AI ดึงคอนเทนต์เราไปตอบไหม? วิธีใช้เครื่องมือวัดผล AI Search จาก Microsoft ที่เพิ่งเปิดตัว ดูว่า AI ดึงข้อมูลเว็บเรามากแค่ไหน

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

วงการ Search Engine Optimization (SEO) และ Digital Marketing อาจจะต้องตื่นตัวกันอีกครั้ง เมื่อ Microsoft ประกาศอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดใน Bing Webmaster Tools ภายใต้ชื่อ “AI Performance”

นี่นับเป็นครั้งแรกของโลกที่ Webmaster และนักการตลาดจะสามารถเข้าถึง Insights เพื่อวัดผลว่าเว็บไซต์ของเราถูก AI หยิบไปเป็น “แหล่งที่มาของคำตอบ” (Citation) มากน้อยแค่ไหน ทำให้ต่อไปเราไม่ต้องเดากันแล้ว เรียกได้ว่าเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคที่ Traffic จาก AI สามารถวัดผลได้จริงแล้ว

From SEO to GEO เรื่องนี้สำคัญยังไง

ที่ผ่านมา การทำ SEO เราจะโฟกัสกันที่การติดอันดับบนหน้าค้นหา แต่เมื่อพฤติกรรมผู้ใช้เริ่มเปลี่ยนไปสู่การถามตอบกับ AI มากขึ้นความท้าทายสำคัญเลยก็คือ “เราจะรู้ได้ยังไงว่าแบรนด์หรือ Content ของเราถูก AI หยิบไปตอบ?”

ฟีเจอร์ AI Performance นี้คือคำตอบ โดย Microsoft ระบุว่านี่คือก้าวแรกสู่เครื่องมือสำหรับ GEO (Generative Engine Optimization) หรือการทำ SEO เพื่อให้ AI เลือกเราไปเป็นผู้ตอบคำถามนั่นเอง ซึ่งบทความนี้จะมาสรุปวิธีใช้งาน เครื่องมือนี้ที่อยู่ใน Bing Webmaster Tools รวมไปถึงข้อมูลจาก Microsoft ยังแนะนำวิธีปรับคอนเทนต์เพื่อเพิ่มโอกาสให้ AI ดึงไปตอบเอาไว้ด้วย

วิธีเข้าใช้งาน AI Performance Dashboard

สำหรับใครที่อยากลองเล่นและดูข้อมูลจริงสามารถทำตามขั้นตอนนี้ได้เลย

1. เข้าไปที่ https://www.bing.com/webmasters/

2. Log in เข้าสู่ระบบ Bing Webmaster Tools หากยังไม่เคยใช้ ต้องสมัครและ Log in เข้าไปก่อน

3. ระบบจะนำเข้ามาสู่หน้า Bing Webmaster Tools ให้ใส่ URL เว็บไซต์ที่ต้องการดูข้อมูลและกดเพิ่ม

4. ระบบจะขึ้นให้ตรวจสอบความเป็นเจ้าของเว็บไซต์ซึ่งก็มีให้เลือกหลายวิธีทั้งแบบ

  • ใช้ไฟล์ XML
  • ใช้แท็ก Meta ของ HTML (ก็อปปี้ไปวาง)
  • ใช้การเพิ่มบันทึก CNAME ใน DNS

ขั้นตอนเหล่านี้เป็นวิธีการเชิงเทคนิคที่ต้องมีความสามารถทาง IT นิดหน่อย เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของเว็บไซต์จริงๆ หรืออาจต้องให้ webmaster หรือคนดูแลเว็บไซต์ทำให้ และไม่สามารถทำกับเว็บไซต์ทั่วไปได้

5. มองหาเมนู “AI Performance” หรือ ที่แถบเมนูด้านซ้ายที่ประเทศไทยก็เริ่มใช้กันได้แล้ว อย่างไรก็ตามฟีเจอร์นี้ยังอยู่ในช่วงพรีวิวดังนั้นอาจมีความผิดพลาดในการแสดงผลได้ในบางจุด

6. เมื่อคลิกเข้าไป จะพบกราฟและตัวเลขสรุปผล ซึ่งสามารถเลือกช่วงเวลา (Date Range) เพื่อดูแนวโน้มย้อนหลังได้

5 Metrics ใหม่ บน AI Performance Dashboard

ใน Dashboard นี้ เราจะเห็นข้อมูลสถิติที่แสดงว่าเนื้อหาของเราไปโผล่บน Chat ของ AI หรือ AI-generated summaries อย่างไร โดยแบ่งเป็น 5 ค่าชี้วัด ก็คือ

1. Total Citations (จำนวนการอ้างอิงทั้งหมด)

 

ตัวเลขรวมที่บอกว่าเว็บไซต์ของเราถูก AI นำไปเป็นแหล่งอ้างอิง (Source/Citation) ในการตอบคำถามทั้งหมดกี่ครั้งในช่วงเวลาที่เลือก ช่วยให้เห็นภาพรวมว่าเว็บของเรามีอิทธิพลต่อ AI แค่ไหน

2. Average Cited Pages (ค่าเฉลี่ยหน้าเพจที่ถูกอ้างอิง)

จำนวนหน้าเว็บไซต์ (Unique Pages) โดยเฉลี่ยต่อวันที่ถูก AI หยิบไปใช้ ยิ่งตัวเลขนี้สูง แสดงว่าเว็บไซต์ของเรามีเนื้อหาคุณภาพดีกระจายอยู่ในหลายๆ หน้า ไม่ได้พึ่งพาแค่หน้าใดหน้าหนึ่ง (Authority กระจายตัวดี)

3. Grounding Queries (คำค้นหาที่ AI ใช้บ่อย)

ไฮไลท์ก็คือข้อมูลว่า AI ใช้ “Keyword” หรือ “Prompt” อะไรในการดึงข้อมูลจากเราไปตอบคล้ายกับทฤษฎี Query Fan-Out ข้อมูลนี้ดีมากๆ เพราะจะทำให้เรารู้บริบทว่า User ถามอะไร AI ถึงแนะนำเว็บเรา

4. Page-level Citation Activity (หน้าไหนที่ AI ชอบที่สุด)

การจัดอันดับ URL ของเว็บเราว่าหน้าไหนถูกนำไปเป็น Citation บ่อยที่สุด ช่วยให้นักการตลาดวิเคราะห์ได้ว่า Content ประเภทไหน อย่างพวก How-to, รีวิว, หรือ ข่าว ที่ AI ชอบดึงข้อมูลไปใช้กันแน่

5. Visibility Trend Overtime (แนวโน้มการมองเห็น)

กราฟแสดงความเปลี่ยนแปลงของการถูกอ้างอิงตามช่วงเวลา ว่ามีแนวโน้มปรับขึ้นหรือลดลง ช่วยให้เห็นผลลัพธ์ของการปรับปรุงเนื้อหาได้อย่างชัดเจน

How-to ปรับ Content อย่างไรให้ AI รัก

จากข้อมูลในบล็อกของ Microsoft Bing Webmaster Tools ได้แนะแนวทางสำหรับ Publisher ที่ต้องการเพิ่มโอกาสในการถูก AI หยิบไปเป็น Citation ไว้ด้วยหลายข้อ ดังนี้

  1. AI ชอบเนื้อหาที่เจาะลึก มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Niche & Deep)
  2. จัดโครงสร้างให้อ่านง่าย ใช้ Headings, ตาราง (Tables), และส่วน FAQ ที่ชัดเจน เพื่อให้ AI ทำความเข้าใจและดึงข้อมูลได้แม่นยำ
  3. เนื้อหาควรมี Data รองรับ มีตัวอย่าง หรือมีการอ้างอิงแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ
  4. ความสดใหม่สำคัญมาก! แนะนำให้ใช้ IndexNow เพื่อแจ้ง Search Engine ทันทีที่มีการอัปเดตเนื้อหา เพื่อให้ AI ได้ข้อมูลเวอร์ชันล่าสุดเสมอ
  5. สำหรับธุรกิจท้องถิ่น ข้อมูลใน Bing Places ต้องแม่นยำ (ที่อยู่, เวลาทำการ) เพื่อให้ AI ตอบคำถาม Location-based ได้ถูกต้อง

การขยับตัวของ Microsoft ครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า การวัดผล AI Search ตอนนี้เป็น Metrics จริงที่จับต้องได้แล้ว

เชื่อว่าหลังจากนี้อีกไม่นาน Google ก็น่าจะปล่อยฟีเจอร์ลักษณะเดียวกันนี้ออกมาบน Google Search Console อย่างแน่นอน นักการตลาดและคนทำเว็บควรเริ่มเข้าไปศึกษาข้อมูลใน Bing Webmaster Tools ตั้งแต่วันนี้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับยุคถัดไปของ AI Search ด้วยเช่นกัน

ที่มา : Microsoft Bing Blogs


  •  
  •  
  •  
  •  
  •