103.58.148.118

Social media

Ξ Leave a comment

YouTube Thailand มาแล้ว! พร้อมบทวิเคราะห์ว่าพวกเขาจะเปลี่ยนวงการดิจิตอลมาร์เกตติ้งอย่างไร

posted by  29,314 views

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. มีการเปิดตัว YouTube Thailand (YouTube.co.th) อย่างเป็นทางการ โดยนายทอม พิคเกตต์ รองประธานฝ่ายเนื้อหาของ YouTube รับผิดชอบเนื้อหาความบันเทิงและเพลง กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ YouTube เป็นที่ชื่นชอบและมีการเติบโตอย่างรวดเร็วประเทศหนึ่งในเอเชียแปซิฟิก ถับเป็นประเทศที่ 62 หลังเปิดตัวเมือ 9 ปีที่แล้ว โดยในแต่ละวันคนไทยใช้เวลาหลายล้านชั่วโมงชม YouTube

“9 ปีที่ผ่านมา YouTube เติบโตเป็นชุมชนวิดีโอออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หลังเริ่มต้นด้วยเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษก็มีเวอร์ชั่นเฉพาะของแต่ละท้องถิ่นถึง 61 ภาษา ใน 61 ประเทศ การเปิดตัวในประเทศไทยครั้งนี้ นับเป็นประเทศที่ 62 ปัจจุบันครึ่งหนึ่งของคนใช้อินเทอร์เน็ตใช้ YouTube และ80%มาจากนอกประเทศสหรัฐอเมริกา”

ในส่วนของสถิติที่น่าสนใจ Youtube ก็มีข้อมูลมาแชร์กับเราดังนี้ครับ

ผลิตภัณฑ์และการเข้าชม

1. ในแต่ละเดือน มีผู้เข้าชม YouTube กว่า 1 พันล้านคน

2. เวลารับชมในแต่ละวันเพิ่มขึ้น 50% ในช่วงปี 2556

3. YouTube ได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ 61 ภาษา ใน 61 ประเทศ

พาร์ทเนอร์

1. ปัจจุบันมีช่องรายการกว่าหนึ่งล้านช่องที่ได้รับรายได้ผ่านโปรเเกรมพาร์ทเนอร์ของ YouTube

2. ช่องรายการหลายพันช่องมีรายได้หลักแสนในแต่ละปี รายได้ของพาร์ทเนอร์บน YouTube เพิ่มขึ้น 60% ในช่วงปีที่ผ่านมา ขณะที่รายได้ของพาร์ทเนอร์จากยอดขายโฆษณาบนอุปกรณ์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้นถึงสามเท่า

อุปกรณ์เคลื่อนที่

1. ปัจจุบัน การรับชมผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่มีสัดส่วนเกือบ 40% ของเวลารับชมทั้งหมดของ YouTube

2. รายได้ที่เกิดจากอุปกรณ์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น 3 เท่าในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา

3. YouTube พร้อมใช้งานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่หลายร้อยล้านเครื่อง

4. แอป YouTube บน iOS ได้รับการดาวน์โหลดมากกว่า 350 ล้านครั้ง

เทคโนโลยี Content ID

1. เทคโนโลยี Content ID ที่ก้าวล้ำของ YouTube ช่วยให้เจ้าของลิขสิทธิ์สามารถระบุวิดีโอที่ผู้อื่นอัปโหลดคอนเทนต์อันมีบางส่วนหรือทั้งหมดเป็นผลงานลิขสิทธิ์ของเขา แล้วเลือกล่วงหน้าว่าเขาต้องการให้ดำเนินการอย่างไรเมื่อระบบตรวจพบวิดีโอในลักษณะนี้

2. ในเดือนพฤศจิกายน 2556 มีพาร์ทเนอร์กว่า 5,000 รายที่ใช้ Content ID รวมถึงสถานีโทรทัศน์ บริษัทผู้สร้างภาพยนตร์ และค่ายเพลง

3. เราได้ใช้เงินลงทุนกว่า 60 ล้านดอลลาร์ในการพัฒนาและจัดการดูแล Content ID

4. Content ID สแกนวิดีโอความยาวกว่า 400 ปีในแต่ละวัน

5. กว่า 300 ล้านวิดีโอได้รับการอ้างสิทธิ์ผ่านทาง Content ID จนถึงปัจจุบัน

6. Content ID คิดเป็นสัดส่วนกว่าหนึ่งในสามของยอดรับชมที่สร้างรายได้บน YouTube

youtube_thailand

 

หลายคนอาจยังงงว่าความแตกต่างระหว่างการเป็น YouTube ธรรมดาและการเป็น YouTube Thailand นั้นเป็นอย่างไร ซึ่งทางบริษัทแจกแจงข้อดีของตัวเองดังนี้ครับ

  1. เป็นแหล่งรวมของยูเซอร์หลายล้านคนต่อเดือนที่เข้ามารับชม Content เด็ดๆ ใน YouTube ทำให้นักการตลาดสามารถมาตามหากลุ่ม market target ของเขาได้ที่นี้
  2. YouTube ช่วยให้นักการตลาดค้นพบ target market ได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ เนื่องจากสามารถสร้างโฆษณา interactive ที่ผู้บริโภคสามารถตอบโต้กับโฆษณานั้นได้ นำไปสู่การเก็บข้อมูลและพัฒนาแคมเปญใหม่ๆ ให้โดนใจผู้บริโภคมากขึ้น
  3. YouTube เป็นแฟลตฟอร์มที่ก้ำกึ่งระหว่างการเป็นพื้นที่ทางการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และการเป็นพื้นที่ให้แบรนด์เข้ามา engage กับผู้บริโภคได้ หลายครั้งคุณอาจแยกไม่ออกว่าคอนเทนต์ไหนเป็นของแบรนด์และคอนเทนต์ไหนเป็นของยูเซอร์ธรรมดา (หากแบรนด์ไม่ Hard sale เกินไป)
  4. Trueview ซึ่งเป็นโฆษณาบน YouTube จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของมาร์เกตเตอร์ เพราะคุณจะเสียเงินค่าโฆษณาตามจำนวน view ซึ่งนอกจากจะได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางแล้วก็ยังช่วยให้เรา monitor ความสำเร็จของแคมเปญที่เราส่งออกไปได้อย่างเป็นรูปธรรม

youtube-thailand-launch-02

ในส่วนของทีมงาน Marketing Oops! เรามีความเห็นเพิ่มเติมว่าการโคจรมาถึงของ YouTube Thailand มีความสำคัญดังนี้

  1. แบรนด์และ Content provider ทั้งหลายน่าจะมีแรงจูงใจในการสร้างคอนเทนต์มากขึ้น – เราคงเคยได้ยินข่าว (ลือ?) เรื่องค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ค่ายหนึ่งพยายามจะถอดมิวสิควีดีโอออกจาก YouTube เนื่องจากเห็นว่า “แชร์ไปก็ไม่ได้ตังค์” มาตอนนี้บริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้สามารถขายโฆษณาบน Channel ของตัวเองได้ ขณะที่ Content Provider ขนาดเล็กก็สามารถทำเงินได้ผ่านทางยอด Views และการลงทะเบียนเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับ YouTube Thailand
  2. เจอโฆษณาเยอะขึ้น – ในฐานะผู้บริโภค คุณก็จะเจอกองทัพโฆษณาล้อมหน้าล้อมหลังกันมากขึ้น (มี 6 ประเภท เดี๋ยวเราจะบอกคุณต่อไป) แต่อย่างไรก็ตาม จากการทดลองหลังจากการประกาศเปิดตัว YouTube Thailand ก็ยังไม่เห็นโฆษณายุบยับในระดับที่ลำบากใจ และโฆษณาที่ขึ้นมาหน้าของเราก็เป็นโฆษณาที่เรามีแนวโน้มจะสนใจ และอย่าลืมว่าผู้บริโภคก็สามารถหาโปรแกรมที่สามารถบล็อคโฆษณามากมายได้เหมือนกัน
  3. การควบคุม Content น่าจะเป็นไปได้ง่ายขึ้น – เรายังไม่แน่ใจว่า YouTube Thailand มีแนวโน้มเปิดเสรีให้แก่ Content มากน้อยแค่ไหน อย่างไรก็ตาม การยกตัวเองเข้ามาในประเทศไทยก็ดูเหมือนจะพาตัวเองเข้ามาสู่แรงเสียดทานทางกฏหมายและการเมืองแบบไทยๆ ด้วยเช่นกัน ดังนั้น ต้องจับตาดูว่าในอนาคต YouTube Thailand จะมีแนวโน้มการแบนเนื้อหาที่ “ไม่เหมาะสม” ไปในทิศทางใด เข้มข้นมากน้อยแค่ไหน อย่ากระพริบตา
ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops
เพิ่มเพื่อน

Contributor

เตาะแตะในโรงเรียนชายล้วนแถวยศเส ก่อนเติบโตต่อในมหาวิทยาลัยริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา ที่สุดจับพลัดจับผลูเข้าทำงานในนแวดวงสื่อสารมวลชนมาแล้วกว่า 4 ปี โต้ลมโต้ฝนทั้งในวงการข่าวต่างประเทศ เยาวชน ธุรกิจ การเมือง สังคม ฯลฯ แต่สุดท้ายกลับลำมาหลงรักวงการมาร์เก็ตติ้งที่ข้ามน้ำข้ามทะเลไปขี่จิงโจ้เรียนปริญญาโทมา เลยตัดสินใจหันหางเสือออกสู่การผจญภัยครั้งใหม่อีกสักตั้ง

User Name: อุ้งทีนหมี

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


1 + seven =

Recent Posts

Facebook