สายหวานอ่านตรงนี้!! 1 ต.ค.62 ดีเดย์เก็บภาษีความหวานรอบใหม่ ส่งผลเครื่องดื่มหลายตัวขึ้นราคา

งานนี้มีสะเทือนเงินในกระเป๋าของคนชอบหวานแน่ ๆ เพราะในวันที่ 1 ตุลาคม 2562 ทางกรมสรรพสามิตจะมีการจัดเก็บภาษีความหวานในอัตราใหม่ ซึ่งจะส่งผลให้เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลหลายตัวขยับราคาขึ้น โดยตอนนี้น้ำอัดลมได้เริ่มขึ้นราคา 2-3 บาทต่อขวดนำร่องไปแล้ว

สำหรับอัตราภาษีเครื่องดื่มที่มีความหวานรอบใหม่นี้ จะคิดในอัตราต่อ 100 มิลลิกรัม คือ ปริมาณน้ำตาลไม่เกิน 6 กรัม จะไม่ต้องเสียภาษี , ปริมาณน้ำตาล 6-8 กรัม เสียภาษี 0.30 บาท/ลิตร , ปริมาณน้ำตาล 10-14 กรัม เสียภาษี 1 บาท/ลิตร , ปริมาณน้ำตาล 14-18 กรัม เสียภาษี 3 บาท/ลิตร และเกิน 18 กรัม เสียภาษี 5 บาท/ลิตร

แน่นอน เมื่ออัตราการจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้น ดังนั้นทางเครื่องดื่มหลายตัวจะมีการขยับราคาขึ้น อย่างตอนนี้น้ำอัดลม ได้ประกาศขึ้นราคาแล้ว 2-3 บาทต่อขวด

โดย บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ SPBT ออกแถลงการณ์การปรับขึ้นราคาดังกล่าวว่า เป็นไปตามกลยุทธ์การกำหนดราคาสินค้าของ SPBT โดยกลยุทธ์นี้จะรวมถึงการเปิดตัวสินค้าขนาดใหม่ และการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าให้เหมาะสมตามกลไกของตลาด

สำหรับสินค้าที่มีการปรับขึ้นราคาขายปลีกแนะนำมี 3 ขนาด ได้แก่ เครื่องดื่มเป๊ปซี่ ขนาด 345 มิลลิลิตร เป็นราคา 12 บาท , ขนาด 430 มิลลิลิตร เป็นราคา 15 บาท และขนาด 640 มิลลิลิตร เป็นราคา 17 บาท  ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 เป็นต้นไป

ฟาก ‘โคคา-โคลา’ ก็มีการปรับราคาขึ้นเช่นกัน ในส่วนน้ำอัดลมทั้งน้ำดำและน้ำสี ขนาด 330 มิลลิลิตร จากราคา 10 บาท เพิ่มเป็น 12 บาท ,ขนาด 450 มิลลิลิตร จาก 12 บาท เป็น 15 บาท , ขนาด 590 มิลลิลิตร จาก 15 บาท เป็น 17 บาท ส่วนน้ำอัดลมสูตรไม่มีน้ำตาลก็ยังขายราคาเท่าเดิม

ขณะที่เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลประเภทอื่น ๆ อาทิ ชาเขียว , เครื่องดื่มชูกำลัง , ฟังก์ชั่นนอลดริ๊งค์ คาดว่า จากนี้จะมีการขยับราคาเพิ่มขึ้น และบางรายเลือกจะคงราคาเดิมไว้ แต่หันมาลดปริมาณแทน เพราะการปรับขึ้นราคาในภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวเช่นนี้ อาจส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคได้