่ความเมตตาลงไปก่อนใช้คำพูด หากอยากจะตำหนิเพื่อเหยียบย่ำให้เขาต่ำลงก็ทำตรงข้ามกับแบบแรก แต่โปรดทราบไว้ด้วยว่า ทำอย่างไรลงไปก็จะได้อย่างนั้นกลับมา

ที่มา: แปดสิ่งที่คนเก่งมากๆ มีร่วมกัน

แปดสิ่ง ที่คนเก่งมากๆมีร่วมกัน หนังสือ No.1 Best Seller ที่ใช้เวลาเขียนนานถึง 7 ปี


  • 1
  •  
  •  
  •  
  •