จาก 9 เทรนด์โลก สู่ 4S อินไซต์ผู้บริโภคไทย ในยุคคนหาความสุขเพื่อวันนี้ อนาคตค่อยว่ากัน


Global Trends 2024

จากปีที่แล้วก้าวเข้าสู่ “ยุคโลกไร้ระเบียบ” (A New World Disorder) เป็นโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายหลังผ่านยุค COVID-19 เจอสถานการณ์กดดันหลายเรื่อง เรียกว่าเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต ขณะที่ปี 2024 เป็นปีที่ทุกประเทศทั่วโลกต่างแสวงหาโซลูชัน ทำให้เกิด 9 เทรนด์โลก ที่นำไปสู่ 4S อินไซต์ผู้บริโภคไทย

 

เปิด 9 เทรนด์โลก

บริษัทวิจัยการตลาดและสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภค “อิปซอสส์” (Ipsos) เปิดรายงานการศึกษาชุดใหญ่ Ipsos Global Trends 2024 นำเสนอ 9 เทรนด์โลก เป็นผลการศึกษาจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้คนจำนวนกว่า 50,000 คนใน 50 ประเทศ คิดเป็น 74% ของประชากรโลก และ 90% ของ GDP โลก ประกอบด้วย

1. อลหม่านโลกาภิวัตน์ (Globalisation Fractures): ในขณะที่ผู้คนมองว่าความเป็น Global เป็นสิ่งที่ดี และต้องการสินค้ามาตรฐานระดับโลก แต่ขณะเดียวกันคนก็อยากสนับสนุน Local Product อย่างสินค้า Made in Thailand ดังนั้นแบรนด์จะครองใจผู้บริโภค ควรใส่ความเป็นท้องถิ่นลงไปด้วย เช่น Global Product, Local Communication

2. สังคมที่แตกแยก ของฉัน-ของเธอ-ไม่ใช่ของเรา (Splintered Societies): ความคิดเห็นแตกต่างกัน การใช้ชีวิตแต่ละ Generation แตกต่างกัน ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ทำให้สังคมในทุกวันนี้ไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว กลายเป็นสังคมของฉัน ของเธอ ไม่มีของเรา

3. เพราะโลกนี้มีใบเดียว (Climate Convergence): ผู้บริโภคมองว่าการมีส่วนร่วมดูแลโลก ได้ทำทุกอย่างที่ทำได้แล้ว ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐ และภาคเอกชนควรมีบทบาทตรงนี้ ไม่ผลักภาระมาที่ผู้บริโภคฝ่ายเดียว

4. เทคโนโลยีมหัศจรรย์ -ตื่นเต้นหรือกังวลใจ (Technowonder): ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยี AI มีทั้งด้านบวก และลบที่อาจสร้างความมหัศจรรย์ใจ หรือความกังวลใจ

5. การสร้างสุขภาพที่ดีอย่างมีจิตสำนึก (Conscientious Health): ความหมายของสุขภาพ ไม่ใช่แค่ร่างกายแข็งแรง แต่ยังเป็นทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ ยิ่งปัจจุบันสามารถหาข้อมูลการดูแลสุขภาพได้มากขึ้น ผู้บริโภคยิ่งมองว่าตัวเขาเองมีสิทธิ์ที่จะควบคุม หรือเลือกที่จะดูแลสุขภาพที่ดีได้

6. ย้อนเวลาหาอดีต (Retreat to Old Systems): เมื่อโลกไปเร็ว มีความขัดแย้งมากขึ้น ทำให้คนโหยหาวันวาน อยาก Back to basic ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีมากมาย

7. ชีวิตไม่มีความหมายตายตัว ปัจจุบันสร้างสุข (Nouveau Nihilism): ผู้คนมองว่าอนาคตไม่แน่นอน ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ขอมีความสุขในปัจจุบันดีกว่า

8. พลังแห่งความเชื่อมั่นและศรัทธา (The Power of Trust): ในโลกที่มีแต่ะความยุ่งเหยิง ขัดแย้งกัน แบรนด์ที่ให้คำมั่นสัญญากับผู้บริโภค แต่ไม่สามารถส่งมอบได้ตามคำมั่นสัญญานั้น เช่น คำมั่นสัญญาด้านความปลอดภัยข้อมูลของลูกค้า จะทำให้ความเชื่อมั่นและศรัทธาที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ลดลง

9. ปัจเจกนิยมในโลกอันวุ่นวาย (Escape to Individualism): ผู้คนมีความเป็นตัวตนชัดเจน ไม่ตามเทรนด์ และเทรนด์ต้องตามฉัน ทั้งใน Physical world และ Visual world

Ipsos Global Trends 2024 Thailand

 

อินไซต์ผู้บริโภค 4S: SELF-sumer – Seamlessness – Security – Sustainability  

จาก 9 เทรนด์โลกข้างต้นที่ผู้คนอยู่ท่ามกลางความตึงเครียด ความสับสน ต่างแสดงความตั้งใจที่จะควบคุมอนาคตของตนเอง  โดยสามารถขมวดประเด็นหลักมาเป็น “4S” ที่เจาะลึกอินไซต์ของผู้บริโภคไทย

SELF-sumer: การมีชีวิตอยู่เพื่อวันนี้อย่างเต็มที่ เพื่อหาความสุขให้กับตัวเอง ณ ปัจจุบัน ส่วนอนาคตค่อยว่ากัน รวมทั้งให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ของตัวเอง ทั้งในโลกความเป็นจริง – โลกเสมือน และเลือกที่จะพึ่งพาตัวเองมากขึ้น

ปัจจัยที่ทำให้ SELF-sumer เกิดขึ้น คือ ความกังวลกับความไม่แน่นอน โดยเฉพาะ 3 ปัจจัยหลักคือ ปากท้อง, เศรษฐกิจ-คอร์รัปชั่น และการไม่มีงานทำ ทำให้ผู้บริโภคไทยรู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมอนาคตของตัวเองได้ ฉะนั้นทำให้ผู้บริโภคต้องการมีความสุขกับชีวิตในวันนี้

เช่น ปรากฏการณ์หมูเด้ง หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้หมูเด้งกลายเป็นกระแสดัง ทั้งในไทยและต่างประเทศ เพราะทุกครั้งที่ดูหมูเด้ง ทำให้รู้สึกมีความสุข enjoy กับการดูน้อง แม้ในวันที่เหนื่อยล้า เจอกับสถานการณ์แย่ต่างๆ ได้หลุดพ้นจากความจริงที่โหดร้าย

Ipsos Global Trends 2024 Thailand

เทรนด์ “SELF-sumer” ประกอบด้วย 3 ประเด็นคือ

1. ความสุขซื้อได้: ผู้บริโภคเริ่มหันมาสนใจความสุขของตัวเอง ณ ปัจจุบันมากขึ้น จากผลสำรวจพบว่า

– 72% ของคนไทยเลือกใช้ชีวิตให้มีความสุขในวันนี้ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (66%)

– 84% มีชีวิตอยู่เพื่อวันนี้ เพราะอนาคตไม่แน่นอน โดยประเทศไทยอยู่อันดับสูงสุดในบรรดา 50 ประเทศที่ทำการสำรวจ

Ipsos Global Trends 2024 Thailand

2. ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ของตัวเอง ทั้งบนโลกความจริงและออนไลน์

– 65% ของคนไทยชอบซื้อสินค้าหรือประสบการณ์ที่คิดว่าจะทำให้พวกเขาดูดีในรูปที่โพสต์ออนไลน์

นอกจากนั้นยังมีคนบางกลุ่มยังเลือกที่จะหลีกหนีความวุ่นวายบนโลกแห่งความจริง ไปใช้ชีวิตในโลกเสมือนจริงแทน ผลสำรวจพบว่า

– ในโลกเสมือนจริง (Virtual World) คนเหล่านั้นก็ยังสนใจภาพลักษณ์ของตัวอวตาร (avatar) และยินดีจ่ายเงินเพื่อให้ตัวอวตารของตนมีภาพลักษณ์ที่ดีด้วยเช่นกัน

3. Influencer มีบทบาทมากขึ้นในการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ ทั้ง Physical world และ Virtual world

– 58% ของผู้บริโภคคนไทยมักซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการโดยอิงจาก “Influencer” ที่เขาชื่นชอบและติดตามบนโซเชียลมีเดีย เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยเพียง 44% ของ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

นอกจากนั้นผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า ผู้บริโภคเริ่มหันมาเชื่อตนเองหรือแวดวงออนไลน์ของตนเองมากกว่าที่จะเชื่อแบรนด์หรือผู้เชี่ยวชาญ และการพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

– ผู้คนถึง 84% ต้องการควบคุมการตัดสินใจเกี่ยวกับสุขภาพของตนเองมากขึ้น

– 82% พยายามค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพด้วยตัวเองอยู่เสมอ แทนที่จะอาศัยเพียงสิ่งที่แพทย์บอก

สิ่งเหล่านี้ ชี้ให้เห็นโอกาสสำคัญสำหรับแบรนด์ที่จะตอบสนองการที่ผู้บริโภคแสวงหา “ความสุข” ในปัจจุบัน เชื่อมโยงโลกเสมือนจริงเข้ากับผลิตภัณฑ์/ร้านค้า เป็นโอกาสสำหรับการใช้กลยุทธ์การตลาดใหม่ๆ และสร้างช่องทางใหม่ในการสร้างรายได้เพิ่มเติมบนโลกเสมือนจริง ที่ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่โฆษณาอีกต่อไป

Ipsos Global Trends 2024 Thailand

Ipsos Global Trends 2024 Thailand

 

Seamlessness ประสบการณ์ไร้รอยต่อ – คนไทยตื่นตัวกับ AI มากที่สุดเป็นอันดับสามของโลก

ผลสำรวจพบว่า คนไทยมีความตื่นตัวและสนใจเกี่ยวกับการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้ในผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ เป็นอันดับสามของโลก รองจากจีนและอินโดนีเซีย

– ผู้บริโภคไทย 73% กล่าวว่าผลิตภัณฑ์และบริการที่ใช้ AI ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันของพวกเขาอย่างมากในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา และคนไทยส่วนใหญ่มีทัศนคติเชิงบวกต่อ AI หลายคนเชื่อว่า AI จะเข้ามาปรับปรุงในด้านต่างๆ ให้ดีขึ้นในอีก 3-5 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะในด้านความบันเทิงและการประหยัดเวลา

แต่ถึงแม้ว่าผู้บริโภคต้องการความสะดวก รวดเร็ว ว่องไว ผู้คนยังคงมองหาปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ ชอบการบริการจากคน มากกว่าจากแชทบอท โดยเฉพาะกลุ่ม Baby Boomer และคนไทยกว่าครึ่งรู้สึกว่าบริษัทต่างๆ ไม่สามารถส่งมอบประสบการณ์ได้ตามที่ให้คำมั่นสัญญาไว้

Ipsos Global Trends 2024 Thailand

ในขณะเดียวกัน เมื่อติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า ลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงเลือกที่จะรอเจ้าหน้าที่ มากกว่าที่จะคุยกับ AI Chatbot

– 73% ของคนไทยรู้สึกว่าการบริการลูกค้า (Customer Service) ถูกปรับให้เป็นระบบอัตโนมัติมากเกินไป  โดย กลุ่ม Baby Boomers เป็นกลุ่มที่คิดเช่นนี้มากที่สุด (81%) เมื่อเทียบกับกลุ่มอายุอื่นๆ Gen X (75%), Millennials (74%) และ Gen Z (66%)

นอกจากนี้ คนไทยกว่าครึ่ง (55%) กล่าวว่าบริษัทต่างๆ ไม่สามารถส่งมอบประสบการณ์ได้ตามที่ให้คำมั่นสัญญาไว้ และ 74% พร้อมที่จะจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อประสบการณ์ที่ดีกว่า

ความสำเร็จที่แท้จริงในการออกแบบประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อและน่าจดจำ จึงขึ้นอยู่กับการทำความเข้าใจผู้คนและการสร้างสมดุลระหว่างเทคโนโลยีกับมนุษย์ แบรนด์ต้องตอบสนองและกำหนดความคาดหวังผ่านประสบการณ์ ทำความเข้าใจและรวบบริบทเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพประสบการณ์ และใช้ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) ในการออกแบบและส่งมอบประสบการณ์

Ipsos Global Trends 2024 Thailand

 

Security ความปลอดภัยของข้อมูลยังคงเป็นความกังวลใหญ่

ขณะที่ผู้บริโภคมองหาประสบการณ์เทคโนโลยีไร้รอยต่อ แต่ Security ของข้อมูลเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคมีความกังวล

– 82% ของคนไทยให้ความเห็นว่าการที่เราทุกคนจะสูญเสียความเป็นส่วนตัวในอนาคตจากเทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในที่สุด

– 81% ยังคงมีความกังวลว่าข้อมูลส่วนตัวที่บริษัทต่างๆ เก็บรวบรวมเกี่ยวกับพวกเขาจากโลกออนไลน์นั้นจะถูกนำไปใช้อย่างไร   โดย Baby Boomer กังวลสูงสุด (87%) ตามมาด้วย Gen X (84%)  Millennials (77%) และ Gen Z (81%)

Ipsos Global Trends 2024 Thailand

 

Sustainability การพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มากกว่าด้านสิ่งแวดล้อม

การพัฒนาอย่างยั่งยืน องค์กร/แบรนด์ส่วนใหญ่โฟกัสด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก อย่างไรก็ตามความยั่งยืนไม่ใช่มิติด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเดียว ยังครอบคลุมด้าน Social และ Governance

ผลสำรวจเมื่อถามผู้บริโภคว่า หากนึกถึงคำว่า Sustainability หรือ การพัฒนาอย่างยั่งยืน พวกเขาต้องการให้ภาครัฐ หรือองค์กรโฟกัสกับเรื่องใดมากที่สุด คำตอบ 3 อันดับแรกที่คนไทยเลือกคือ

1. การยุติความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ (35%)

2. การศึกษาที่ครอบคลุมและมีคุณภาพสำหรับทุกคน (23%)

3. การจ้างงานเต็มที่และมีผลิตภาพ และการมีงานที่มีคุณค่าสำหรับทุกคน (22%)

จะเห็นได้ว่า ประเด็น “ESG” ที่คนไทยให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ล้วนอยู่ในหมวด Social (สังคม) และ Governance (ธรรมาภิบาล) มากกว่าในหมวด Environment (สิ่งแวดล้อม)

Ipsos Global Trends 2024 Thailand

นอกจากนี้คนไทยส่วนใหญ่คิดว่าการรักษาสิ่งแวดล้อมอยู่เหนือระดับบุคคลไปแล้ว

– 89% ของคนไทยกล่าวว่า พวกเขาได้ทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว

– 79% คิดว่าบริษัทต่างๆ ไม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากพอ

– 87% ของคนไทยเชื่อว่าแบรนด์สามารถสร้างรายได้ไปพร้อมๆ กับทำสิ่งดีๆ เพื่อสังคมได้

นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับแบรนด์ที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค สนับสนุนร่วมดูแลสังคม แสดงความจริงใจ และสื่อสารอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องสังคมและธรรมาภิบาล  ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคให้ความสนใจในยุคของ SELF-sumer  ที่ต้องการประสบการณ์ไร้รอยต่อจากเทคโนโลยีใหม่ๆ  (Seamlessness)  แต่ก็ยังกังวลใจในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล (Security) และ ความยั่งยืน  (Sustainability)

Ipsos Global Trends 2024 Thailand

 

หลัก “3 Be” สำหรับแบรนด์เตรียมพร้อม

จากเทรนด์ 4S เห็นได้ว่าเทรนด์โลก และ เทรนด์ของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างไม่หยุดนิ่ง  ดังนั้น แบรนด์จึงควรที่จะเตรียมพร้อมอยู่เสมอ และ มีหลัก “3 Be” เป็นที่ตั้ง  ได้แก่

1. Be Informed หรือ การตระหนักและเข้าถึงความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคอยู่เสมอ

2.  Be Active หรือ การตอบสนองของแบรนด์ที่รวดเร็วต่อเทรนด์  พฤติกรรม หรือ เทคโนโลยีใหม่ๆ

3.  Be Inclusive หมายถึง การย้อนกลับมามองกลุ่มผู้บริโภคหลัก และ ปรับระดับการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เหมาะกับผู้บริโภคของตน  เพราะถ้ากลุ่มผู้บริโภคหลัก ไม่สามารถตามทันเทคโนโลยีที่แบรนด์นำมาใช้ได้  ความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์อาจจะลดลงได้

Ipsos Global Trends 2024 Thailand

ผลสำรวจ Ipsos Global Trends 2024 เป็นการสำรวจกลุ่มตัวอย่างที่เป็นชาวไทย อายุระหว่าง 20 – 74 ปี 1000 คน ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์ – เมษายน 2567


WP
อยู่ในแวดวงนิตยสารธุรกิจการตลาดกว่าสิบปี สนุกและชอบติตตามเทรนด์ ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ และอยากเรียนรู้เพิ่มเติมในแพลตฟอร์มดิจิทัล มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การตลาดและดิจิทัลร่วมกันนะคะ