
ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการเทคโนโลยีและตลาดทุนทั่วโลก เมื่อ Apple แบรนด์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ประกาศการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้บริหารระดับสูงสุดอีกครั้ง
โดย Tim Cook จะก้าวขึ้นไปรับตำแหน่ง Executive Chairman หรือประธานกรรมการบริหาร และส่งไม้ต่อให้ John Ternus รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง CEO คนใหม่ โดยมีผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กันยายน 2026 นี้
การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ต้องบอกว่าผ่านกระบวนการวางแผนสืบทอดตำแหน่งมาเป็นอย่างดี สะท้อนให้เห็นถึงสไตล์การบริหารที่เน้นความมั่นคงของ Apple ได้อย่างชัดเจน
แล้วเบื้องหลังการส่งไม้ต่อครั้งนี้มีความสำคัญอย่างไร ไปดูทีละข้อ
จาก 3.5 แสนล้าน สู่ 4 ล้านล้าน USD คือผลงาน Tim Cook
หากมองย้อนกลับไปในปี 2011 วันที่ Tim Cook รับตำแหน่ง CEO หลายคนตั้งคำถามว่า Apple ที่ไม่มี Steve Jobs จะเดินต่อไปอย่างไร
แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยมสามารถสร้างปรากฏการณ์ได้
ภายใต้การนำทัพของ Tim Cook มูลค่าบริษัท (Market Cap) ของ Apple เติบโตจาก 3.5 แสนล้านดอลลาร์ พุ่งทะยานสู่ 4 ล้านล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้นกว่า 1,000%)
ขณะที่รายได้ต่อปีเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า จาก 1.08 แสนล้านดอลลาร์ ไปเป็นกว่า 4.16 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2025 ที่ผ่านมา
ต้องบอกว่าความสำเร็จนี้เกิดจากการมองขาดในเรื่อง Ecosystem และ การปั้นธุรกิจ Services ซึ่งก็คือการขยายบริการอย่าง iCloud, Apple Pay, Apple TV และ Apple Music จนกลายเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ากว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ Cook ยังเป็นคนสร้างหมวดหมู่สินค้าใหม่ จำพวก Wearables ที่เราได้เห็นสินค้าใหม่ๆอย่าง Apple Watch และ AirPods อุปกรณ์ที่นอกจากสร้างรายได้แล้วยังเป็นรากฐานสำคัญในการเจาะตลาดสุขภาพและการแพทย์ด้วย
นอกจากนี้ยังแข็งแกร่งเรื่อง Core Value ขององค์กร ไ่ว่าจะเรื่องจุดยืนการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ โดยสามารถลดลงกว่า 60% ควบคู่ไปกับการเติบโตของรายได้
รวมถึงการชูเรื่อง “ความเป็นส่วนตัว” (Privacy) ให้กลายเป็นจุดขาย สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในอุตสาหกรรมเทคฯอย่างยอดเยี่ยม
การขยับขึ้นไปเป็น Executive Chairman จะทำให้ Tim Cook ไม่ต้องมานั่งบริหารงานรายวัน แต่ยังคงใช้ประสบการณ์ช่วยดูแลภาพรวม โดยเฉพาะการเจรจาและสานสัมพันธ์กับผู้กำหนดนโยบาย (Policymakers) ทั่วโลก ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายมากสำหรับบริษัทเทคฯ ในยุคนี้
ทำไมต้องเป็น John Ternus ?
John Ternus อาจไม่ใช่ชื่อที่คุ้นหูคนทั่วไปเท่ากับ Tim Cook แต่สำหรับคนในวงการ เขาคือ “มันสมอง” ด้านฮาร์ดแวร์ที่ร่วมงานกับ Apple มาตั้งแต่ปี 2001
การที่บอร์ดบริหารมีมติเอกฉันท์เลือก Ternus ทำให้เห็นว่า Apple ยังคงวางรากฐานของนวัตกรรมไว้ที่ “ฮาร์ดแวร์” เป็นสำคัญ เห็นได้จากผลงานของ Ternus มากมายไม่ว่าจะเป็น
ผู้อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนผ่านสำคัญของ Mac ที่ทำให้คอมพิวเตอร์ของ Apple ทรงพลังด้วย Apple Silicon และได้รับความนิยมสูงสุดในรอบ 40 ปี รวมถึงการเปิดตัว “MacBook Neo” ที่ขยายฐานผู้ใช้งานให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นทั่วโลก
ไม่เท่านั้นผลงานล่าสุดคือการยกเครื่อง iPhone 17 ทั้งรุ่น Pro, Pro Max และการเปิดตัว “iPhone Air” ที่บางเฉียบ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ด้านการออกแบบที่มองไปข้างหน้าได้อย่างยอดเยี่ยม
Ternus ยังเป็นผู้นำในการยกระดับ AirPods สู่ Health Tech พัฒนาให้หูฟังกลายเป็นระบบดูแลสุขภาพการได้ยินแบบครบวงจร รวมไปถึงการคิดค้นวัสดุใหม่ๆ เช่น อลูมิเนียมรีไซเคิลผสม และการใช้ไทเทเนียมพิมพ์ 3 มิติใน Apple Watch Ultra 3 ซึ่งตอบโจทย์ทั้งความทนทานและรักษ์โลกไปพร้อมๆกัน
Tim Cook กล่าวถึง CEO คนใหม่ไว้ว่า “John Ternus มีสมองของวิศวกร มีจิตวิญญาณของนักนวัตกรรม และมีหัวใจของผู้นำที่มีความซื่อสัตย์”
การรับไม้ต่อของ John Ternus ในปี 2026 จะเป็นก้าวสำคัญของ Apple ในยุคที่ AI และนวัตกรรมวัสดุศาสตร์กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด
ประสบการณ์ของ Ternus ที่เชี่ยวชาญทั้งการสร้างสินค้าที่คนหลงรัก และความเข้าใจในสถาปัตยกรรมชิปอย่างลึกซึ้ง จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ Apple สามารถรักษาฐานผู้ใช้งานที่ปัจจุบันมีอุปกรณ์ที่แอคทีฟอยู่กว่า 2,500 ล้านเครื่องไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
คงต้องติดตามกันต่อไปว่า วิสัยทัศน์ของอดีตวิศวกรเครื่องกลที่เติบโตมาในวัฒนธรรมของ Apple กว่า 25 ปี จะนำพาบริษัทมูลค่า 4 ล้านล้านดอลลาร์แห่งนี้ไปสู่ “สิ่งใหม่” ที่เขย่าโลกได้มากแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ DNA ของการผสานฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และความใส่ใจในรายละเอียด จะยังคงเป็นแกนหลักของแบรนด์แอปเปิลต่อไปอย่างแน่นอน
ที่มา: Apple


