
ในยุคที่แบรนด์ขนมต้องแข่งขันกันทั้งรสชาติ แพ็กเกจจิ้ง และพื้นที่บนหน้าจอโซเชียลมีเดีย การกลับมาของ “ขนมตาราง” อาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ Mega O Chip เลือกใช้จุดแข็งที่แบรนด์ใหม่หลายรายไม่มี นั่นคือ “ความทรงจำร่วม” ของผู้บริโภค
ล่าสุด Mega O Chip เปิดตัวขนมตารางรูปแบบซองพร้อมรับประทาน วางจำหน่ายใน 7-Eleven ทั่วประเทศ พร้อม 2 รสชาติ ได้แก่ รสปลาหมึก และรสมะเขือเทศ โดยยังคงเอกลักษณ์ของแผ่นตารางที่หลายคนคุ้นเคยตั้งแต่วัยเด็ก แต่เพิ่มความเข้มข้นของรสชาติและขนาดบรรจุภัณฑ์ให้ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่
แบรนด์วางตำแหน่งตัวเองเป็น “ขนมตารางในตำนาน” ที่ถูกอัปเกรดใหม่ พร้อมสื่อสารจุดขายเรื่องความกรอบ ปริมาณที่มากขึ้น และรสชาติที่เคลือบทั่วแผ่น เพื่อสร้างการจดจำชื่อ Mega O Chip ควบคู่ไปกับการสร้างภาพจำใหม่ของสินค้า
สำหรับรสชาติใหม่ทั้ง 2 รสชาติ “รสปลาหมึก” ถูกวางเป็นรสชาติหลักที่เน้นความเข้มข้นของกลิ่นและรสปลาหมึกแบบเต็มคำ ขณะที่ “รสมะเขือเทศ” ชูจุดเด่นเรื่องรสเปรี้ยวอมหวานที่ให้ฟีลย้อนวัยคล้ายขนมในยุคเด็ก ซึ่งถือเป็นการเล่นกับ Nostalgia Marketing อย่างชัดเจน
นอกจากการกระจายสินค้าผ่าน 7-Eleven แล้ว สิ่งที่น่าสนใจคือกลยุทธ์การสื่อสารที่แบรนด์เลือกใช้ โดยอาศัยเครือข่ายครีเอเตอร์และ Influencer บน TikTok, Facebook และ Instagram เพื่อสร้างบทสนทนาเกี่ยวกับ “ขนมตารางในตำนาน” ให้กลับมาอยู่บนหน้าฟีดของผู้บริโภคอีกครั้ง
รูปแบบคอนเทนต์ที่ใช้เน้นการรีวิวจริง การชวนทดลองชิม รวมถึงการสร้างคำติดหูอย่าง “ติดตาราง” และ “กรอบสนิท ติดตาราง” เพื่อสร้าง Brand Recall ให้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ผ่านคอนเทนต์สั้นที่แชร์ต่อได้ง่าย
ในอีกมุมหนึ่ง กลยุทธ์นี้สะท้อนแนวคิดที่หลายแบรนด์ FMCG กำลังใช้ในปัจจุบัน นั่นคือการนำสินค้าดั้งเดิมกลับมาสร้างมูลค่าใหม่ผ่าน Social Media แทนการทุ่มงบโฆษณาแบบแมสเพียงอย่างเดียว โดยอาศัยพลังของคอนเทนต์รีวิวและการบอกต่อจากครีเอเตอร์ในการเปลี่ยน “ความคิดถึง” ให้กลายเป็น “การซื้อจริง”
เมื่อประกอบกับการวางจำหน่ายในช่องทางที่เข้าถึงง่ายอย่าง 7-Eleven และบริการเดลิเวอรีของเซเว่น ทำให้ Mega O Chip ไม่ได้แข่งขันในฐานะขนมออกใหม่ แต่กำลังแข่งขันในฐานะ “ขนมความทรงจำที่กลับมาในเวลาที่คนพร้อมซื้ออีกครั้ง”
สำหรับตลาดขนมขบเคี้ยวที่มีผู้เล่นหน้าใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา การปลุกแบรนด์จากความทรงจำและสร้างกระแสผ่านครีเอเตอร์ อาจเป็นหนึ่งในสูตรสำเร็จที่ช่วยให้สินค้าคลาสสิกกลับมาอยู่ในตะกร้าของผู้บริโภคได้อีกครั้ง
ชวนชมคลิปสนุก โดย “เอ็ดเจ็ดวิ”
