เปิด 3 เหตุผล ทำไม The Standard ถึงเลือก ‘ไทย’ เปิดตัวโรงแรมแฟลกชิพในเอเชีย

  • 66
  •  
  •  
  •  
  •  

ประกาศบุกไทยอย่างเป็นทางการ สำหรับ The Standard เครือบูทีค โฮเทลและไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับโลก โดยเตรียมเปิดตัวโรงแรม 2 แห่ง ได้แก่ The Standard, Hua Hin กำหนดเปิดให้บริการ 1 ธันวาคม 2564 และ The Standard, Bangkok Mahanakhon  ที่จะเป็นแฟลกชิพของแบรนด์ในเอเชีย เปิดให้บริการปี 2565

ถูกจับตามองมาสักระยะ สำหรับ Standard International บริษัทแม่ของเครือโรงแรม The Standard ซึ่งปัจจุบันมี ‘บริษัท  แสนสิริ จำกัด (มหาชน)’ เป็นผู้ถือหลักในสัดส่วน 62% ว่า จะเข้ามาลงทุนในไทยเมื่อไร ล่าสุด ‘อมาร์ ลัลวานี่’ ซีอีโอ Standard International ก็ยืนยันชัดเจนแล้วว่า  การเปิดตัวแบรนด์ The Standard เข้าสู่ตลาดไทย จะมีด้วยกัน 2 แห่ง ได้แก่

1.The Standard, Hua Hin (เดอะ สแตนดาร์ด หัวหิน) ตั้งอยู่ ณ ซอยหัวหิน 65 (ถนนนเรศดำริห์) รีสอร์ตติดชายหาดแห่งแรกของ The Standard ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีห้องพัก 178 ห้อง พูลวิลล่า 21 หลังติดหาด กำหนดเปิดตัว 1 ธันวาคม 2564

The Standard, Hua Hin

2.The Standard, Bangkok Mahanakhon  ตั้งอยู่ ณ ‘คิง เพาเวอร์ มหานคร’ ซึ่งจะเป็นโรงแรมแฟลกชิพของแบรนด์ The Standard ในภูมิภาคเอเชีย และเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของไทย มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2565

โดยโรงแรมแห่งนี้ เป็นฝีมือการออกแบบของ Jaime Hayon นักออกแบบชาวสเปน ร่วมกับทีมออกแบบภายในมือรางวัลของ The Standard ถอดแบบมาจากโรงแรมแฟลกชิพที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในนิวยอร์ค โดยจะมีห้องพัก 155 ห้อง เพนท์เฮาส์ สระว่ายน้ำริมระเบียง ฟิตเนส ห้องประชุม รวมทั้งบริการอาหารและเครื่องดื่ม และสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนตอนกลางคืน ตั้งแต่ห้อง The Parlor (เดอะ พาร์เลอร์) ไปจนถึง tea room  และร้านอาหารชื่อดังอย่าง Standard Grill (สแตนดาร์ด กริล) โดยร้านอาหารและบาร์ชั้น 76 แห่งนี้เสิร์ฟความอร่อยพร้อมวิวสุดอลังการของกรุงเทพฯ และเมื่อเพิ่มความสูงขึ้นไปสองชั้นสู่จุดชมวิวบนชั้น 78 ที่ไม่ควรพลาดในการมาเยือนโรงแรมแห่งนี้จะกลายเป็นประสบการณ์สัมผัสเส้นขอบฟ้าที่สมบูรณ์แบบ

The Standard, Bangkok Mahanakhon

3เหตุผล เลือกเปิดตัวใน ‘ไทย’ ช่วงนี้ และมีโรงแรมแฟลกชิพในเอเชีย

ส่วนเหตุผลที่เลือกตัวเปิดในไทยช่วงนี้ และสร้าง The Standard, Bangkok Mahanakhon  ให้เป็น แฟลกชิพของแบรนด์ The Standard ในภูมิภาคเอเชีย เพราะว่า

1.ไทย เป็นหนึ่งใน Destination อันดับต้น ๆ ของโลก ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวมากกว่า 38 ล้านในปี 2561 และมากกว่า 39 ล้านในปี 2562 ก่อนจะเกิดวิกฤตการแพร่ระบาดโควิด-19 นอกจากนี้กรุงเทพฯ และภูเก็ต ยังติดอันดับจุดหมายปลายทางยอดนิยมของโลกจากการมอบรางวัล Tripadvisers Travellers’ Choice Best of the Best 2021 ในประเภท Popular Destinations – World’

ขณะที่หัวหิน เมื่อเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ในประเทศไทย เป็นตลาดที่พึ่งพาตลาดนักท่องเที่ยวในประเทศเป็นหลัก โดย 70% ของนักท่องเที่ยวก่อนที่จะได้รับผลกระทบจากโควิด เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยอัตราการเข้าพักสูงถึง 90% ในช่วงสุดสัปดาห์และวันหยุดราชการ ส่วนในปี 2563 โรงแรมในหัวหินมีตัวเลขอัตราการเข้าพักสูงสุดอยู่ที่ 39% มากกว่าเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างพัทยา ภูเก็ต และกรุงเทพฯ

2.การเปิดตัวแบรนด์ในช่วงนี้ทำได้อย่างถูกเวลา เนื่องจากไทยกำลังเดินหน้าเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้วยการผ่อนผันกฎเกณฑ์ในการเดินทางเข้าประเทศ และการเร่งปูพรมฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เริ่มจากโครงการนำร่อง ‘Phuket Sandbox’ ตามด้วยโครงการ ‘Hua Hin Recharge’ ที่ตั้งเป้าหมายให้มีการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรด้านท่องเที่ยวให้ครบ 100% และประชาชนในพื้นที่ให้ได้ 70% เพื่อพร้อมรับนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ กระตุ้นให้ธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป

3.เชื่อมั่นในเอกลักษณ์และกลยุทธ์ของตัวเอง โดย The Standard เป็นโรงแรมที่มีความแตกต่างชัดเจน ทั้งความมีชีวิตชีวา วัฒนธรรม แฟชั่น วัฒนธรรม ศิลปะ และการมีส่วนร่วมของชุมชน ทำให้เป็นเชื่อว่า จะเป็น Hub ในภูมิภาคเอเชียได้ ซึ่งนี่เป็นเหตุผลที่ทางแสนสิริ เลือกลงทุนใน Standard International และ Kingpower เลือกให้ The Standard เป็นแบรนด์โรงแรมที่คิง เพาเวอร์ มหานคร

อย่างไรก็ตาม ซีอีโอ Standard International ธุรกิจโรงแรมได้รับกระทบอย่างหนักในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่เชื่อว่า ธุรกิจท่องเที่ยวจะฟื้นตัวกลับมาได้เมื่อสถานการณ์เหมาะสม โดยสิงคโปร์ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น จะเป็นตลาดแรก ๆ ที่ฟื้นตัว เพราะมีการลดข้อจำกัดในการเดินทาง และเร่งฉีดวัคซีนอย่างครอบคลุม ส่วนออสเตรเลีย และอินเดีย ยังต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป

ขณะที่ไทยเอง ยังเป็น Destination อันดับต้น ๆ ของโลก และนักท่องเที่ยวต่างชาติยังมีความต้องการมาท่องเที่ยวที่นี้สูงมาก ดังนั้น เมื่อสถานการณ์กลับมาดีเมื่อใด ธุรกิจท่องเที่ยวของไทยก็จะกลับมาแน่นอน

ส่วนการเป็นพาร์ทเนอร์กับทางแสนสิริ จากนี้มีแผนพัฒนาโครงการในไทยเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ทาง ซีอีโอ Standard International  ตอบว่า มีการคุยกันอย่างต่อเนื่อง แต่คงยังไม่ได้เห็นในเร็ว ๆ นี้

ปัจจุบัน The Standard มีโรงแรมทั้งหมด 17 แห่งที่เป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ The Standard ,Bunkhouse (บังค์เฮ้าส์) และ The Peri Hotel (เดอะ เภรี โฮเทล) โดยในจำนวนนี้ 15 แห่งกลับมาเปิดให้บริการหลังเกิดโควิดระบาด และมีแผนจะเปิดโรงแรมใหม่อีก 9 แห่ง ห้องพักรวม 1,828 ห้อง ใน 8 ประเทศ ที่พร้อมจะเปิดให้บริการภายในปี 2568 อาทิ สิงคโปร์ (ปี 2566), เมลเบิร์น(ปี 2566), ลิสบอน(ปี 2566),  ดับลิน(ปี 2568), บรัสเซลส์(ปี 2568) และลาสเวกัส (ปี 2568) เป็นต้น

 


  • 66
  •  
  •  
  •  
  •