
เวลาแบรนด์ขยายไปต่างประเทศ สิ่งที่ยากกว่าการเปิดสาขาแรก คือการทำให้ธุรกิจกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนในประเทศนั้น เพราะป้ายหน้าร้านสามารถเปลี่ยนภาษาได้ สินค้าสามารถนำเข้าได้ และรูปแบบร้านสามารถยกจากประเทศต้นทางไปได้ แต่พฤติกรรมการซื้อ ความคุ้นเคยกับแบรนด์ และความสัมพันธ์กับผู้ผลิตท้องถิ่นต้องใช้เวลาสร้าง
วันนี้เวียดนามกำลังมีสถานะเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของกลุ่มเซ็นทรัลในเวียดนาม จากปี 2012 ที่มีการลงทุนทั้งธุรกิจ Retail, Property และ Hospitality ผ่านมากว่า 15 ปี ในอนาคตยังมีแผนลงทุนจากเซ็นทรัล รีเทล, เซ็นทรัลพัฒนา และเซ็นทารา รวมมากกว่า 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 116,000 ล้านบาท พร้อมจัดงาน Vietnamese Week in Thailand 2026 ที่ขนทัพสินค้าเวียดยามสู่พื้นที่กรุงเทพฯ หนึ่งในยุทธศาสตร์พาผู้ประกอบการเวียดนามออกจากตลาดบ้านเกิดไปหาโอกาสทางธุรกิจในตลาดอื่น
Key Takeaways
|
มองเวียดนามเป็นตลาดระยะยาว
หากมองจากตัวเลขประชากร เวียดนามเป็นตลาดที่มีน่าสนใจ แต่เหตุผลที่กลุ่มเซ็นทรัลให้น้ำหนักกับประเทศนี้ นอกจากจำนนวนประชากรแล้ว ยังมาจากการขยายตัวของเมือง กำลังซื้อ และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปิดรับค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Retail) ตั้งแต่ฮานอย นครโฮจิมินห์ ไปจนถึงเมืองรอง

(ขวา) คุณโอลิวิเยร์ แลงเล็ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม
คุณวัลยา จิราธิวัฒน์ President กลุ่มเซ็นทรัล มองว่า เวียดนามมีศักยภาพในการเติบโตระยะยาว และเป็นตลาดที่กลุ่มเซ็นทรัลสามารถขยายธุรกิจไปพร้อมกับการพัฒนาของประเทศ จึงเดินหน้าลงทุนมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2012 โดยเฉพาะ เซ็นทรัล รีเทล ที่ลงทุนในเวียดนามไปแล้วมากกว่า 49,000 ล้านบาท หรือประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ครอบคลุม Food Retail, Non-food Retail และ Property
ส่งผลให้มีร้านค้าและศูนย์การค้ากว่า 300 แห่ง ครอบคลุม 26 จาก 34 จังหวัดทั่วประเทศ รองรับการเข้าใช้บริการมากกว่า 200 ล้านคนต่อครั้งต่อปี และสร้างงานประมาณ 13,000 ตำแหน่ง โดยพนักงาน 99.5% เป็นชาวเวียดนาม โดยในช่วงปี 2018-2025 เซ็นทรัล รีเทล เวียดนามสร้างยอดขายสะสมกว่า 330,000 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งแรกของปี 2026 สามารถครองส่วนแบ่งตลาดด้านยอดขายสินค้า FMCG ในช่องทาง Supermarket/Hypermarket ที่ 40.1%
อนาคตเซ็นทรัล รีเทล จะลงทุนเพิ่มเติมอีกประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 49,000 ล้านบาท โดยหนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการขยาย GO! Hypermarket อีกกว่า 50 สาขา การขยายสาขาครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการกระจายตัวของ Modern Retail ออกจากเมืองใหญ่
ปรับเปลี่ยนตามพฤติกรรมผู้บริโภค
คุณโอลิวิเยร์ แลงเล็ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม ชี้ว่า พฤติกรรมผู้บริโภคเวียดนามกำลังเปลี่ยนไปเน้นความคุ้มค่าเป็นหลัก พร้อมทั้งเปิดรับนวัตกรรมและแบรนด์ต่างประเทศมากขึ้น และให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร ทำให้มีการแบ่งรูปแบบและประสบการณ์ตามกลุ่มผู้บริโภค ตั้งแต่กลุ่มที่เปิดรับแบรนด์ต่างประเทศ กลุ่มตลาดทั่วไป ไปจนถึงพื้นที่ Tier 3 และ Tier 4

โดยตลาดเมืองใช้ Supermarket เข้ามาจับความต้องการ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และพฤติกรรมการทานของคนเมือง เช่น อาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat) ซึ่ง TOPS ในเวียดนามถูกปรับคอนเซปต์ให้ต่างจาก TOPS ในไทย ขณะที่พื้นที่ชนบทมีการพัฒนาซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อเชื่อมผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับร้านค้าดั้งเดิมเข้าสู่ประสบการณ์ค้าปลีกสมัยใหม่
การเข้าไปอยู่ในหลายจังหวัดไม่ได้หมายถึงการทำร้านเดิมซ้ำหลายครั้ง เพราะเมื่อเมืองเปลี่ยน พฤติกรรมคนก็เปลี่ยนตาม สิ่งที่ขาย รูปแบบร้าน ขนาดพื้นที่ ราคา และประสบการณ์จึงต้องถูกปรับให้เข้ากับบริบทนั้นด้วย
Central เดินเกมรุก บุกหน้ากระดาน
นอกจากการบุกตลาดเวียดนามด้วยธุรกิจ Retail แล้ว Central ยังการลงทุนแบบบุกหน้ากระดานด้วยธุรกิจ Property นำโดย เซ็นทรัลพัฒนา มีการจัดตั้งทีมลงพื้นที่เพื่อประเมินศักยภาพในนครโฮจิมินห์ ฮานอย ดานัง และพื้นที่อื่นๆ พร้อมศึกษาการพัฒนาโครงการศูนย์การค้า Mixed-use โดยวางกรอบเงินลงทุนมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 67,000 ล้านบาท ในช่วง 10-15 ปีข้างหน้า

ไม่เพียงเท่านี้ ยังดึงเอา Centara เข้าสู่ตลาดเวียดนามมาตั้งแต่ปี 2015 โดยมี Centara Mirage Resort Mui Ne ขนาด 984 ห้อง เดินหน้าบุกตลาด ก่อนมองหาโอกาสเพิ่มเติมในฮานอย นครโฮจิมินห์ ดานัง และเมืองท่องเที่ยวอื่น ซึ่งหนึ่งในโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนาคือพื้นที่เวิน ด่อน จังหวัดกว่างนิญ ซึ่ง Centara จะบริหารโรงแรม 2 แห่ง รวม 977 ห้อง คาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการบางส่วนในไตรมาส 4 ปี 2026
เมื่อนำแผนของทั้ง 3 ธุรกิจอย่าง Central Retail, Central Pattana และ Centara มารวมกัน กลุ่มเซ็นทรัลระบุแผนการลงทุนในอนาคตมากกว่า 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 116,000 ล้านบาท
เมื่อ Central เวียดนามโตพร้อมพาสินค้าไปนอกบ้าน
การนำ Central เข้าไปหาตลาดเวียดนามเป็นการโอกาสทางธุรกิจ แต่ในทางกลับกันก็สามารถใช้เครือข่ายของ Central ในการพาแบรนด์เวียดนามออกมาหาโอกาสตลาดต่างประเทศได้เช่นกัน นั่นจึงทำให้เกิดโครงการ “Vietnamese Week in Thailand 2026” โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการเวียดนามได้ค้นหาและทดลองตลาดมาอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2026 เป็นการจัดในกรุงเทพฯ ครั้งที่ 8

โดย Central Retail Vietnam ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม คัดเลือกผู้ประกอบการเน้นนำสินค้ามาเปิดตลาดตั้งแต่ชา กาแฟ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ผลไม้แห้ง ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นประเภทต่างๆ สำหรับผู้ประกอบการรายเล็ก โครงการดังกล่าวยังช่วยสร้างโอกาสทั้งการหาช่องทาง ทำความเข้าใจผู้บริโภค ปรับสินค้า ไปจนถึงหาคู่ค้าท้องถิ่น
Vietnamese Week in Thailand 2026 ได้นำสินค้า อาหาร วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวจาก 5 เมืองและจังหวัด ได้แก่ ฮานอย นครโฮจิมินห์ ดานัง อันซาง และลาวไก มาสู่ผู้บริโภคในไทย โดยปีนี้มีผู้ประกอบการเวียดนามมากกว่า 60 ราย จากหลากหลายอุตสาหกรรมเข้าร่วมออกบูทโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เปิดโอกาสให้นำสินค้ามาพบผู้บริโภคไทยโดยตรงและรับ Feedback เพื่อนำกลับไปพัฒนาธุรกิจ
และยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการเวียดนามเจรจากับหน่วยธุรกิจภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล เพื่อหาโอกาสด้านการค้า การส่งออก และการนำสินค้าเข้าสู่ช่องทางค้าปลีกและค้าส่งในประเทศไทยหรือตลาดอื่นผ่านเครือข่ายของบริษัท ช่วยให้ผู้บริโภคชาวไทยได้รู้จักสินค้า ผู้ผลิตได้เห็นปฏิกิริยาของตลาดนอกประเทศ และได้ค้นหาสินค้าที่อาจมีศักยภาพสำหรับนำไปต่อยอดในเครือข่ายธุรกิจ

ในมุมธุรกิจ การลงทุนกว่า 116,000 ล้านบาทที่กลุ่มเซ็นทรัลวางไว้สำหรับอนาคต ทำให้เวียดนามมีความหมายมากกว่าตลาดสำหรับเพิ่มจำนวนสาขา เพราะสิ่งที่กำลังถูกสร้างคือวงจรที่ Retail ดึงผู้บริโภคและผู้ผลิตเข้ามา Property สร้างพื้นที่รองรับการใช้ชีวิต Hospitality เชื่อมกับการเดินทาง และกิจกรรมอย่าง Vietnamese Week เปิดเส้นทางให้สินค้า Local เดินออกไปหาตลาดใหม่ หาก Central ทำให้แต่ละส่วนส่งต่อโอกาสหากันได้ เวียดนามก็มีโอกาสพัฒนาจาก Growth Market ไปสู่ฐานธุรกิจระดับภูมิภาคของกลุ่ม และนี่อาจเป็นบทเรียนสำคัญของการขยายตลาดต่างประเทศว่า Scale ที่แข็งแรงเกิดจากการเข้าไปสร้างความสัมพันธ์กับตลาดให้ลึกพอ จนธุรกิจเติบโตไปพร้อมกับคน ผู้ประกอบการ และเศรษฐกิจท้องถิ่น
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกลุ่มเซ็นทรัลในเวียดนามทำไมกลุ่มเซ็นทรัลจึงเลือกขยายธุรกิจในเวียดนาม?กลุ่มเซ็นทรัลมองเห็นโอกาสจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ การขยายตัวของเมือง กำลังซื้อ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปิดรับค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Retail) มากขึ้น โดยเริ่มดำเนินธุรกิจในเวียดนามตั้งแต่ปี 2012 และขยายการลงทุนทั้งธุรกิจค้าปลีก ศูนย์การค้า และโรงแรม กลุ่มเซ็นทรัลมีแผนลงทุนในเวียดนามอีกเท่าไร?กลุ่มเซ็นทรัลมีแผนลงทุนในเวียดนามเพิ่มเติมรวมกว่า 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 116,000 ล้านบาท ผ่านเซ็นทรัล รีเทล, เซ็นทรัลพัฒนา และเซ็นทารา โดยมีแผนลงทุนเพื่อขยาย GO! Hypermarket อีกกว่า 50 สาขา และยังลงทุนสำหรับการพัฒนาโครงการศูนย์การค้า Mixed-use ในช่วง 10-15 ปีข้างหน้า Central Retail Vietnam มีธุรกิจอะไรบ้าง?เซ็นทรัล รีเทล เวียดนามดำเนินธุรกิจค้าปลีกหลายรูปแบบ ได้แก่ GO! Hypermarket, TOPS Market, mini go! และ Lan Chi Mart รวมถึงธุรกิจสินค้าแฟชั่น กีฬา และไลฟ์สไตล์ ตลอดจน GO! Mall ปัจจุบันมีเครือข่ายร้านค้าและศูนย์การค้ากว่า 300 แห่ง ครอบคลุม 26 จาก 34 จังหวัดในเวียดนาม ตามข้อมูลบริษัทในปี 2026 Vietnamese Week in Thailand 2026 เกี่ยวข้องกับการขยายธุรกิจของ Central อย่างไร?Vietnamese Week เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เชื่อมตลาดไทยและเวียดนาม โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเวียดนามนำสินค้ามาทดลองตลาดกับผู้บริโภคไทย เพื่อรับความคิดเห็นนำไปพัฒนาสินค้า และเจรจาธุรกิจ (Business Matching) กับหน่วยธุรกิจภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล เพื่อสร้างโอกาสเข้าสู่ช่องทางค้าปลีกและค้าส่งทั้งในไทยและต่างประเทศ การขยายธุรกิจของ Central ในเวียดนามมีความสำคัญต่อผู้ประกอบการไทยอย่างไร?การลงทุนของ Central ช่วยให้เห็นโอกาสของตลาดเวียดนามทั้งด้านค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ และการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันยังเป็นกรณีศึกษาสำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะการปรับสินค้าและบริการให้เข้ากับพฤติกรรมท้องถิ่น การสร้างเครือข่ายผู้ผลิต และการพัฒนาช่องทางจำหน่ายให้รองรับการเติบโตระยะยาว |




