103.58.148.118

Biz & Marketing news

Ξ Leave a comment

เรียนรู้ ‘Power of Business Transformation’ ในยุคดิจิทัล ไปกับ ‘อริยะ พนมยงค์’

posted by  1,666 views

อย่างที่ทราบกันโลกธุรกิจในยุคปัจจุบันได้ถูก Disrupt  จากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง โดยเฉพาะ Digital Transformation ซึ่งสำหรับ อริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด แล้ว หากเรียนรู้และทำความเข้าใจเทคโนโลยีได้ ก็จะสร้างพลังให้ธุรกิจสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้

การแสดงความคิดเห็นนี้เกิดขึ้นในงาน Thailand ICT Management Forum 2018 ที่จัดขึ้นโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ซึ่ง อริยะ ได้กล่าวถึง ‘Power of Business Transformation’ ด้วยการเริ่มต้นฉายภาพใหญ่ก่อนว่า ทำไมเราต้องก้าวเข้าสู่ Digital Transformation

คุณอริยะ pic1

เหตุผลก็เพราะว่า ปัจจุบันไทยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 45 ล้านคน และใช้เวลาอยู่บนโลกออนไลน์กว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน โดย ณ ขณะนี้มีแพลตฟอร์มการสื่อสารเกิดขึ้นบนโลกนี้หลายแพลตฟอร์มบนโลกใบนี้

สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดเจน คือ การที่กลุ่มธุรกิจในเอเชียเริ่มมีการเติบโตและสามารถแข่งขันได้กับกลุ่มมหาอำนาจเดิม อย่างเช่น ธุรกิจอีคอมเมิร์ชที่เติบโตอย่างรวดเร็วของอาลีบาบา ซึ่งเราไม่อาจจะปฎิเสธว่า เราอยู่ในยุคที่แพลตฟอร์มเป็นสิ่งที่น่ากลัวและต้องให้ความสนใจ โดยปีนี้แพลตฟอร์มขนาดใหญ่จะมีการแข่งขันกันดุเดือดและกำลังจะมีผู้เล่นรายใหญ่เข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง

“วันนี้หากเราต้องการแนวทางการทำธุรกิจด้านดิจิทัล แนะนำให้ไปที่จีนมากกว่าไปซิลิคอนวัลย์เล่ เพราะจีนมีอัตราการเกิดธุรกิจเทคโนโลยีที่เร็วมากและตลาดเติบโตสูงมากกว่าสหรัฐอเมริกาเสียอีก”

ทุกธุรกิจต้องเปลี่ยนแปลง

ด้วยกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นทุกธุรกิจต้องรับและเปลี่ยนให้ทันกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งปัจจุบันสิ่งที่มีพูดถึงกันมาก คือ O2O หรือ Online-to-Offline ที่ถือเป็นตลาดที่ใหญ่ ณ ขณะนี้ เพราะอย่างที่บอกว่า เรามีคนอยู่บนโลกออนไลน์กว่า 45 ล้านคน ทำให้หลายธุรกิจขยับมาบนโลกออนไลน์

แต่ใช่ว่า ทุกคนจะเข้ามาได้ อย่างเช่น ธุรกิจ SMEs เนื่องจากมีข้อจำกัดทั้งในเรื่องกำลังเงิน และกำลังคน ยังไม่รวมกับการวางแผนธุรกิจเพื่อให้อยู่รอดบนสนามแข่งขันที่ดุเดือด เหล่านี้ถือเป็นปัญหาที่ SMEs ต้องเผชิญ หากแพลตฟอร์มต่าง ๆ เข้าไปช่วยและสนับสนุนก็ถือเป็นโอกาส

 

คอนเทนท์และมีเดีย เป็นอีกธุรกิจที่ต้องมีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว  โดยช่วงปีที่ผ่านมาจะเห็นผู้ประกอบการหลายรายได้ผันตัวเข้าสู่ออนไลน์ ตามพฤติกรรมของผู้บริโภคกว่า 90% มาอยู่บนโลกออนไลน์  หากใครไม่เปลี่ยน ก็จะเดินต่อได้ยาก สะท้อนให้เห็นจากวงการทีวีที่เรตติ้ง และค่าโฆษณา นอกจากนี้ยังเห็นการปิดตัวไปของนิตยสารหลายเล่ม

 “ผมไม่ได้บอกว่า ธุรกิจสื่อจะไม่มี แต่ต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลง อะไรที่เป็นแบบเดิม ๆ จะอยู่ยาก เช่น นิตยสารในรูปแบบเล่ม ส่วนทีวียังต้องมีอยู่ เพียงต้องปรับบิสิเนส โมเดล”

ต้องรู้จักเรียนรู้และเข้าใจเทคโนโลยี

สรุป

อริยะ ยังกล่าวอีกว่า ทุกวันนี้ไม่ใช่การทำเทคโนโลยีเพื่อเข้าสู่การแข่งขัน แต่เป็นการนำเทคโนโลยีที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ที่เหมาะสมกับธุรกิจของตนเองให้มากที่สุด โดยต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจกับเรื่องนี้ เพื่อให้เข้าใจถึงประโยชน์และสามารถคิดบริการที่เหมาะสมออกมาได้ อีกทั้งยังจะเข้าใจความสามารถของคู่แข่ง ซึ่งการเรียนรู้และทำความเข้าใจเทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องยาก

นอกจากนี้ ดาต้าเปรียบเสมือนทอง ที่จะทำให้เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด และนำไปสู่การพบธุรกิจรูปแบบใหม่ ซึ่งความจริงแล้ว บริษัทใหญ่ ๆ ของไทยมีดาต้าเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ได้นำมาใช้ ดังนั้นวันนี้ต้องนำมาใช้ประโยชน์ ไม่ได้เก็บแล้วกองไว้ ไม่เช่นนั้นจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย

“ข้อมูลเป็นความสำคัญในอนาคต เราต้องเริ่มดูข้อมูลที่มีทั้งหมด เพื่อนำมาใช้ประโยขน์ให้เกิดขึ้นจริง อย่าเก็บไว้เฉย ๆ และตอนนี้เราอยู่ในยุคที่รอให้ทุกอย่าง 100% ไม่ได้ แค่ 70-80% ก็เริ่มใช้แล้วเรียนรู้ไป”

นอกจากนี้ เราอยู่ในยุคที่ไม่ควรยึดติดกับแนวคิดหรือบริการเดิม ๆ อีกต่อไป แต่ต้องเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจและเปลี่ยนรูปแบบสินค้าหรือบริการให้อยู่ในยุค เมื่อคุณเปลี่ยนได้ ก็จะเป็นการสร้างรูปแบบบริการและโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในอนาคต เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ และการจะทำเช่นนั้นได้ความคิด เป็นเรื่องสำคัญที่สุด

cats

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

User Name: Lupang

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


two + = 4

Recent Posts

Facebook