
เมษายนไม่ใช่แค่เดือนที่อากาศร้อนที่สุดในประเทศไทย แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่ร้อนแรงที่สุดสำหรับเทรนด์ความงาม 2026 เมื่อเทศกาลสงกรานต์มาบรรจบกับยุคทองของวิดีโอสั้น พฤติกรรมผู้บริโภคจึงเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
ข้อมูลล่าสุดจาก Wisesight ผ่านเครื่องมือ Zocial Eye ได้เผยให้เห็นถึง Data Battle ครั้งสำคัญระหว่าง สายแต่งหน้า (Makeup) และสายบำรุงผิว (Skincare) ในช่วงวันที่ 1-28 เมษายน 2026 ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่แบรนด์ต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับการแข่งขันในตลาดปีนี้ โดยพบว่ามียอดการมีส่วนร่วมสูงถึง 70,587,967 เอนเกจเมนต์ จากทั้งหมด 149,458 ข้อความ

Engagement คือเครื่องมือวัดความสนใจ ทำไม Makeup ถึงชนะขาดลอย!
จากข้อมูลเทรนด์ความงาม 2026 พบว่า ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Makeup กวาด Engagement รวมไปได้มหาศาลกว่า 45 ล้านครั้ง ทิ้งห่างกลุ่ม Skincare ที่ทำได้ 25 ล้านครั้งไปเกือบเท่าตัว ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าคนไทยเลิกดูแลผิว แต่ในช่วงเดือนเมษายนความสวยที่เห็นผลทันที และความติดทน คือสิ่งที่ดึงดูดใจผู้คนได้มากที่สุด ผู้บริโภคพร้อมกดไลก์ แชร์ และคอมเมนต์คอนเทนต์ที่โชว์เมคอัพสุดเป๊ะ แม้จะต้องลุยน้ำและท้าแดดก็ตาม
King of Engagement ‘รองพื้นกันน้ำ’ แชมป์ประจำซีซัน
หากพูดถึงไอเทมที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเทรนด์ความงาม 2026 รองพื้น (Foundation) คือคำตอบที่ชัดเจนด้วยยอด Engagement สูงถึง 13.5 ล้านครั้ง โดยแบรนด์ไทยอย่าง “เจ้านาง” (Chaonang) เป็นผู้นำทัพในศึกครั้งนี้ เพียงแค่แคมเปญ #เจ้านางไทยแลนด์ ก็กวาดส่วนร่วมไปได้ถึง 3.1 ล้านครั้ง
ความสำเร็จนี้สะท้อนว่า Local Brand เข้าใจ Pain Point ของคนไทยช่วงสงกรานต์อย่างถ่องแท้ นั่นคือความต้องการรองพื้นที่ “ไม่หลุด ไม่เยิ้ม และกันน้ำได้จริง” การสื่อสารที่ตรงจุดบวกกับการใช้ Micro-Influencer รีวิวการใช้งานจริง (User-Generated Content) ส่งให้รองพื้นกลายเป็นสินค้าฮอตฮิตที่สุดของเดือน
#พอกผิว มาแรงเติบโตสูงสุดด้วย 87%
ขณะที่กลุ่ม Makeup ครองความนิยมด้วย Engagement 45 ล้านครั้ง และรองพื้นกันน้ำทำได้ 13.5 ล้านครั้ง ในกลุ่ม Skincare ก็มีตัวเด่นอย่าง “พอกผิว” ที่กวาด Engagement ไปได้ 12.8 ล้านครั้ง ที่สำคัญคือมีอัตราการเติบโตของ บทสนทนาบนโซเชียลพุ่งขึ้น 87% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ความมาแรงนี้สะท้อนชัดว่า “การพอกผิวกาย” กำลังก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งรูทีนความงามที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญไม่แพ้การดูแลผิวหน้า และเป็นสัญญาณให้แบรนด์ Body Care ต้องเร่งจับเทรนด์นี้ก่อนคู่แข่งจะตัดหน้า
TikTok สมรภูมิหลักที่แบรนด์ห้ามกะพริบตา
อีกหนึ่งสถิติที่น่าสนใจสำหรับเทรนด์ความงาม 2026 คือ 76.5% ของคอนเทนต์ความงามทั้งหมดในแคมเปญเกิดขึ้นบน TikTok ซึ่งสร้าง Engagement รวมได้ถึง 56 ล้านครั้ง นี่เป็นเครื่องยืนยันว่า “Video Content” คือหัวใจสำคัญของการทำการตลาด คอนเทนต์อย่าง Tutorial แต่งหน้าเล่นน้ำ หรือทดสอบความอึดของเครื่องสำอาง กลายเป็นไวรัลได้ง่ายกว่าภาพนิ่งบน Facebook หรือ Instagram ที่ผู้คนมักใช้สำหรับอ่านรีวิวเจาะลึกของกลุ่ม Skincare มากกว่า
4 วันอันร้อนแรงช่วงสงกรานต์กับสงคราม Waterproof
ในช่วงพีคของเทศกาล (13-16 เมษายน) แฮชแท็ก #สงกรานต์ กวาด Engagement ทะลุ 2.6 ล้านครั้ง อย่างรวดเร็ว ข้อมูลชี้ว่ากลุ่ม Makeup ชิงพื้นที่สื่อไปกว่า 70% พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจากการเลือกซื้อ เป็นการโชว์ผลลัพธ์ แบรนด์ที่เตรียมสินค้ากลุ่ม Waterproof มาดีจะกลายเป็นผู้ชนะทันที ในขณะที่ฝั่ง Skincare จะอยู่ในสภาวะทรงตัว เพื่อรอจังหวะปล่อยแคมเปญกู้ผิวหลังจบเทศกาล
Skincare ชนะขาดเรื่องความต้องการจริง
แม้ยอด Engagement จะสู้ไม่ได้ แต่ Skincare มีจุดแข็งที่สำคัญในเทรนด์ความงาม 2026 คือ การชนะด้านความถี่ในการค้นหา (Mention Count) โดยเฉพาะ “เซรั่ม” ที่มีคนกล่าวถึง 8.3 ล้าน Engagement และ “มาส์ก” ที่สร้างเอนเกจเมนต์ได้ 4.8 ล้าน Engagement สิ่งนี้บอกนักการตลาดว่า แม้คนจะไม่ค่อยกดไลก์รูปสกินแคร์เท่ารูปแต่งหน้า แต่พวกเขายังคงค้นหาและถามหาวิธีดูแลผิวอยู่เสมอ โดยเฉพาะการฟื้นฟูผิวหลังโดนแดด (After-sun care) ซึ่งเป็นดีมานด์มหาศาลที่ซ่อนอยู่ใต้ตัวเลข Engagement ที่ดูน้อยกว่า
สรุปบทเรียนสำคัญสำหรับนักการตลาด
ผู้ชนะที่แท้จริงในสมรภูมิเดือนเมษายนคือ Makeup กลุ่มรองพื้นกันน้ำ ที่ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและอารมณ์บนโซเชียล อย่างไรก็ตาม บทเรียนเพื่อต่อยอดเทรนด์ความงาม 2026 จาก Data ชุดนี้ที่แบรนด์ต้องรู้ ได้แก่
- Platform Matters หากเน้น Makeup ต้องลุย TikTok แต่ถ้าเป็น Skincare ควรเน้นให้ข้อมูลเชิงลึกผ่าน Facebook หรือ Instagram
- Context is King การทำ Contextual Marketing โดยผูกสินค้าเข้ากับเทศกาลอย่างสงกรานต์ จะช่วยบูสต์ Engagement ได้อย่างมหาศาล
- Data-Driven Strategy เครื่องมืออย่าง Zocial Eye ทำให้เห็นภาพรวมว่า Engagement อาจเป็นของ Makeup แต่ความต้องการลึกๆ (Mention Count) ยังคงเป็นของ Skincare
การเข้าใจข้อมูลเหล่านี้อย่างถ่องแท้จะช่วยให้แบรนด์วางแผนกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำ ไม่ใช่แค่การเดาใจ แต่เป็นการก้าวเดินตามรอยเท้า Data ที่ผู้บริโภคทิ้งไว้ให้ เพื่อพิชิตตลาดความงามในปีนี้และปีต่อๆ ไป

