ทำไม Gen Z คือนักการตลาดที่เริ่ด? Canva เปิด Insight คนรุ่นใหม่ เมื่อความเร็ว ครีเอทีฟ และ AI เพิ่มพลัง Marketing Productivity

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Gen Z กำลังกลายเป็นกำลังหลักของวงการการตลาด และ AI กำลังทำให้การทำงานแบบ Campaign-based เปลี่ยนแปลงไปสู่ Real-time Content ที่ต้องคิดเร็ว ทำเร็ว ทดลองเร็ว และปรับได้ตลอดเวลา สถานการณ์ที่ว่านี้กำลังจะทำให้ “Gen Z อาจจะเป็น Generation ที่เป็นนักการตลาดที่เก่งที่สุดที่เราเคยมีมาเลยก็ได้”

คุณแม็กซ์-ภัคพล ตั้งตงฉิน Country Manager จาก Canva Thailand พูดถึงเรื่องนี้เอาไว้ใน Session The Canva Generation: How Gen Z and AI Are Redefining Marketing Productivity ในงาน AssetWise presents Marketing Oops! Summit 2026

ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? มาดูอินไซต์สำคัญที่ Canva นำมาแบ่งปันบนเวทีกัน

Gen Z กำลังกลายเป็นกำลังหลักของการตลาด

คุณแม็กซ์ชี้ว่า ปัจจุบันในที่ทำงานมีคนถึง 4 เจเนอเรชันอยู่ร่วมกัน ตั้งแต่ Boomers, Gen X, Millennials ไปจนถึง Gen Z ซึ่งแต่ละกลุ่มมีวิธีคิด วิธีทำงาน และเครื่องมือที่คุ้นเคยแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามกลุ่ม Gen Z กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในฐานะประชากรหลักของวงการการตลาดทั่วโลก

ปัจจุบัน Gen Z คิดเป็น 26% ของนักการตลาดทั่วโลก และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 42% ภายในปี 2035 ซึ่งจะทำให้ Gen Z กลายเป็นเจเนอเรชันที่มีสัดส่วนมากที่สุดในสายงานการตลาด เมื่อคนรุ่นนี้ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลัก วิธีคิด วิธีทำงาน และความคาดหวังต่อเครื่องมือการตลาดก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย

ใต้คำวิจารณ์ Gen Z คือจุดแข็งของนักการตลาดยุคใหม่

แม้ผู้บริหารจำนวนมากจะมอง Gen Z ด้วยคำอย่าง ขี้เบื่อ ติดจอ วอกแวก หรือจัดการยาก แต่คุณแม็กซ์ชวนให้มองอีกมุมว่า คุณลักษณะเหล่านี้อาจเป็นทักษะที่ตอบโจทย์โลกการตลาดยุคใหม่มากกว่าที่คิด

ตัวอย่างเช่น ความ “ขี้เกียจ” อาจไม่ได้หมายถึงไม่อยากทำงาน แต่หมายถึงการมองหา Efficiency อยู่เสมอ ชอบหา Shortcut ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และพร้อมใช้ Automation เพื่อให้งานเสร็จเร็วขึ้น

ความ “ติดจอ” อาจสะท้อนถึงความเข้าใจ Internet Culture เทรนด์ออนไลน์ พฤติกรรมผู้บริโภค และแพลตฟอร์มดิจิทัลในระดับที่เป็นธรรมชาติ เพราะเติบโตมากับโลกออนไลน์ตั้งแต่เด็ก

ส่วนความ “เปราะบาง” หรือการเปิดรับเรื่องอารมณ์และสุขภาพจิตมากขึ้น อาจสะท้อนถึง Emotional Intelligence ที่ช่วยให้เข้าใจผู้คน เข้าใจคอมมูนิตี้ และสร้างการสื่อสารที่เชื่อมโยงกับความรู้สึกของผู้บริโภคได้ดีขึ้น

ข้อมูลจาก Canva ยังพบว่า Gen Z Marketers มีผลลัพธ์ที่โดดเด่นในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวแคมเปญได้เร็วขึ้น 2 เท่า การสร้าง Creator ROI ที่ดีขึ้น 37% และการสร้าง Engagement ที่สูงขึ้น 48%

ปัญหาใหญ่คือระบบองค์กรยังช้าเกินไป

แม้ Gen Z จะมีศักยภาพสูง แต่ปัญหาสำคัญคือหลายองค์กรยังมีระบบและกระบวนการทำงานที่ไม่เอื้อต่อความเร็วในการทำงาน โดย Canva ระบุว่า 93% ของ Gen Z Professionals รู้สึกว่าตัวเองต้องเผชิญกับอุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถสร้างผลงานได้เต็มศักยภาพ

อุปสรรคเหล่านี้มักไม่ได้มาจากตัวบุคคล แต่มาจากระบบการทำงาน เช่น Brand Guideline ที่ยาวหลายสิบหน้า การต้องปรับขนาดงานสำหรับหลายแพลตฟอร์มแบบ Manual หรือการต้องสลับใช้งานเครื่องมือหลายตัวที่ไม่ได้เชื่อมต่อกัน เมื่อโลกการตลาดต้องการความเร็วมากขึ้น ระบบที่ซับซ้อนและล่าช้าจึงกลายเป็นต้นทุนที่สำคัญขององค์กร

AI กำลังเปลี่ยนทุกขั้นตอนของการตลาด

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กำลังผลักดันให้ Gen Z กลายเป็นนักการตลาดที่โดดเด่น คือการมาถึงของ GenAI

ปัจจุบัน AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเสริมอีกต่อไป แต่กำลังเข้าไปอยู่ในแทบทุกขั้นตอนของงานการตลาด ตั้งแต่การเขียน Creative Brief การระดมไอเดีย การสร้างคอนเทนต์ การเขียนข้อความหลายเวอร์ชัน การแปลภาษา ไปจนถึงการสรุปรายงานผลการดำเนินงาน

Canva ระบุว่า อัตราการใช้งาน GenAI ของนักการตลาดทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 51% เป็น 87% ภายในระยะเวลาเพียง 24 เดือน ประเทศไทยเองก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ปรับตัวเรื่องนี้ได้อย่างรวดเร็ว โดย 84% ของนักการตลาดไทยใช้ AI Tools ในการทำงาน ซึ่งถือว่าสูงกว่าหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือการประหยัดเวลาในการทำงานอย่างมีนัยสำคัญ โดย 89% ของนักการตลาดระบุว่า AI ช่วยประหยัดเวลาได้อย่างน้อย 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และ 1 ใน 4 สามารถประหยัดเวลาได้เทียบเท่ากับ 1 วันทำงานเต็มต่อสัปดาห์

AI ทำให้งานเร็วขึ้น และทำให้การตลาดเปลี่ยนรูปแบบ

Canva มองว่า AI ไม่ได้เพียงช่วยให้งานเสร็จเร็วขึ้น แต่กำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำการตลาดทั้งระบบ

ข้อมูลที่นำเสนอในงานระบุว่า นักการตลาดที่ใช้ AI สามารถสร้างผลงานที่มีคุณภาพสูงกว่ากลุ่มที่ไม่ใช้ AI ถึง 40% มี ROI จากงบการตลาดดีขึ้นเฉลี่ย 35% และ 94% ของนักการตลาดรายงานว่าสามารถทำ Personalization ได้ดีขึ้น

เมื่อการสร้างคอนเทนต์ทำได้เร็วขึ้น ต้นทุนในการทดลองลดลง และการวิเคราะห์ข้อมูลทำได้แบบเรียลไทม์ การตลาดจึงกำลังเปลี่ยนจากการวางแผนแคมเปญระยะยาวไปสู่การสร้างและปรับคอนเทนต์อย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์จริง

ความเร็วอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบ

คุณแม็กซ์เตือนว่า หากใช้ AI โดยไม่มีทิศทางที่ชัดเจน สุดท้ายคอนเทนต์จำนวนมากอาจกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า “AI Slop” หรือคอนเทนต์ที่ผลิตออกมาปริมาณมาก แต่ขาดคุณภาพ ความแตกต่าง และความเป็นมนุษย์

ดังนั้น ความได้เปรียบใหม่ของนักการตลาดจึงไม่ใช่แค่การใช้ AI ให้เป็น แต่คือการรู้ว่าจะใช้ AI อย่างไร

มนุษย์ยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะ Human in the Loop เป็นผู้กำหนดทิศทาง ตัดสินใจ และเติมความเข้าใจเกี่ยวกับผู้คน วัฒนธรรม และบริบททางสังคมลงไปในงาน เพื่อให้งานที่สร้างด้วย AI ยังคงมีความหมายและเชื่อมโยงกับผู้บริโภคได้จริง

จาก Gen Z สู่ Generation Canva

อีกหนึ่งแนวคิดที่ Canva พูดถึงคือ การเปลี่ยนผ่านจากการมองคนตามช่วงอายุ ไปสู่การมองคนตามพฤติกรรมการสร้างสรรค์

Canva เรียกคนกลุ่มนี้ว่า Gen C หรือ Generation Canva ซึ่งไม่ได้หมายถึงคนที่เกิดในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง แต่หมายถึงคนที่มีแนวคิดแบบ Creator พร้อมเรียนรู้เครื่องมือใหม่ กล้าทดลอง และใช้เทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นผลงานได้อย่างรวดเร็ว

ในโลกที่ AI สามารถช่วยสร้างภาพ เขียนข้อความ ออกแบบงาน และวิเคราะห์ข้อมูลได้ ความคิดสร้างสรรค์จึงไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เฉพาะทีมครีเอทีฟอีกต่อไป แต่กลายเป็นทักษะพื้นฐานของคนทำงานทุกสายอาชีพ ดังนั้นนักการตลาดยุคใหม่จึงหมายถึงคนที่สามารถผสานความคิดสร้างสรรค์ ความเข้าใจผู้คน และพลังของ AI เข้าด้วยกันได้ดีกว่า

และนั่นอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ Canva เชื่อว่า Gen Z รวมถึงคนทำงานในยุค Gen C กำลังจะกลายเป็นนักการตลาดที่ “เก่งกาจที่สุดเท่าที่อุตสาหกรรมนี้เคยมีมา” เพราะพวกเขาเติบโตมาพร้อมกับโลกดิจิทัล เข้าใจวัฒนธรรมออนไลน์ ใช้เทคโนโลยีเป็นธรรมชาติ และพร้อมทำงานร่วมกับ AI เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้มากกว่าที่เคยเป็นมานั่นเอง


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
CLOSE
CLOSE