103.58.148.118

Biz & Marketing news

Ξ Leave a comment

Starbucks ตอกย้ำประสบการณ์เหนือระดับของการดื่มกาแฟ ฉลอง 18 ปี เปิด Starbucks Reserve Experience Store

posted by  3,991 views

ในบางวัฒนธรรมการดื่มกาแฟก็เป็นเพียงแค่เครื่องดื่มธรรมดาที่ทำให้กระชุ่มกระชวยเท่านั้น แต่ในขณะที่บางประเทศนั้น การดื่มกาแฟ เปรียบเสมือนวัฒนธรรม วิถีชีวิต ในการลิ้มรสพืชพันธุ์ชั้นเลิศที่พระเจ้าประทาน ดังนั้น บางครั้งความเข้าใจในการดื่มกาแฟของแต่ละประเทศและแต่ละคนนั้น จึงมีมุมมองที่แตกต่างกัน

สำหรับประเทศไทย ถือได้ว่าการเข้ามาของ “สตาร์บัคส์” เปรียบเสมือนการเข้ามาสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับการดื่มกาแฟของคนไทย

เป็นเวลาครบ 18 ปีพอดี สำหรับการดำเนินธุรกิจในไทยของ บริษัท สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) โดยเมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้แถลงข่าวประกาศความเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์วัฒนธรรมการดื่มกาแฟในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมชู 3 นวัตกรรม ได้แก่ เมล็ดกาแฟ, ศาสตร์และศิลปะการชง และบาริสต้า เป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับ ประสบการณ์สตาร์บัคส์ อันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นมาตลอด

StarbucksOK1

Rare Item Only in Starbucks Reserve 

สิ่งที่ทำให้ “ประสบการณ์สตาร์บัคส์” มีความพิเศษและเป็นเอกลักษณ์ มาจากการเสาะแสวงแหล่งปลูกไร่กาแฟที่ดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลก จากแหล่งฟาร์มเล็กๆ ของชุมชน จนเป็นที่มาของการนำเสนอกาแฟในรูปแบบร้าน Starbucks Reserve  กลุ่มกาแฟหายาก ที่มีคุณภาพยอดเยี่ยม  รสชาติโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และมีจำนวนจำกัด ซึ่งวางจำหน่ายเฉพาะในร้านเพียง 2,000 สาขาทั่วโลกเท่านั้น และไทยก็เป็นเพียงไม่กี่ประเทศในเอเชียที่มีร้านรูปแบบนี้

ดังนั้น ในโอกาสครบรอบ 18 ปี สตาร์บัคส์ ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำในวัฒนธรรมการดื่มกาแฟในประเทศไทย โดยการเปิดตัวร้านรูปแบบใหม่ Starbucks Reserve Experience Store แห่งแรกในประเทศไทย ณ ศูนย์การค้าเกษร เพื่อยกระดับประสบการณ์การดื่มกาแฟ ผ่าน 3 นวัตกรรม ได้แก่ เมล็ดกาแฟ, ศาสตร์และศิลปะการชง และ บาริสต้า มอบประสบการณ์สุดยอดกาแฟคุณภาพเยี่ยมชนิดพิเศษที่หายากและมีจำนวนจำกัด ผ่านเครื่องชงกาแฟที่ดีที่สุดในโลก อาทิ Victoria Arduino VA 388 Black Eagle ที่ใช้ในการแข่งขัน Barista Championship ประจำปี 2015 – 2016 รวมถึง Starbucks Reserve™ Experience Bar ที่เพิ่มความพิเศษให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การดื่มกาแฟด้วยเครื่องชงหลากหลายรูปแบบอย่างใกล้ชิด โดยมีคอฟฟี่มาสเตอร์ ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านกาแฟเป็นผู้สร้างสรรค์กาแฟแก้วพิเศษให้กับลูกค้า

StarbucksOK7

ยอดขายที่เติบโตขึ้นถึง 20%

มร. เมอร์เรย์ ดาร์ลิ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงความสำเร็จในปีนี้ว่า ในปี 2016 สตาร์บัคส์ ได้ให้บริการเครื่องดื่มเฉลี่ยภายในร้านสูงถึง 3.5 ล้านแก้วต่อเดือน ทำให้ในปีนี้เรามีการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 20% มากกว่าในปีที่แล้ว และตลอดระยะเวลา 18 ปีที่ผ่านมา สตาร์บัคส์ภาคภูมิใจที่ลูกค้าไว้วางใจและให้เราเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการดื่มกาแฟในประเทศไทย และเรายังยืนยันที่จะสร้างสรรค์ ‘ประสบการณ์สตาร์บัคส์’ ที่แตกต่างและเป็นเอกลักษณ์อย่างต่อเนื่อง ตอบรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มองหาประสบการณ์การดื่มกาแฟที่หลากหลาย รวมถึงมีความสนใจเรื่องกาแฟที่เพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ ความสำเร็จที่เกิดขึ้น มร.มอเรย์ กล่าวว่า ส่วนหนึ่งมาจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือสาขาต่างๆ ของสตาร์บัคส์แต่ละที่ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะที่ไม่เหมือนกัน โดยในปี 2018 มีเป้าหมายที่จะเปิดสาขาเพิ่มขึ้นอีกให้ได้ครบ 300 สาขา

“เรื่องของตัวเลขการลงทุนเปิดแต่ละสาขาที่พิเศษแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่จะพูดกัน แน่นอนว่าทั้งวัสดุอุปกรณ์ และทุกสิ่งทุกอย่างที่ลูกค้าเข้ามา สามารถสัมผัสได้ถึงความใส่ใจที่สตาร์บัคส์ตั้งใจจะมอบให้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ประสบการณ์ของการดื่มกาแฟต่างหาที่เราต้องการมอบให้กับผู้บริโภคทุกคน”

รุก Digital Marketing พร้อมจัดสิทธิพิเศษให้ Member ต่อเนื่อง

และอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญได้แก่ การสื่อสารทางออนไลน์กับผู้บริโภค มร.มอเรย์ กล่าวว่า กลยุทธ์ในการทำให้สตาร์บัคส์กลายเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยจะสื่อสารกับผู้บริโภคผ่านทั้งแอพพลิเคชั่นของแบรนด์ และการสื่อสารผ่านโซเชียล ซึ่งปัจจุบันมีความรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งทำให้ผู้บริโภครับข่าวสารต่างๆ จากแบรดน์ได้ว่องไวมากขึ้น โดยสตาร์บัคส์ยังเป็นแบรนด์ร้านกาแฟรายแรกๆ ที่เปิดตัวโมบายเพย์เมนท์ในประเทศไทย เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการซื้อเครื่องดื่มและสินค้าภายในร้าน ซึ่งในปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดสูงถึง 450,000 ครั้ง

นอกจากนี้ ในการมอบสิทธิพิเศษต่างๆ ให้กับสมาชิกก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สตาร์บัคส์สร้างความเป็น Loyalty ให้กับแบรนด์ได้ โดยปัจจุบัน 50% ของลูกค้าสตาร์บัคส์ เป็นสมาชิก My Starbucks Reward™  ลอยัลตี้ โปรแกรม ของสตาร์บัคส์ โดยมีจำนวนสมาชิก  680,000 ราย เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 23%

วันนี้ สตาร์บัคส์ ไทย กล้าประกาศว่าเป็นผู้นำด้านกาแฟ และก้าวขึ้นเป็นพรีเมี่ยม คอฟฟี่ช้อปแล้ว ด้วยการมอบประสบการณ์ที่พิเศษ ซึ่งจะหาจากทีไหนไม่ได้ และที่สำคัญคัญคือ Starbucks Reserve ยังไม่ได้ตอบสนองเฉพาะคอกาแฟแบบสโลว์บาร์ แต่ยังตอบโจทย์สำหรับคนรักกาแฟที่ไม่มีเวลามากนักแต่ยังต้องการรสชาติที่เข้มข้นของกาแฟคุณภาพ ดังนั้น ทั้งสองบาร์กาแฟของสตาร์บัคส์คือการปรับตัวให้ตรงตามพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างแท้จริง จึงไม่น่าแปลกใจว่าเหตุใดสตอาร์บัคส์ถึงเป็นที่ถูกใจของคนทั่วโลกและเป็นผู้นำตลาดจนถึงทุกวันนี้

StarbucksOK6

ข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย

  • 2541 – ร้านสตาร์บัคส์ เริ่มสาขาแรกในประเทศไทยที่ เซ็นทรัล ชิดลม ใครเคยไปสัมผัส ที่นั่นคือจุดเริ่มต้น
  • 2556 – ฮาวเวิร์ด ชูลท์ซ ประธานและซีอีโอของสตาร์บัคส์ คอร์ป เดินทางมาไทยอย่างเป็นทางการ เปิดตัว “ร้านกาแฟสตาร์บัคส์เพื่อชุมชน” ที่สาขาหลังสวน และเป็นร้านแรกที่อยู่นอกสหรัฐอเมริกา
  • 2557 – ฉลองร้านสาขาที่ 200 สาขา Fast Fac จ.อยุธยา ตัวร้านเป็นเอกลักษณ์ด้วยอิฐมอลสีแดงสวยงามด้วย
  • 2558 – ฉลองครบ 18 ปี พร้อมเปิดตัว Starbucks Reserve Experience Store แห่งแรกในไทย ที่ศูนย์การค้าเกสร
  • ปัจจุบัน สตาร์บัคส์ มีจำนวนทั้งสิ้น 262 สาขาทั่วประเทศ Starbucks Coffee Leadership Store จำนวน 20 สาขา โดยมีสาขา ศูนย์การค้าเกษร  เซ็นทรัล อีสต์วิลล์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ เป็นร้านสาขาต้นแบบ / ร้านแบบไดร์ฟทรู จำนวน 14 สาขา / ร้านสตาร์บัคส์ทั่วไป อีก จำนวน 228 สาขา ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ
  • สตาร์บัคส์ มีร้านที่เป็นร้านสตาร์บัคส์ กรีนสโตร์ มากที่สุด ถึง 42 สาขา เป็นอันดับสองรองแค่เพียงประเทศแม่คือสหรัฐฯ เท่านั้น
  • Facebook ของ Starbucks Thailand มีจำนวนผู้ติดตามสูงถึง 900,000 คน ส่วน Instagram มีจำนวน ผู้ติดตามกว่า 86,000 ราย ซึ่งแต่ละโพสต์นั้น ได้รับการกด Like หรือแชร์ ไม่ต่ำกว่า 1,000 ครั้ง
  • ได้รับรางวัล Thailand Zocial Awards 2016 ในกลุ่มธุรกิจประเภท ร้านอาหาร จากการใช้กลยุทธ์โซเชียลมีเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Starbucks Reserve Experience Store มีสัญลักษณ์ที่ให้ลูกค้าจดจำได้ง่ายว่ามาถูกร้านแล้ว ได้แก่ สัญลักษณ์รูป ดาว บนตัว R
  • สำหรับยูนิฟอร์มของ มาสเตอร์ บาริสต้า จะเป็นผ้ากันเปื้อนสีดำ ซึ่งต่างจากพนักงานบาริสต้าปกติทั่วไปที่จะเป็นผ้ากันเปื้อนสีเขียว
  • สตาร์บัคส์ เลือกใช้เมล็ดกาแฟ อาราบิก้า จากทั่วโลก โดยเริ่มมาตั้งแต่ปี 2514

StarbucksOK3 StarbucksOK2 StarbucksOK4

Copyright © MarketingOops.com

 

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops
เพิ่มเพื่อน

Contributor

เดินทางสายนักข่าวมากว่าสิบปีก่อนจะมาหลงใหลในงานดิจิตอล แต่งตัวฟรุ้งฟริ้งเคลิบเคลิ้มดนตรีร็อค

User Name: pigabyte

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ 9 = seventeen

Recent Posts

Facebook

PR News