103.58.148.118

Biz & Marketing news

Ξ Leave a comment

ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปกับความต้องการ “อสังหา” ที่เปลี่ยนแปลง

posted by  4,725 views

aston1

หากพูดถึงความต้องการที่พักอาศัยของแต่ละคนแล้ว เชื่อว่ามีความชอบและความจำเป็นที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นอาคารพาณิชย์, ทาวน์โฮม, บ้านเดี่ยว, ตึกแถว, และคอนโดมิเนียม ซึ่งจุดประสงค์ของการใช้งานแต่ละประเภทก็จะมีความหลากหลาย บางคนใช้แค่พักอาศัย บางคนเอาไว้ค้าขาย หรือว่าจะเลือกทำทั้งสองอย่างเลยก็เป็นได้

แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป Trend และ Lifestyle การใช้ชีวิต รวมถึงสภาพแวดล้อมในปัจจุบันหลายๆคนจึงหันมามองที่พักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียมกันมากขึ้น เนื่องจากสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตเรื่อง “การเดินทาง” ซึ่งนั้นคือเหตุผลว่าทำไมอสังหาประเภทนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจ

ลองนึกภาพดูว่าหากเราอยู่บ้านที่ไกลจากที่ทำงานของเราพอสมควร แล้วทุกวันต้องเสียเวลาเดินทางทั้งไปและกลับเฉลี่ยประมาณ 2-4 ชม. ไหนจะเรื่องค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียเพิ่มมากขึ้น ซึ่งก็เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่น้อยเลยทีเดียว บางคนโชคดีมีรถขับแต่ก็ต้องมารถติดบนท้องถนน(ซึ่งประเทศไทยก็ติดโผอันดับ 1-10 ของโลกที่รถติดที่สุดในโลกเชียวนะครับ) บางคนไม่มีรถก็ต้องพึ่งขนส่งสาธารณะ ไหนจะวินมอเตอร์ไซต์, แท็กซี่, รถเมล์, สองแถว,หรือ เรือด่วน เป็นต้น ซึ่งบางครั้งต้องนั่งกัน 2-3 ต่อเลยทีเดียวกว่าจะถึงที่ทำงานกันได้ เชื่อว่าที่พูดมาทั้งหมดนี้คงเป็นปัญหาที่ใครหลายๆคนกำลังเผชิญกันอยู่อย่างแน่นอน

ในปัจจุบันจึงมีคอนโดมิเนียมต่างๆผุดขึ้นมากันอย่างมากมายหลากหลายโครงการและกระจายตัวกันออกไปตามแต่ละพื้นที่ ยิ่งถ้าใกล้ BTS หรือ MRT แล้วก็ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ส่วนใหญ่แล้วที่มีเลือกเยอะหน่อยคงหนีไม่พ้นโซนที่เป็น Prime Area หรือ CBD (Central business district) เพราะเป็นย่านที่มีอาคารสำนักงาน, ห้างสรรพสินค้า, โรงเรียน, สาธารณูปโภคต่างๆ และที่สำคัญคือ BTS และ MRT ที่ตัดผ่านเป็นส่วนใหญ่ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทางมากยิ่งขึ้น อาทิ สีลม, สาทร, ราชเทวี, พญาไท, พระราม 9-รัชดา, หลังสวน, ชิดลม, และสุขุมวิท

หลายคนคงมีคำถามเกิดขึ้น – ฟังดูแล้วเยอะเหลือเกิน เลือกไม่ถูกแล้วแบบนี้จะเลือกดูที่ไหนดีล่ะ?

ถ้าให้พวกเรานึกถึงทำเลที่หลายคนใฝ่ฝันอยากมีบ้านหรือที่อยู่อาศัยซักแห่ง เชื่อได้ว่าคนส่วนใหญ่คงต้องนึกถึงสุขุมวิทเป็นอันดับต้นๆแน่ เพราะในบริเวณนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคอย่างครบครัน โดยมองในแง่ของ

•การเดินทาง เรียกได้ว่าสุขุมวิทแทบจะเป็นศูนย์กลางของกรุงเทพอีกแห่งหนึ่งได้เลย เพราะมีรถไฟฟ้า ยาวตามแนวถนนสุขุมวิททั้งเส้น เดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวกสบาย เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถเลี่ยงปัญหารถติดได้

•สภาพแวดล้อม บริเวณโดยรอบเป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงานต่างๆที่สำคัญอาทิ Exchange Tower, Grammy, Interchage, Shino-Thai ทั้งยังมีโรงพยาบาล, โรงแรม, ห้างสรรพสินค้า, โรงเรียนและมหาวิทยาลัยเก่าแก่อย่าง มศว และร.ร.วัฒนา เป็นต้น และในเรื่องของอาหารการกินก็มีมากมายอุดมสมบูรณ์ทั้งร้านอาหาร, ร้านนั่งชิว, และร้านกาแฟต่างๆ

•Lifestyle มีสวนสาธารณะถึง 2 แห่งด้วยกันในย่านนี้คือ สวนเบญจกิติและสวนเบญจสิรี รวมไปถึงมีห้างสรรพสินค้าให้เดินเล่นและช้อปปิ้งได้ทั้ง Emporium, Emquartier, และ Emsphere (เรียกรวมว่า The Em District) มาเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับพื้นที่แถบนี้มากยิ่งขึ้นไปอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ย่านสุขุมวิทนอกจากคนไทยอย่างเราที่ชื่นชอบแล้ว ชาวต่างชาติโดยเฉพาะญี่ปุ่นและเกาหลีก็ชอบมาทำงานและพักอาศัยในบริเวณนี้เช่นเดียวกัน เพราะมีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว โรงเรียนและสังคมความเป็นอยู่ที่ใกล้เคียงกับวิถีชีวิตที่เค้าเคยอาศัยกันมาจนกลายเป็นความเคยชินและอยู่กันนาน ซึ่งเหตุผลต่างๆที่กล่าวมาข้างต้นนั้นก็ตอบโจทย์ทั้งในแง่ของการใช้ชีวิตและอยู่อาศัยจึงทำให้ย่านสุขุมวิทนี้เป็นสถานที่ๆน่าอยู่อาศัยของ “ทุกคน” อย่างแท้จริง

และอย่างที่เราทราบกันในปัจจุบันด้วยกระแสความต้องการคอนโดมิเนียมมีค่อนข้างสูง ทำให้บริษัทต่างๆแข่งขันกันกว้านซื้อที่ดินเพื่อนำมาพัฒนา จนทำให้ที่ดินทำเลดีๆมีเหลือน้อยลงโอกาสเกิดโครงการใหม่ก็ยากขึ้น

aston2

ล่าสุดถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่สนใจอยากมีที่พักอาศัยแถวสุขุมวิท มีคอนโดเกิดใหม่ Ashton residence 41 ซึ่งตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 41 เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ตัวโครงการนั้นจัดอยู่ในระดับ luxury Class เพราะมีการออกแบบที่หรูหราและอยู่ในทำเลที่เป็น Prime area เอามากๆ อยู่ใจกลางเมืองสะดวกต่อการเดินทางใกล้ BTS พร้อมพงษ์และแหล่งห้างสรรพสินค้าอย่าง The Em District อีกด้วย (ขาช้อปกระเป๋าหนักทั้งหลายคงชื่นชอบเป็นแน่)

aston3

ที่มาภาพ

ฟังชื่อทำเลบางคนจะกลัวพลุกพล่านไม่เป็นส่วนตัว แต่จริงๆแล้วตัวโครงการตั้งอยู่ในซอย สุขุมวิท 41 ซึ่งเป็นซอยตัน มีข้อดีที่ว่าจะไม่มีรถวิ่งสวนไปมาเป็นประจำทำให้มีความสงบเป็นอย่างมาก จึงหมดกังวลปัญหานี้ไปได้อย่างแน่นอน แต่ในทางกลับกันถ้าเกิดหิวขึ้นมาแต่ไม่อยากเดินไปไกล ก็สามารถมาหาซื้อของกินและฝากท้องได้เลยที่บริเวณหน้าปากซอยที่ชื่อว่า Miracle Mall และที่ติดกันคือ Tops supermarket ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีอีกด้วย

aston4

ที่มาภาพ

เข้ามาในช่วงกลางซอย(ตามรูป)จะเห็นว่าบรรยากาศค่อนข้างร่มรื่นสบายตามีต้นไม้ค่อนข้างเยอะตามแนวรั้วบ้านต่างๆของผู้พักอาศัยตลอดทั้งซอย ส่วนเรื่องการเดินรถในซอยก็สามารถวิ่งสวนกันได้ไม่คับแคบหรือแออัดจนเกินไป (มักจะมีรถจอดประจำอยู่ 1 เลน แต่ส่วนถนนที่เหลือรถก็ยังวิ่งสวนกันได้อย่างดีเหมือนกันนะครับ)

aston5

ที่มาภาพ

aston6

ก่อนจะเข้ามาดูในส่วนของภายในตัวโครงการ ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า “จัดเต็ม” ขึ้นชื่อว่าแบรนด์ Ashton ที่เป็นตัวท๊อปของอนันดาแล้วคงไม่ให้เสียชื่ออย่างแน่นอน เริ่มด้วยบริเวณหน้าทางเข้าโครงการในส่วนของ Façade นั้นใส่เป็นบานกระจกขนาดใหญ่แบบเต็มอิ่มดูโดดเด่นขึ้นมาจากอาคารบริเวณโดยรอบอย่างแน่นอน ซึ่งให้อารมณ์ความรู้สึกดูหรูหราสวยงามตามแบบอาคารโมเดิร์นสมัยใหม่อย่างแท้จริง

aston7

ในส่วนของ Landscape ด้านในโครงการได้มีการออกแบบให้น่าสนใจ โดยในส่วนของสระว่ายน้ำเป็นแบบสไตล์ Creek pool ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก Barton Springs Pool ซึ่งตัวสระว่ายน้ำนี้ จะมีบันได้ไล่ลงไปของทั้งสองฝั่ง มีประโยชน์ในการนอนเล่น พักผ่อน ซึ่งสำหรับใครที่อยู่บริเวณชั้น 1 ที่เป็นห้อง Duplex ยังสามารถเดินลงสระว่ายน้ำได้เลยอีกด้วย เปรียบเสมือนอยู่บ้านส่วนตัวเลยก็ว่าได้…เห็นแล้วฟินน่าดูเลย

aston8

นอกจากนี้แล้วยังเพิ่มความสวยงามให้ดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้นและลดทอนความแข็งกระด้างลงโดย Vertical Garden ซึ่งหาโครงการที่ทำออกมาเป็นแบบนี้ได้ค่อนข้างยากในปัจจุบัน โดยเรียกแบบเท่ๆว่า “Cliff Garden” ตั้งแต่ชั้น 1-8 เชื่อมต่อไปถึงบริเวณชั้นดาดฟ้าซึ่งทำเป็น Roof top garden ให้เป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับพักหย่อนใจ ใช้ชีวิตแบบ Slow life ได้อีกด้วย

aston9

อีกทั้งในส่วนของการวาง Plan อาคารของตึก A และ B ได้ออกแบบห้องให้ทำมุม 45 องศา กับห้องฝั่งตรงข้าม เพื่อเปิดมุมมองการพักอาศัยให้มากยิ่งขึ้นกว่า 21 เมตร ต่างกับอาคาร Low rise ทั่วไปที่มักจะออกแบบอาคารให้ขนานกันซึ่งจะดูแน่นและอึดอัดมากกว่าแบบนี้ และสำหรับคงรักสัตว์คงต้องรับโครงการนี้ไว้พิจารณาอีกหนึ่งตัวเลือก เพราะที่นี่มีทำ Pet Area เตรียมไว้ให้และสามารถเลี้ยงสัตว์ไว้ได้ (แต่คงไม่ใช่สัตว์ใหญ่เกินไปนะครับ เอาแค่น่าน่ารักๆพอ จะได้ไม่รบกวนเพื่อนบ้านกัน)

สิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับคอนโดมิเนียม ที่มักจะเกิดปัญหาในหลายๆโครงการก็คือเรื่อง “ที่จอดรถ” แต่สำหรับที่นี่ คงจะหายกังวลไปได้เลยด้วยจำนวนที่จอดถึง 200% จากจำนวนยูนิตทั้งหมด 79 ยูนิต โดยแบ่งเป็นการจอดแบบธรรมดาและแบบจอดอัตโนมัติ (Mechanic Parking) ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้พักอาศัยได้ดีอีกด้วย

สุดท้ายนี้การเลือกซื้อที่อยู่อาศัยซักที่ไม่ใช่ตัดสินกันเพียงแค่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ “คุณภาพชีวิต” เพราะการซื้อบ้านซักหลังเปรียบเสมือนการเลือกซื้อ “ความสุข” หากเราเลือกของที่ดีจริง ครอบครัวของเราก็จะมีความสุขไปด้วยเช่นเดียวกันครับ

ใครอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมก็ลองไปดูกันได้ที่นี่ http://www.ananda.co.th/condo/projects/Ashton-Residence41/sem.php

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops
เพิ่มเพื่อน

Contributor

User Name: pinku

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


six + 9 =

Recent Posts

Facebook